
26 พ.ค. 2568 05:56 น.
- ไลฟ์สไตล์
- อินทรีเหล็ก
บุคคลในข่าว 26 พฤษภาคม 2568
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

มหากาพย์คดีรับจำนำข้าว ตั้งแต่ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังเป็นส่วนหนึ่งของ นิติสงคราม …..ที่เพิ่มเติมจาก คดีชั้น 14 และ คดีฮั้วเลือก สว. …..พัวพันไปจนถึง วิกฤติการเมืองระดับชาติ…….กรณีที่ ศาลปกครองสูงสุดคณะใหญ่ มีคำสั่งให้ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจาก การนำข้าวในโครงการรับจำนำข้าวไประบายข้าวตามโครงการของรัฐบาลในระบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ……ที่ประเมินความเสียหายเฉพาะใน โครงการระบายข้าวรัฐต่อรัฐ เป็นเงิน 20,057 ล้านบาท จากการขายข้าวในราคาต่ำและความเสียหายจากการได้รับเงินน้อยกว่าข้าวที่ส่งมอบ…….โดยให้เพิกถอนคำสั่งการยึดหรืออายัดทรัพย์ของ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ในเฉพาะส่วนที่เกินจาก 10,028 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ศาลมีคำสั่งให้ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องร่วมชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากโครงการนี้…..และ ให้กันส่วนทรัพย์สินบางส่วนของสามี ที่ถูกยึดหรืออายัดไว้ด้วย …..จับประเด็นจากคดีนี้…..อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่ปรากฏว่าได้เกี่ยวข้องกับ การทุจริต ในการเจรจาและลงนามในการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (ปฏิบัติตามขั้นตอนการระบายข้าว โดยตั้งอนุกรรมการพิจารณาการระบายข้าวในโครงการมี รมว.พาณิชย์เป็นประธาน, ตั้งอนุกรรมการมีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้เจรจา)

ส่วน อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ มีหน้าที่ในการบริหารงานและกำกับดูแลภาพรวมทั่วไป…..ทั้งยังมีการตั้ง อนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการทุจริต ในโครงการระบายข้าว……ดังนั้น อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ จึงใช้เป็นข้อต่อสู้ว่า ไม่ได้มีเจตนาปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการระบายข้าว แต่อย่างใด ……ในขณะที่ ศาลปกครองสูงสุด ไม่ได้มองเรื่อง มีการกระทำการที่ปล่อยให้มีการทุจริตหรือไม่…….แต่เป็นการวินิจฉัยการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดฝ่ายบริหาร ไม่ใช้อำนาจในการยับยั้งโครงการนี้ แม้จะมีการทักท้วงจาก หน่วยงานและองค์กรต่างๆ (สตง.-ป.ป.ช.) แล้วก็ตาม ……ทำให้นำไปสู่การ เกิดการทุจริตในโครงการระบายข้าวแบบจีทูจี……ที่ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ จะต้องร่วมชดใช้ หรือที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาแสดงความคิดเห็น…..แบ่งเป็นสองส่วน ในส่วนของ การดำเนินการระดับนโยบายของ ครม. ที่แถลงต่อสภา ต้องถูกตรวจสอบโดยสภา ตั้งกระทู้ถามหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ…และไม่ถือว่า เป็นเจ้าหน้าที่ ดังนั้น ส่วนแรกนี้นายกฯไม่ต้องรับผิดชอบทางละเมิด….ส่วนที่สอง การที่ นายกฯให้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อให้โครงการระบายข้าวบรรลุผล……ถือเป็นการกระทำทางปกครอง ไม่ใช่ส่วนของนโยบาย จึงถือเป็นเจ้าหน้าที่…..อันจะต้องรับผิดชอบทางละเมิด

จากกรณีมีการตั้งข้อสังเกตจาก สตง.–ป.ป.ช. จะมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ แต่นายกฯไม่ดำเนินการใดๆ แม้จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตามขั้นตอน แต่ไม่ได้ติดตามผล และ ยังมีกระทู้ถามในสภา การอภิปรายไม่ไว้วางใจ…..ถือว่านายกฯได้รับรู้ข้อมูล เกี่ยวกับการดำเนินการตามนโยบาย ว่ามีปัญหาการทุจริต แต่ไม่ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบตามมากลับปล่อยให้ดำเนินการต่อไป…..ถือว่าปล่อยปละไม่ใช้อำนาจยับยั้งป้องกัน ไม่ให้เกิดการทุจริต…..จนทำให้เกิดความเสียหาย……แต่ในการพิจารณาว่า นายกฯเป็นเจ้าหน้าที่ ใช้อำนาจตามกฎหมาย ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือไม่นั้น……จำเป็นต้องยึดวัตถุประสงค์ของกฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่….เพราะเช่นนี้แล้ว นายกฯประเทศนี้จะไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เลย (ถือว่าคดีนี้เป็นที่สิ้นสุดแล้ว ตามกระบวนการของกฎหมาย)….. “อินทรีเหล็ก” มองว่า นิติสงคราม ที่กำลังล้ำเส้น…..ระหว่าง ฝ่ายบริหารกับตุลาการ ที่ดึงเอา ฝ่ายนิติบัญญัติ ไปร่วมวงด้วย……จะเกิดศึกใหญ่ที่เป็นองค์คณะในแผ่นดิน ……จาก แพทยสภาคณะใหญ่ จนถึง ศาลปกครองสูงสุดคณะใหญ่…….ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ไปในทิศทางเดียวกัน ……ผลลัพธ์สุดท้ายของวิกฤติจะไปจบหรือเริ่มต้นที่…….ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ก็ อำนาจจากปากกระบอกปืน เพียงเท่านี้


นายกฯแพทองธาร ชินวัตร พร้อมคณะ ได้ร่วมหารือกับ ภาคเอกชนและผู้นำเข้าสินค้าของอังกฤษ ที่กรุงลอนดอน มีทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่คุ้นชื่อคุ้นหน้ากันอยู่แล้ว อังกฤษนับเป็นประเทศคู่ค้า ที่มีมูลค่าทางการค้าที่ 6,657.26 ล้านเหรียญ…. จากนั้นเดินทางไปยังเมือง มอนติคาร์โล ประเทศโมนาโก หารือกับผู้บริหาร Formula One ในการเตรียมจัดแข่งขัน F1 ในไทย…….ท่ามกลางการตั้งคำถามในโซเชียล ไม่มีกำหนดการเป็นทางการ ใช้งบประมาณส่วนตัวหรืองบรัฐ……โดยเฉพาะรูปภาพที่โพสต์ในโซเชียลกับ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรูปเก่าหรือรูปใหม่…..เก่ากี่วัน…..นานาจิตตัง….วันนี้ 26-27 พ.ค. นายกฯแพทองธาร จะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย อีกระลอก….ยาวไป


รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวถึง การรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์….ควรเป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าระบอบประชาธิปไตยมีกติกาที่ต้องอาศัยความอดทนเพื่อแก้ปัญหามากกว่าการใช้กำลังหรือทางลัด……ดร.บุรณินรัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน ปตท. เป็นประธานลงนามบันทึกความตกลงในการจัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำเป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงไฟฟ้าของกลุ่ม GPSC มี วรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ และ รัฐกร กัมปนาทแสนยากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืน ปตท. ร่วมลงนาม…..วันนี้ 09.00 น. จรีรัตน์ ตันติเวชกุล เลขาธิการสถาบันข้าราชการฝ่ายตุลาการ เปิดโครงการอบรมกฎหมายเฉพาะด้าน กฎหมายภาษีอาการเบื้องต้น ที่ห้องพระมาตุลี 1 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

“อินทรีเหล็ก”
คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม