17 กันยายน 2569 เวลา 13:18 น.

17 กันยายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวระหว่างมอบนโยบายให้แก่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย กรณีดาต้าเซ็นเตอร์ ว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลที่ผ่านมาเน้นเรื่องการลงทุน และเม็ดเงินที่จะเข้ามาในประเทศจากต่างประเทศ แต่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ โดยทราบว่าดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้า ใช้น้ำ และทรัพยากรจำนวนมาก ขณะที่การจ้างงานมีไม่มากเท่าที่ต้องการ แต่จะนำเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกันตรงๆ ไม่ได้
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้มีการลงทุน และเงินหมุนเวียนเข้ามาจำนวนมาก การพูดในลักษณะดังกล่าวก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาลงทุน เพราะเมื่อ 5 ปีที่แล้ว หากมีนักลงทุนขอเข้ามาตั้งดาต้าเซ็นเตอร์สักแห่ง เราก็ดีใจตายโหงแล้วว่าจะมีเงินเข้ามาในประเทศมหาศาล ทุกอย่างไม่สามารถเป็นแบบวินวินทั้งหมดได้ แต่จะคาดหวังทั้งเม็ดเงินลงทุน และการจ้างงานในระดับสูง พร้อมกับต้องการให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องก็อาจทำได้ยาก บางครั้งเราทะลุเป้าหมายในเรื่องเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ แล้วจะบอกว่าวันนี้เริ่มจำกัดการลงทุน หรือเริ่มไปสนับสนุนธุรกิจภาคอื่นแทน ก็อาจไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาลงทุน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ตั้งบอร์ดขึ้นมาดูแลเรื่องนี้แล้ว เพื่อออกแบบกฎระเบียบ และทิศทาง รวมถึงจัดทำกฎหมายเฉพาะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่เข้ามาลงทุน ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากร ทั้งด้านพลังงานเชื้อเพลิง น้ำหล่อเย็น และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์มีการปล่อยความร้อนออกมาพอสมควร โดยเฉพาะใน กทม.ที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.พบว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์ และมีการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งตนเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการลักลอบทำ หากเกิดเรื่องเช่นนี้จริงจะต้องขออนุญาตอีกหลายเรื่อง พูดง่ายๆ ว่าใครจะกล้าอนุญาตให้มีการเก็บเชื้อเพลิงภายใต้อาคาร ซึ่งอาจเป็นการเลี่ยงบาลี ดังนั้น ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
นายกฯ ยังขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การไฟฟ้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำ รวมถึงจังหวัดต่างๆ ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันให้มากขึ้น ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ในระหว่างที่กำลังวางระบบต่อไป