
18 เม.ย. 2568 04:50 น.
- ไลฟ์สไตล์
- ธนูเทพ
บุคคลในข่าว 18 เมษายน 2568
ทำให้เห็นผลจริง ดีกว่าโอ้อวดด้วยคำพูด
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ห้วงเวลาแห่งความสุขฉลอง เทศกาลสงกรานต์ ทั่วไทย ผ่านไปพร้อมๆกับการสิ้นสุดของช่วงวันหยุดยาว พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ต่างก็ต้องกลับเข้าสู่ที่ตั้ง ใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อ ประกอบอาชีพ ทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ดิ้นรนต่อสู้เผชิญกับอุปสรรคต่างๆกันต่อไปตามปกติ ในภาวะที่ เศรษฐกิจของประเทศฝืดเคือง ต่อเนื่องกันมาหลายปี แถม เศรษฐกิจโลก กำลังผันผวนอย่างหนักจาก สงครามการค้า มาตรการกำแพงภาษีของ สหรัฐอเมริกา ที่ใช้เป็นเครื่องมือกดดัน ประเทศคู่ค้า ที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ในห้วง เทศกาลสงกรานต์ ก็ยังพอมีข่าวดีสอดแทรกอยู่ โดย สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาระบุถึงภาพรวม การท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ ในช่วงสามวันแรกของช่วงสงกรานต์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยว เกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ โดยพื้นที่ กรุงเทพมหานคร กิจกรรมที่ ท้องสนามหลวง มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5.5 แสนคน ถนนสีลม 1.7 แสนคน ถนนข้าวสาร 1.97 แสนคน ที่ จ.เชียงใหม่ งานป๋าเวณี ปี๋ใหม่เมือง มีผู้เข้าร่วมงาน 1.32 แสนคน เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อน จ.ขอนแก่น เฉพาะวันแรก มีคนเข้าร่วมงาน 5 หมื่นคน ที่ จ.หนองคาย มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 4.2 หมื่นคน ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา มี นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย มาร่วมงานแล้วกว่า 3 หมื่นคน สร้างตัวเลขการใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ถือว่าการจัดงานปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง และเทศกาลสงกรานต์ไม่ได้มีแค่ 3 วัน ยังมี วันไหล ในจังหวัดทางภาคตะวันออกอีกหลายพื้นที่ ที่นักท่องเที่ยวจะได้ใช้เวลากับเทศกาลดีๆของไทย มั่นใจว่าเมื่อจบ เดือน เม.ย. แล้ว ตัวเลขการใช้จ่ายจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ มั่นใจว่า การท่องเที่ยว จะเป็นเครื่องจักรสำคัญ กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

รมต.สรวงศ์ ยังสำทับด้วยว่าจากการที่หลายฝ่ายกังวลว่าตัวเลข นักท่องเที่ยวจีน ลดลงไปนั้น จากข้อมูลขณะนี้ มี นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป เข้ามาเพิ่ม เช่นจาก ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้ามาแล้ว มีรายจ่ายต่อหัวสูงกว่าเดิม ตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องการ แม้ จำนวนนักท่องเที่ยว เป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ยอดการใช้จ่ายในประเทศไทย มั่นใจว่าการท่องเที่ยวไทยจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ…ส่วนการเรียก ความเชื่อมั่น ของ นักท่องเที่ยว หลังเหตุการณ์ แผ่นดินไหว ทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ส่งสารไปยังทุกประเทศแล้วว่า โรงแรม ใน ประเทศไทย ทุกแห่ง ถูกกฎหมาย มีการตรวจสภาพอาคารอย่างครบถ้วน ทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ว่าหากมาท่องเที่ยวใน ประเทศไทย ปลอดภัยแน่นอน…งานนี้ก็ได้แต่หวังว่า การท่องเที่ยวไทย ที่เปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักตัวสำคัญในยามนี้จะจุดติดเดินเครื่องได้อย่างเต็มที่เต็มกำลัง เพื่อ ช่วยดึงดูดรายได้เข้าประเทศ ในขณะที่ เครื่องยนต์ด้านการส่งออก กำลังตกอยู่ในสภาพ เครื่องรวนอย่างหนัก จาก มาตรการภาษีสหรัฐฯ

อืม…ขณะเดียวกัน จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุถึงความคืบหน้าในการทำงานของ คณะกรรมการติดตามมาตรการภาษีสหรัฐอเมริกา ที่มี พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน ว่าในช่วงที่ผ่านมาได้มีการหารือทั้งในส่วน กระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและ ภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ผู้ส่งออกและนำเข้าด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม โดยหลังจาก คณะกรรมการฯ สรุปผลข้อมูลการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาแล้ว รองนายกฯพิชัย ในฐานะ หัวหน้าคณะผู้เจรจา จะเดินทางไปที่ นครซีแอตเติล สหรัฐฯ วันที่ 17 เม.ย. พบหากับนักธุรกิจในกลุ่มต่างๆและวันที่ 20 เม.ย. พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะเดินทางไปสมทบกับคณะและจะเดินทางเพื่อเตรียมเข้าพบกับ ผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คาดว่าจะเป็นวันที่ 21 เม.ย.นี้ ภายใต้ ยุทธศาสตร์การเจรจา ที่เน้นสร้างความ สมดุลทางการค้า และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เชื่อว่าจะเป็นการปูทางสู่การเจรจาเชิงลึกระหว่าง ไทย–สหรัฐฯ ในระดับต่างๆต่อไป


ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาล ยังระบุด้วยว่า คณะเจรจา มั่นใจว่า ประเทศไทย จะมีทางออกที่ดีที่สุดใน การค้าระหว่างประเทศ ครั้งนี้อย่างแน่นอน โดยแนวทางการดำเนินการของไทยต่อกรณี นโยบายการค้าและมาตรการด้านภาษีของสหรัฐฯ จะดำเนินการภายใต้ 5 หลักการ คือ 1.การเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ในอุตสาหกรรมที่ไทยและสหรัฐฯ เกื้อหนุนกัน 2.การเปิดตลาดและลดภาษี ลดอุปสรรคทางการค้าตาม National Trade Estimate 2025 ของสหรัฐฯ 3.การเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐฯ ในสินค้าที่ไทยจำเป็นต้องใช้ โดยไทยเตรียมพิจารณานำเข้าพลังงาน เช่น ก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบที่ภาคอุตสาหกรรมต้องใช้แต่ผลิตไม่ได้เพียงพอ 4.การตรวจสอบเพิ่มความเข้มงวดสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ป้องกันการสวมสิทธิ์จากประเทศที่สาม และ 5.การส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯแล้ว ไทยยังมีแผนผลักดันให้ ภาคเอกชนไทย ลงทุนใน อุตสาหกรรมแปรรูป ใน สหรัฐฯ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ผลิตสินค้าส่งออกจากฐานการผลิตในอเมริกาไปยังตลาดโลก โดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ คณะเจรจาดำเนินการให้เต็มที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย…ผลการเจรจากับ สหรัฐอเมริกา ครั้งนี้ จะเป็นธรรม กับ ประเทศไทย แค่ไหน วิน–วิน จริงหรือไม่ ต้องตามลุ้นกันด้วยความระทึก จบข่าว


สังคมทั่วไป…สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จัดอบรมหลักสูตร “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 10” ที่ห้องแมจิก 1 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น 18 เม.ย. 08.30 น.
“ธนูเทพ”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม