
24 เม.ย. 2568 04:45 น.
- ไลฟ์สไตล์
- เพลิงสุริยะ
บุคคลในข่าว 24 เมษายน 2568
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568

เพลิงสุริยะ รายงานตัวท่านผู้อ่าน โลกที่ไม่มีอะไรจริงแท้แน่นอน ตำแหน่งหัวโขนทางการเมืองก็เช่นกัน เสียงเรียกร้องให้ปรับ ครม. เริ่มจะเซ็งแซ่ นิด้าโพล เสือปืนไวชิงเล่นกับกระแส เปิดผลสำรวจความคิดเห็น “ปรับ ครม.วันไหนดี” ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ชี้ว่าต้องปรับ ครม.โดยเร็วที่สุด อันดับ 1 คือ กระทรวงพาณิชย์ ของพิชัย นริพทะพันธุ์ รองลงมา คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงการคลัง, สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงยุติธรรม เป็น 10 อันดับแรก ที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรี คนที่ถูกจับจ้องสุดๆ หนีไม่พ้น “รมต.แดง” พิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ผลโพลดันไปตรงใจกับกระแส คนในพรรคเพื่อไทย อยากให้เปลี่ยนตัวมากที่สุด

ออกตัวแรงก็ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.เพื่อไทย และประธานวิปรัฐบาล อ้างว่าซาวเสียง สส.ในพรรคมาเห็นตรงกัน อยากให้ปรับในกระทรวงค้าขาย มองง่ายๆไม่ต้องไปวิเคราะห์อะไรให้มันวุ่นวาย เป็นเรื่องคนในพรรคจ้องจะล่อกันเอง พระอันดับรอต่อคิวกันเยอะ เก้าอี้ รมต. ก็แค่สมบัติผลัดกันชม

แรงกระฉอกไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล ค่ายเซราะกราว ภูมิใจไทย ของ “หนู-เน” ตามโพลมีกระทรวงที่อยู่ในสังกัดติดอันดับท็อป 10 อยากให้ปรับ 3 เก้าอี้ใหญ่ คือ แรงงาน-มหาดไทย–ศึกษาธิการ แผงอำนาจหัวใจของค่ายเซราะกราว ถึงผลโพลจะออกมาถูกใจ “นายใหญ่” แต่ นายกฯคนลูก แพทองธาร ชินวัตร ก็รีบชิงดับกระแสทันควันว่า ทุกอย่างยังเหมือนเดิม พร้อมยกคำคม “ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง ไม่ว่าตำแหน่งอะไร ตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีก็เช่นกัน ไม่ใช่แค่ตำแหน่งของใครคนใดคนหนึ่ง เราควรทำใจให้นิ่งไว้” และยังย้ำจุดยืนเดิม คือ ชอบทำงานเป็นทีม ทำงานแบบไม่ต้องสู้กัน สามารถทำงานด้วยกันไม่ต้องไฟต์กัน ไม่ชอบการแตกความสามัคคี ถ้าสมมติว่าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ เราจะไปปรับแก้ตอนนั้น แต่เวลานี้ยังไม่เป็นอะไร ต้องรอดูแล้วคุยกันก่อน คอซาดิสม์การเมืองรับประทานแห้วกันเป็นแถว นายกฯแพทองธาร ยังพูดถึงความเห็นต่างระหว่างพ่อกับลูกด้วยว่า มีตลอด ที่เห็นด้วยกันก็เยอะ แต่คงไม่ไปถึงจุดที่มีปัญหากันแน่นอน ปรับ ครม.ต้องไปว่ากันหลังผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 69 จบมะ

ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยและของโลก ณ วันนี้ก็คือ การรับมือกับ ผู้นำจิตป่วน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากกำหนดการที่ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง หัวหน้าคณะทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ เตรียมบินไปเจรจาเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ต้องเจอโรคเลื่อน สหรัฐฯตีกลับเรื่องที่เราจะนำไปเจรจา ให้ไทยกลับมาทบทวนใหม่ แสดงว่า ช้อยส์หรือตัวเลือก ที่เราจะนำไปเสนอ ยังไม่ตอบโจทย์คาวบอยทรัมป์ จากประกาศระยะเวลา 90 วันก่อนที่การขึ้นภาษีจะมีผล เรายังมีเวลาทบทวนข้อเสนอ พิชัย ชุณหวชิร หัวหน้าทีมเจรจา ระบุถึงสาเหตุที่เลื่อน เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปตลอด เหมาะสมที่สุด คือ ดูก่อนว่าหัวขบวนเขาโดนอะไรบ้าง กลางขบวนโดนอะไรบ้าง ประเทศไทยได้คิวกลางๆไปจนเกือบท้าย จะได้รู้ว่าควรทำอย่างไร พูดง่ายๆคือรอลอกการบ้านเพื่อน เพราะเร็วไปก็ไม่ดี ช้าไปก็ไม่ดีทั้งนั้น รองนายกฯพิชัย เดาโจทย์ที่สหรัฐฯตั้งไว้ คือ เรื่องของค่าเงิน ที่สหรัฐฯต้องการส่งออก ไม่อยากให้ประเทศต่างๆเข้าไปแทรกแซงค่าเงิน อีกเรื่อง คือ การสวมสิทธิ์ส่งออกสินค้า เรื่องนี้เป็นเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่ง คือ มีชาติอื่นเข้ามาสวมสิทธิ์ประเทศไทย ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ เพื่อลดต้นทุนภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อีกด้านคือ มีสินค้าบางประเภทของไทยเรา ก็ไปสวมสิทธิ์ชาติอื่น เพื่อส่งออกไปสหรัฐฯเช่นกัน จึงเป็นโจทย์ที่ทีมเจรจาต้องมาทำการบ้านกันหนัก โดยเฉพาะการปรับปรุงกำหนดหลักเกณฑ์กติกาการส่งออก

ตอต้องใหญ่ขนาดไหน ถึงขนาดที่ นายกฯอิ๊งค์ ต้องย้ำแล้วย้ำอีก จ้ำจี้จ้ำไชหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วม มือในการสอบ สวนสาเหตุ ตึก สตง.ที่กำลังก่อสร้างถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว ในวงประชุม ครม.ที่ผ่านมา ก็ต้องย้ำกันอีกรอบ มีหลายหน่วยงานที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ ขอให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบสวนสาเหตุโดยเร็ว ขอความร่วมมือกับ สตง. จัดส่งเอกสารทั้งหมด รวมถึงการรายงานผลจากคณะกรรมการตรวจสอบ ที่พบว่าผู้รับจ้างมีการผิดสัญญา แต่ไม่มีการยกเลิกสัญญาในเวลาที่กำหนด ฯลฯ งานนี้ถ้าเอาตัวคนผิดมาลงโทษ ไม่ได้ ต้องมีผู้สังเวยตำแหน่ง หรือต้องย้ายนิวาสสถานไปนอนเล่นในคุกแน่ กับประเด็นที่คนทั้งสังคมคาใจ คือการใช้ นอมินีคนไทย ที่พบว่าเป็นเพียงคนงาน มาเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ใน บริษัทไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทร่วมค้าของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) โดยเฉพาะ ชวน หลิง จาง ชาวจีนวัย 42 ปี ที่ถูกจับกุม มีชื่อเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของ บริษัทไชน่าเรลเวย์ฯ โดยมีหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนในราชอาณาจักรไทย ยืนยันเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ สาธารณรัฐประชาชนจีนจริง ขบวนการนี้แบ็กอัปไม่ธรรมดา นี่ก็หนังชีวิตเรื่องยาว ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กับ บริษัทซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เปิดศึกตอบโต้กันแบบไม่มีใครยอมใคร ต้องรอดูบทสรุปสุดท้าย จะเป็นดราม่าเข้มข้นของแทร่มั้ย

อีกคดีที่คนให้ความสนใจ เมื่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาในคดี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กับพวกรวม 8 คน ร่วมกันกระทำผิดเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐานในคดี เพื่อช่วยเหลือ วรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา ให้พ้นผิดหรือรับโทษน้อยลง จากกรณีขับรถสปอร์ตหรูปอร์เช่เฉี่ยวชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต โดยพิพากษาจำคุกนายเนตร 3 ปี และนายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตพนักงานอัยการอาวุโส 3 ปี ส่วนจำเลยรายอื่นให้ยกฟ้อง แต่ให้ออกหมายขังจำเลยรายอื่นไว้ด้วย..บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติหน้าที่


“เพลิงสุริยะ”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม