
คุยกัน 7 วันหน : ส่องการแต่งตัว คิม จูแอ ไม่ใช่แค่แฟชั่น แตะสะท้อนสถานะ-ทิศทางการเมือง
วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ในโลกของสื่อรัฐเกาหลีเหนือที่ทุกอย่างถูกจัดฉากอย่างประณีต แฟชั่นไม่ใช่เพียงเรื่องของรสนิยม แต่เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ใช้สื่อสารเรื่องสถานะผู้นำ ความชอบธรรม และอนาคตของระบอบการปกครอง การแต่งตัวที่เปลี่ยนไปของ คิม จูแอ (Kim Ju Ae) ลูกสาวของ คิม จอง-อึน คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมความพร้อมให้ประชาชนยอมรับผู้นำรุ่นต่อไปอย่างไร
การแต่งตัวเพื่อสืบทอดอำนาจ
การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ การที่จูแอเริ่มทิ้งเสื้อผ้าเด็กแบบทั่วไป และหันมาสวมใส่ชุดที่ถอดแบบมาจากพ่อของเธอ เช่น เสื้อโค้ทหนังสีดำ ในงานสำคัญล่าสุด เช่น การสวนสนามทางทหารในต้นปี 2026 ที่จูแอได้ปรากฏตัวในชุดเสื้อโค้ทหนังยาวสีดำ ซึ่งเหมือนกับชุดที่ คิม จอง-อึน ใส่ไม่มีผิดเพี้ยน เป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า “การจำลองภาพลักษณ์” (Image Replication) เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเป็นทายาททางการเมืองโดยเน้นความคล้ายคลึงกับผู้นำปัจจุบัน ในวัฒนธรรมการเมืองของเกาหลีเหนือ เสื้อโค้ทหนังไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่มันสื่อถึงท่านผู้นำสูงสุด ในฐานะผู้กุมอำนาจความมั่นคง การให้จูแอใส่ชุดนี้เป็นการเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของเธอเข้ากับกองทัพและ “สายเลือดเพ็กตู” อย่างแนบเนียน ทั้งหมดล้วนเป็นกลยุทธ์ที่ถูกวางแผนมาอย่างดีโดย กรมโฆษณาชวนเชื่อและปลุกระดม (Propaganda and Agitation Department – PAD) ของรัฐบาล
.jpg)
สไตล์การแต่งตัวของเธอสะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่โครงสร้างอำนาจของรัฐที่เข้มข้นขึ้น เริ่มจากปี 2022 ที่เธอปรากฏตัวครั้งแรกในชุดแจ็กเก็ตบุนวมสีขาวและรองเท้าสีแดง ดูเหมือนเด็กทั่วไปที่ตามพ่อไปทำงาน ต่อมาในช่วงปี 2023–2024 เริ่มเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวสไตล์ให้ดูคล้าย รี โซล-จู ผู้เป็นมารดา ด้วยชุดสูทกระโปรงสีขาว เสื้อโค้ทกำมะหยี่ โดยเฉพาะในงานที่ไม่ใช่การทดสอบขีปนาวุธหรือพิธีสวนสนาม จูแอมักสวมชุดสีโทนอ่อน เช่น สีเบอร์กันดีหรือสีพาสเทล และจัดทรงผมแบบผู้ใหญ่ ที่เรียกว่าทรง “Rooster” หรือทรงไก่ตัวผู้ คล้ายกับแม่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ และเข้าถึงได้ในฐานะเจ้าหญิง หรือครอบครัวตัวอย่างของชาติ และเสริมสร้างบารมีในฐานะบุคคลสำคัญที่ยืนเคียงข้างผู้นำในงานระดับชาติ
จนในช่วงหลัง ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา ลุคปัจจุบันของจูแอดูขรึมขึ้น เป็นทางการมากขึ้น และมีความเป็นทหารมากขึ้น แม้จะอยู่ในวัยเพียงแค่ 13-14 ปี เธอไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะลูกสาวอีกต่อไป แต่เป็น “ผู้มีส่วนร่วม” ในการตรวจตรากองทัพ ประชุมพรรค ตรวจเยี่ยมสถานที่ทางทหาร หรือการปล่อยขีปนาวุธ เป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ว่าเธอคือ “ทายาท” ที่กำลังถูกบ่มเพาะให้ก้าวขึ้นสู่อำนาจในอนาค
.jpg)
ผู้นำเทรนด์แฟชั่น: ตระกูลคิมเท่านั้นทำได้
ขณะเดียวกัน จูแอปรากฏตัวในชุดจากแบรนด์เนมตะวันตกราคาแพง เช่น เสื้อแจ็คเก็ตจาก Christian Dior แว่นกันแดดของ Gucci และนาฬิกา Cartier ซึ่งเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ถูกแบนภายใต้กฎหมายต่อต้านวัฒนธรรมภายนอกในเกาหลีเหนือ ประชาชนทั่วไปเข้าไม่ถึง 100% สิ่งนี้ตอกย้ำว่า ตระกูลคิมมีสถานะเสมือนพระเจ้า ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้กับประชาชนทั่วไป เพราะอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าทันสมัย ร่ำรวย และเชื่อมต่อกับโลก ในขณะที่ยังคงความรักชาติอย่างสุดโต่ง
แม้รัฐบาลจะสั่งห้ามประชาชนเลียนแบบการแต่งกายและทรงผมของจูแอ โดยระบุว่าเป็นพฤติกรรมต่อต้านสังคมนิยม แต่กลับมีรายงานว่า ในหมู่ชนชั้นนำและคนร่ำรวยในเมืองตามชายแดน ที่เรียกว่า “ดงจู” (Donju) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรุงเปียงยาง เริ่มมีความนิยมสินค้าหรูหราและแฟชั่นตามแบบฉบับของจูแอมากขึ้น สินค้าอย่างเครื่องสำอางและน้ำหอมจาก Chanel กลายเป็นสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคม สินค้าเหล่านี้มักถูกลักลอบนำเข้าผ่านทางจีน โดยอาศัยเครือข่ายการค้าชายแดนและการขนส่งทางเรือที่ตรวจสอบได้ยาก
เช่นเดียวกับความนิยมเสื้อขนสัตว์ในเมืองชายแดนจีน เช่น เมืองซินอึยจู หรือ ฮเยซาน หลังจากเกาหลีเหนือกลับมาเปิดพรมแดนอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี 2025 ทำให้สินค้าแฟชั่นจากจีนหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น เสื้อขนสัตว์ ทั้งขนสัตว์จริงและขนเทียมคุณภาพสูง กลายเป็นไอเทมยอดฮิตสำหรับผู้ที่ต้องการอวดความมั่งคั่งจากการค้าขายชายแดน แต่แน่นอนว่า การที่ลูกสาวของ คิม จอง-อึน ปรากฏตัวในชุดเสื้อโค้ทที่มีปกขนสัตว์อยู่บ่อยครั้ง ได้สร้างกระแสแฟชั่นให้กับกลุ่มชนชั้นนำในต่างจังหวัดที่ต้องการเลียนแบบสไตล์ของตระกูลผู้นำ
การมีอยู่ของสินค้าเหล่านี้พิสูจน์ว่า เครือข่ายการจัดหาของเกาหลีเหนือนั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก และสามารถเข้าถึงสินค้าชั้นสูงจากยุโรปได้ไม่ยากนัก สะท้อนถึงความล้มเหลวของการคว่ำบาตร ในขณะที่พื้นที่ชนบทบางแห่งยังประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร แต่ในเมืองชายแดนและเปียงยางกลับมีการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างฟู่ฟ่า ซึ่งแสดงถึงความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเกาหลีเหนือยุคปัจจุบัน
.jpg)
ว่าที่ผู้นำคนต่อไป
ก่อนหน้านี้ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้บรรยายข้อมูลสรุปประเด็นนี้ต่อณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งชาติ วิเคราะห์ว่าการปรากฏตัวของ คิม จูแอ ในขณะขับรถถังประจัญบานรุ่นใหม่ระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นการแสดงที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงขีดความสามารถทางทหารที่ยอดเยี่ยมของตัวเธอ กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดความคลางแคลงใจเกี่ยวกับผู้สืบทอดที่เป็นผู้หญิง และเพื่อสร้างความชอบธรรมในฐานะผู้นำกองทัพตามรอยพ่อของเธอ ซึ่งเคยปรากฏตัวในสื่อรัฐบาลขณะขับรถถังก่อนที่จะขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจาก คิม จอง-อิล เช่นกัน ในสังคมเกาหลีเหนือที่ยึดถือระบบชายเป็นใหญ่มายาวนาน การแสดงภาพลักษณ์ที่ดูเข้มแข็งและมีความสามารถทางทหารของผู้หญิง เป็นความพยายามที่จะบอกว่าเธอมีความเหมาะสมที่จะคุมกองทัพได้ไม่ต่างจากผู้ชาย
ปัจจุบัน คิม จูแอ ถูกปฏิบัติในฐานะบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดเป็นอันดับ 2 โดยพฤตินัยของเกาหลีเหนือ และเริ่มมีการตรวจพบสัญญาณว่าเธอได้เริ่มให้ความเห็นหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบางประการแล้ว
.jpg)
ที่ผ่านมา สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้เคยระบุว่า คิม จูแอ กำลังอยู่ในช่วงฝึกอบรมการสืบทอดอำนาจ แต่ในรายงานล่าสุด ได้ยกระดับเป็นการอยู่ในขั้นตอนการกำหนดตัวผู้สืบทอด ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงการประเมินที่สำคัญมาก สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ ยังสังเกตเห็นการใช้คำศัพท์ที่สื่อทางการใช้เรียกเธอว่า “ฮยางโด” (Hyangdo) ซึ่งหมายถึง “ผู้นำทาง” หรือ “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” (Great Leader/Guidance) โดยปกติคำนี้จะสงวนไว้ใช้เฉพาะกับผู้นำสูงสุดหรือผู้ที่เป็นทายาทสายตรงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังคงให้ระมัดระวังในการตีความ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเธอมักจะปรากฏตัวเคียงข้างพ่อเสมอ ไม่ได้ปรากฏตัวคนเดียวในกิจกรรมทางทหารเหมือนที่ คิม จอง-อึน เคยทำในช่วงเตรียมตัวสืบทอดอำนาจ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แม้ คิม จูแอ ยังเป็นเพียงวัยรุ่น อายุประมาณ 13-14 ปี แต่การเปิดตัวที่เร็วและชัดเจนอาจมีปัจจัยมาจากสุขภาพของ คิม จอง-อึน ที่แม้จะไม่มีการยืนยันภาวะวิกฤต แต่ประวัติสุขภาพของเขา ทั้งเรื่องน้ำหนักตัวและการสูบบุหรี่ อาจทำให้ต้องรีบสร้างความมั่นใจว่าระบบการสืบทอดอำนาจจะไม่สั่นคลอน อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมระยะยาว เพื่อให้ชนชั้นนำและกองทัพเกิดความคุ้นเคยและยอมรับในตัวเธอ ก่อนที่การเปลี่ยนผ่านอำนาจจริงจะเกิดขึ้นในอนาคต
โดย ดาโน โทนาลี