
21 เม.ย. 2568 04:45 น.
- ไลฟ์สไตล์
- อินทรีเหล็ก
บุคคลในข่าว 21 เมษายน 2568
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568

สงครามการค้าโลก ยังเป็นแรงกดดันให้นานาประเทศ ดิ้นเป็นไส้เดือนถูกขี้เถ้า จากการเปิดเผยของ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ถึงความคืบหน้าในการเจรจากับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อการประกาศ ปรับขึ้นภาษีตอบโต้ประเทศไทย เบื้องต้น อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้คุยกับ คนใกล้ชิดโดนัลด์ ทรัมป์ หลายคนแล้ว เป็นการพูดคุยนอกรอบถึงแนวทางที่จะสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกัน ส่วนในรูปแบบเป็นทางการ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง จะไปหารือกับสหรัฐฯในวันที่ 23 เม.ย.อีกรอบ นายกฯอิ๊งค์คุยตอนอายุ 10 ขวบ ได้พบกับครอบครัวและลูกๆของ ทรัมป์ เป็นการรับประทานอาหารร่วมกันที่ประเทศไทยซะด้วย

มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล การเดินทางไปเจรจาต่อรองการ ค้ากับสหรัฐฯ นำโดย พิชัย ชุณหวชิร เที่ยวนี้ สหรัฐฯส่ง สกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลัง ที่มีแนวคิดในการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้า เพื่อลดผลกระทบการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของจีน ที่น่าจะเป็นบวกมากกว่าลบ ส่วนจะออกหัวออกก้อยเป็นอีกเรื่อง แต่การเสนอเงื่อนไขความร่วมมือในธุรกิจอาหารแปรรูปไทย–สหรัฐฯ เพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เปิดตลาดและลดอุปสรรคทางการค้า การลดภาษีนำเข้าภายใต้ระบบ MFN กว่า 11,000 รายการลง 14% และลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี ส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ จะกระทบกับ ผู้ประกอบการคนไทย ภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมของคนไทย รุนแรงขนาดไหน รัฐบาลเตรียมรับมือในระดับไหน ต้องเตรียมคำตอบสุดท้ายเอาไว้ด้วย ปัจจุบันเศรษฐกิจปากท้องคนไทยชักหน้าไม่ถึงหลัง หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน บานตะไท ระหว่างแก้ปัญหากับเพิ่มปัญหาต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี

ก็ในเมื่อ ทรัมป์ ระบุเอง ในที่สุดแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังเจรจาการค้ากับ จีน มั่นใจว่าทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ในเดือน พ.ค.นี้ และถ้าทำไม่ได้ก็เชื่อว่าเราจะบรรลุข้อตกลงอยู่ดี เพราะเราได้ตั้งเป้าหมายบางอย่างเอาไว้และนั่นจะเป็นจุดจบ .แม้แต่การบรรลุข้อตกลงการค้ากับ สหภาพยุโรป ที่จะเกิดขึ้นก่อนครบ 90 วันในการขึ้นภาษีตอบโต้ เพราะไม่มีใครต่อกรกับเราได้ เป็นคำตอบสุดท้ายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ต้องตีโจทย์ให้แตก และกับการที่ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน เดินสายประเทศอาเซียน เลือกทำข้อตกลงทางการค้า กับ เวียดนาม มาเลเซีย และ กัมพูชา เป็นการตอกย้ำ ความสัมพันธ์กับประเทศที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับจีนของแทร่ เป็น ทางเลือกของความมั่นคง ตามแนวคิด ครอบครัวเอเชีย ของ ผู้นำจีน ในการต้าน ทรัมป์ ในขณะที่ อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ใช้สถานที่ ประเทศไทย เป็นพื้นที่การเจรจา หาทางสร้างสันติภาพในเมียนมา โดยมีอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน และผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมหารือด้วย สองงานนี้ทำให้ จีน และ มาเลเซีย ดูโดดเด่นในฐานะประเทศผู้นำในภูมิภาคนี้ คงไม่ต้องไปอธิบายอะไรเพิ่มเติมให้เมื่อยตุ้ม


แผ่นดินไหวที่เมียนมา ตึกถล่มที่ กทม. ยังเป็นประเด็น talk of the town แม้จะผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวมาเกือบเดือน ยังมีการค้นหาผู้สูญหายอีกกว่า 50 ราย พบ ผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 40 ราย แต่ความรับผิดชอบ และการหาตัวผู้กระทำผิดยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะต้นเรื่อง สตง. ชื่อนี้ยิ่งขุดซากตึกก็ยิ่งเจอความไม่ชอบมาพากล ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ทั้ง บริษัทผู้รับเหมา บริษัทควบคุมการก่อสร้างอาคาร มูลค่ากว่า 2.1 พันล้าน ยังลอยนวล นายกฯแพทองธาร เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องวันก่อน…ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือมากกว่านี้ และย้ำว่า งานนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีผู้รับผิดชอบ ในเมื่อ ตึก สตง.ถล่ม เป็นประเด็นมหากาพย์ที่ไปเกี่ยวข้องกับ รัฐบาลก่อนหน้านี้ถึง 2 รัฐบาล มีการขยายระยะเวลาก่อสร้างที่เสร็จไม่ทันตามกำหนด และมีการของบประมาณการก่อสร้างเพิ่มเติม ก็ต้องทำให้รอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีการลูบหน้าปะจมูก…ฟังการชี้แจงกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ที่มี สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็นประธาน ของ สุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แล้วทะแม่งชอบกล การขอขยายเวลาของบริษัทผู้รับเหมา 2 รอบ โดยไร้ค่าปรับ ยืนยันแทน อิตาเลียนไทย มีทุนและเครื่องมือพร้อมที่จะก่อสร้าง…อ้าง ที่ยังไม่บอกเลิกสัญญา ต้องรอให้มีผู้มีอำนาจสั่งการลงมา การที่ สตง. ไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะเกรงว่าเรื่องจะยุติ เชื่อว่า เหล็และปูนที่ใช้ในการก่อสร้างได้มาตรฐาน ยังจะเดินหน้า ก่อสร้างตึก สตง.ใหม่ แต่จะไม่เอาที่เดิมและไม่ต้องสูงเท่าเดิม ส่วนบีโอไอ โดย นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาฯบีโอไอ อ้างทำได้แค่เพิกถอนการใช้สิทธิประโยชน์ของ ซินเคอหยวน สตีล เป็นการชั่วคราวเท่านั้น…สำหรับบริษัททุนจีน ซินเคอหยวน สตีล ยังใจกล้า นัดจะแถลงข้อเท็จจริงทั้งหมดในวันนี้ นี่คือประเทศไทย


ส่งท้าย กรมอุตุนิยมวิทยา มีการออกประกาศ เหตุแผ่นดินไหวในไทย 3 ครั้งติดต่อกันที่ กระบี่ กาญจนบุรี และล่าสุดที่ แม่ฮ่องสอน ขนาด 2.8 ลึก 1 กิโลเมตร ตามรอยเลื่อนของเปลือกโลกพอดิบพอดี และยังเกิดเหตุการณ์ อาฟเตอร์ช็อกในเมียนมา อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 18 เม.ย. รวมกว่า 584 ครั้ง
ภาพของสังคมไทยวันนี้ โดย ผบ.ตร. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์…ย้ำ ผมรู้จักนายกเบี้ยว แต่ไม่ใช่ญาติ ส่วนพีช ที่เรียกว่าอาต่าย เพื่อโอ้อวด ฟังแล้วไม่รื่นหู ย้ำสอนลูกไม่ให้เป็นขยะสังคม…. จบข่าว

“อินทรีเหล็ก”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม