‘บิ๊กตู่’อัด’หมา’ถามมีทหารไว้ทำไม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160129/221474.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2559
'บิ๊กตู่'อัด'หมา'ถามมีทหารไว้ทำไม

‘ประยุทธ์’ ฮึ่มอย่าพูดส่งเดช ‘ทุจริต’ ท้าหาหลักฐาน อัดพวก ‘หมา’ ออกมาพูดมีทหารไว้ทำไม ขู่เด้ง รมต.สำนักฯ-อธิบดีกรมประชาฯ เดินหน้า ‘ไทยแลนด์ สตาร์ทอัพ’

                      29 ม.ค. 59  เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดงานอาชีวศึกษาทวิภาคีไทย โดยกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “อาชีวศึกษา ฝีมือชน คนสร้างชาติ” ตอนหนึ่งว่า การเรียนรู้จะต้องรู้ตั้งแต่ใจตัวเองว่า เราจะอยู่อย่างไรในวันข้างหน้า และอนาคตที่จะไม่เกิดความขัดแย้ง และรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันด้วยความร่วมมือ การแก้ปัญหา และการร่วมมือกับรัฐอย่างไร
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลออกกฎหมายไป 400 กว่าฉบับ ยังไม่พอ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยปรับแก้กฎหมายมีผลกระทบกับภาคธุรกิจ เพราะกฎหมายล้าสมัย วันนี้ต้องแก้กันทุกวันและการแก้กฎหมายมันง่ายที่ไหน และอะไรๆ ก็จะให้ใช้มาตรา 44 ซึ่งถามว่ามาตรา 44 จะไปใช้กับอาเซียนได้ไหม ถ้าได้ตนจะออกให้การแก้กฎหมายเหล่านี้ต้องเข้าสู่กระบวนการ สนช.ที่จะพิจารณากัน 3 วาระ โดยที่รัฐบาลส่งกฎหมายต้นทางไปให้พิจารณาจะผ่านไม่ผ่านก็ต้องไปว่ากันมา
                      “ผมบอกแล้ว ผมเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอง วันนี้ผมยังแข็งแรงอยู่ ถ้าตราบใดยังเสียงดัง ถือว่ายังโอเค ไม่เคยยอมแพ้ เพราะผมแพ้ผมก็อยู่ไม่ได้ คิดแบบผมคิดบ้าง ผมไม่ได้คำนึงว่าผมจะอยู่อย่างไรในวันข้างหน้า ถ้าผมกังวลคงไม่มายืนตรงนี้หรอก”
                      นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่อยากให้คนไทยใช้สมองคิดแต่ความขัดแย้ง คิดแต่ประชาธิปไตย เพราะถ้าหลุดจากกับดักเหล่านี้ไม่ได้ประเทศก็ถอยหลัง ทุกวันที่ทำมาล้มเหลวทั้งหมด แต่ตนจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ยังอยู่ ส่วนกับต่างชาติหลายคนเคยบอกว่า การที่รัฐบาลเข้ามาแบบนี้ไม่อยากคบด้วย แต่ก็เห็นทุกประเทศเข้ามา ในเวลาอันใกล้จะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งหลายประเทศเชิญไปหมด เพราะเขาต้องการร่วมมือ ถ้าเขาเกลียดคงไม่เชิญ เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น มีแต่คนไทยที่ต้องการให้แตกแยก โรดแม็พของไทยอยู่ในระยะที่ 2 ตนเหลือเวลาอยู่อีกไม่นาน และยืนยันว่าเราไม่ได้ฝืนประชาธิปไตย แต่ขอให้เวลาตรงนี้ด้วย พร้อมขอให้หยุดความขัดแย้งไว้ก่อนแล้วมาร่วมมือกันให้ได้
ฮึ่มอย่าพูดส่งเดชรัฐ-คสช.ทุจริต
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้ไล่ล่าผู้ที่แอบอ้างตนเพื่อหาผลประโยชน์ แต่อย่าพูดส่งเดชว่ามีการตกลงกันกับคนของ คสช. ซึ่งถ้าจริงก็ไปหาหลักฐานมา แต่อย่าพูดส่งเดช ถ้ามีหลักฐานก็จะจับให้ อย่าพูดให้เกิดความเสียหาย เมื่อวานนี้มีการประเมินเรื่องของคะแนนความโปร่งใส แค่จะรักษาคะแนนให้คงเดิมก็ยากอยู่แล้ว ถ้าบอกว่ามีการทุจริตก็ขอให้บอกด้วยว่า ทุจริตจุดใด ที่รัฐมนตรีหรือข้าราชการ ขอให้หามา ยืนยันว่าไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยตั้งแต่เข้ามา แต่เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ต้องการทำร้ายใคร แต่ก็ไม่เข้าใจทำไมต้องทำร้ายกันอยู่ได้ ทั้งที่ตัวเองไม่เคารพกฎหมาย
                      “วันก่อนมีคนถาม มีทหารแล้วได้อะไร อย่างน้อยทหารก็เอาชีวิตรักษาแผ่นดิน 5 แสนตารางกิโลเมตร ไว้ให้พวกหมาที่ออกมาพูดว่ามีทหารไว้ทำไม วันนี้ผมต้องพูดแบบนี้ เบรกไม่อยู่ เขาตายไปเท่าไร น้ำท่วมหรือฝนแล้ง แต่ยังมีที่ยืน ที่หายใจ ใครทำให้ ก็ทหารทั้งนั้น ถ้าไม่รักษาไว้จะทำอย่างไร จะเอาใครมาทำ การคุกคามแบบใหม่ในโลกเกิดขึ้นที่บ้านเรา เขาไม่เชื่อ ต้องช่วยกันพูด เมื่อพูดเสียงอ่อน สื่อก็หาว่าท้อแท้ ไม่มีท้อแท้ ไม่มีอ่อน อ่อนไม่ได้ ยิ่งเวลาน้อย ไม่อย่างนั้นจะแก้ไม่ได้ ไม่ใช่บ้าอำนาจ ที่ปวดหัวทุกวันเพราะรับหมด”
                      นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญคือ วันนี้มีคนพยายามให้ร้ายต่อประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศต้องสามารถชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีได้ทุกเรื่อง วันนี้เรามีแม่น้ำ 5 สายก็ดูเหมือนจะตีกันแล้ว ไม่ว่าจะรัฐธรรมนูญหรือโรดแม็พ ตนยังไม่ได้พูดอะไรสักคำว่าจะทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้จะให้ทำอย่างไร หรือจะใช้กำลังบังคับกัน ดังนั้นจึงอยู่ที่ประชาชนเพราะประชาชนคือผู้ออกเสียงอย่างแท้จริง ไม่ใช่พวกแอบอ้าง ตนพูดมากไม่ได้ เพราะจะถูกกล่าวหาว่าต้องการสืบทอดอำนาจ แต่จะทำทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยตอนที่ยังอยู่ในตำแหน่ง
ขู่เด้ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี-อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้สอบถามผู้ที่ร่วมฟังการกล่าวเปิดงานในห้องประชุมว่า “ใครเคยเห็นอินโฟกราฟฟิก ที่เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ขอให้ยกมือตอบให้ผมชื่นใจหน่อย” แต่ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือ พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า นี่คือการล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ดังนั้นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อาจจะต้องถูกเปลี่ยนได้แล้ว เพราะสร้างการรับรู้ไม่ได้
                      ขณะที่ในช่วงท้ายของการปาฐกถานายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอโทษที่วันนี้พูดไม่ดี สงสัยก้าวเท้าผิดออกจากบ้าน วันนี้ไม่มีวันไหนที่ตนมีความสุขจริงๆ
                      อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความไม่พอใจของนายกฯ เรื่องการสร้างการรับรู้ การจัดทำอินโฟกราฟฟิกนั้น เป็นเรื่องที่อาจเกิดจากความเข้าใจผิด เพราะความจริงแล้วหน่วยงานที่ทำอินโฟกราฟฟิกที่ปรากฏนี้ เป็นของศูนย์ปฏิบัตินายกรัฐมนตรี (พีเอ็มโอซี) ไม่ใช่ฝีมือของกรมประชาสัมพันธ์แต่อย่างใด
เดินหน้า ‘ไทยแลนด์ สตาร์ทอัพ’
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ตอนหนึ่ง ถึงแนวทางปฏิรูปประเทศว่า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งระบบและรูปแบบของการทำงานร่วมกัน ทั้งข้าราชการ รัฐ ประชาชน และเอกชน ซึ่งเคยกล่าวไว้แล้วว่า เราจะต้องดำเนินการปฏิรูปครั้งสำคัญของประเทศ ภายใต้นโยบาย “ไทยแลนด์ สตาร์ทอัพ” ซึ่งหมายความว่า รุกไปข้างหน้า เริ่มต้นให้ดี อะไรที่ยังไม่เข้มแข็งก็สตาร์ท ที่ยังไม่เกิด ก็สตาร์ทขึ้นมา ที่สตาร์ทไปแล้วก็ต้องสตาร์ทต่อ ไม่งั้นจะติดๆ ดับๆ โดยแนวทางในการดำเนินการมีดังนี้
                      1. จัดตั้งเนชั่นแนล สตาร์ทอัพ เซ็นเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงบัญชีนวัตกรรมที่มีอยู่ในแต่ละกระทรวง และจดทะเบียนสตาร์ทอัพ ส่งเสริมให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ทั้งจากธนาคารของรัฐและเอกชน มีกองทุนร่วมลงทุนให้เกิดความเข้มแข็ง สร้างเวทีแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ด้วยกันเอง หรือสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยเป็นผู้สนับสนุน ความรู้ต้องไปด้วยกัน เราเคยสัญญาไว้ว่าเราจะ Strong together เพราะฉะนั้นจะต้องมีรายได้สูงขึ้น มากน้อยก็ตามขีดความสามารถตามศักยภาพ โดยรัฐบาลก็จะไปดูแลเพิ่มเติมให้
                      2. การนำภาคเกษตรเข้าสู่ระบบ ภาคการเกษตร วันนี้รายได้น้อย ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาต่ำลง เป็นปัญหาของทุกประเทศในโลกเพราะงั้นเราก็มีโครงการในเรื่องของการจัด “1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี” ขึ้น เป็นระยะแรก เราต้องการปฏิรูปการเกษตรของประเทศให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ให้เข้าถึงแหล่งวิชาการ แก้ปัญหาเดิมๆ ที่มีอยู่ให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมรายย่อยในแต่ละท้องถิ่น บรรดานักธุรกิจต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย วันนี้ต้องช่วยกันทั้งหมด จะทำยังไงให้นวัตกรรมไทย คือสิ่งใหม่ๆ ที่ผลิตออกมา คิดออกมาแล้วมีความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย เกื้อกูลต่อการใช้วัตถุดิบในประเทศ แล้วก็ไปสร้างแบรนด์ของตัวเอง แบรนด์ของอาเซียน แบรนด์ของสินค้าไทย ที่เราเรียกว่า เมด อิน ไทยแลนด์ ต่อไปก็มี เมด อิน อาเซียน ด้วย เพราะเราเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว
                      3. การส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีใหม่ (Tech Startup) ได้มีการจับมือทุกฝ่าย ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตร ดิจิทัล เทคโนโลยี และธุรกิจบริการ มาร่วมกันคิดและสร้างการเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่ใช้นวัตกรรม ตั้งแต่ระดับเล็ก กลาง ใหญ่ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ จากการขายสินค้าและบริการที่เป็นทางเลือกใหม่ของตลาด เป็นโอกาสในการที่จะขยายธุรกิจและเปิดตลาดใหม่ออกไปในวันข้างหน้าด้วย จะทำให้รายได้ประเทศสูงขึ้น เป็นการยกระดับขีดความสามารถของประเทศให้มีการแข่งขันได้มากขึ้น

Leave a comment