ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
10 มีนาคม 2559 เวลา 09:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/420657

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เผือกร้อนตกมาที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จากนี้จึงเป็นโจทย์ที่ต้องคิดหนักว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรกับข้อเสนอเรื่อง สว.สรรหา ที่จะมารับหน้าที่ประคับประคองสถานการณ์ร่วมกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี
ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ กรธ.จะตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใด เพราะข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธนี้ถูกส่งตรงมาจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บิ๊กคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
แถมจับสัญญาณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีแนวโน้มเห็นด้วยกับข้อเสนอเรื่อง สว.สรรหา ที่จะมาสานต่อยุทธศาสตร์การปฏิรูป อาจจะติดตรงเรื่องอำนาจหน้าที่ที่เห็นว่าไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
ทุกอย่างดูจะสอดรับไปกับท่าทีก่อนหน้านี้ของแม่น้ำสายต่างๆ อย่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีข้อเสนอข้อ 16 ให้ กรธ.พิจารณาใช้ร่างรัฐธรรมนูญสองขยักในช่วงเปลี่ยนผ่านและช่วงปกติ
อีกด้าน พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ในฐานะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 12 (ตท. 12) กับ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจุดประเด็นเสนอให้ คสช. สรรหาจากบุคคลทุกสาขาอาชีพเพื่อให้การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ 20 ปี
ไม่ต่างจากท่าทีของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เห็นว่าควรกลับไปใช้ระบบการสรรหา สว. แต่ปรับปรุงกลไกการสรรหาให้มีประสิทธิภาพ ไม่ผูกขาดอยู่แค่คนไม่กี่คนที่จะสร้างปัญหาเหมือนอดีต ขณะที่ พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. เองก็ออกมาสนับสนุนแนวคิดบิ๊กป้อม
ดังนั้นหาก กรธ. “ขัดใจแป๊ะ” ยึดตามร่างแรกรัฐธรรมนูญ ยืนยันใช้สูตร “เลือกไขว้” จากแต่ละกลุ่มอาชีพ อาจกระทบไปถึงเป้าหมายและเส้นทางของ คสช.นับจากนี้
แต่สาเหตุที่ กรธ.ยังแบ่งรับแบ่งสู้ไม่อาจรีบตัดสินใจรับลูกข้อเสนอเรื่อง สว.สรรหา เพราะแรงเสียดทานจากหลายฝ่ายที่ออกมาดักคอไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าเป็นหนึ่งในแผนการสืบทอดอำนาจ
จิ๊กซอว์สำคัญอยู่ที่คำชี้แจงจาก พล.อ.ประวิตร ซึ่งระบุยืนยันเปิดทางให้ คสช.เข้ามาเป็น สว.สรรหา ได้ พร้อมออกตัวปฏิเสธเรื่องการสืบทอดอำนาจว่า “อำนาจคือตำแหน่งหน้าที่ผู้บริหาร แต่ สว.สรรหา ไม่ได้เข้าไปอยู่ใน ครม. สว.สรรหา ไม่ได้เข้ามาใช้อำนาจ เข้ามาใช้ความคิด”
ทว่าหลายฝ่ายยังไม่อาจเชื่ออย่างสนิทใจเพราะ “อำนาจ” หรือ “หน้าที่” ของ สว.สรรหา ชุดนี้จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับ กรธ.ที่จะเขียนกำหนดไว้
แม้ร่างรัฐธรรมนูญเวอร์ชั่นแรกของ กรธ.จะตัดอำนาจถอดถอนของ สว.ออกแล้ว แต่หน้าที่อื่นๆ ทั้งการคัดกรองกฎหมาย การแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระก็มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะบทบาทขององค์กรอิสระตามร่างรัฐธรรมนูญที่มองกันว่าเป็นกลไกการเมืองที่มีอำนาจอยู่ไม่น้อย ที่สำคัญไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีการมอบอำนาจเพิ่มเติมให้ สว.สรรหา ชุดนี้หรือไม่
ทว่าการผลักดัน สว.สรรหา รอบนี้ดูจะเป็นเพียงแค่ “หมากลวง” ของ คสช.ที่เข็นออกมาหยั่งเสียงสังคม และ กรธ.หากสามารถผลักดันได้สำเร็จ คสช.ยังมีก้าวต่อไปที่ตระเตรียมไว้
โดยเฉพาะโจทย์ใหญ่เรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่เคยผลักดันจนสำเร็จในร่างรัฐธรรมนูญฉบับ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่ากันว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นมีอันตกไป
แต่แนวคิดเรื่อง “กลไกพิเศษ” แบบ คปป.นี้ ยังเป็นเป้าหมายลึกๆ ที่ คสช.พยายามผลักดัน แต่ด้วยข้อกังขาว่านี่จะเป็นช่องทางการสืบทอดอำนาจ ที่มีบทบาทสถานะเหนือฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ทำให้ กรธ.ออกตัวตั้งแต่แรกว่าจะไม่มีองค์กรพิเศษอย่าง คปป.ในร่างรัฐธรรมนูญนี้ แต่จะใช้เพียงกลไกที่มีอยู่แล้วทำหน้าที่แก้ปัญหาสลายทางตัน
ทั้งที่ คสช.ส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการองค์กรแบบ คปป. เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้ทุกอย่างที่ทำมาทั้งหมดต้องเสียของ และเหมือนจะออกแรงผลักดันอยู่ลึกๆ
ท่าทีของ กรธ.เองก็ยังไม่ได้ปิดประตูเสียทีเดียว เพราะล่าสุดหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าการให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจะเป็นการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป
จนล่าสุดปรับเปลี่ยนมาเป็นการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภา ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ จนหลายคนเริ่มระแวงว่านี่เป็น คปป.กลายร่าง
แม้วันนี้อำนาจการตัดสินใจของที่ประชุมดังกล่าวจะยังไม่มากเท่า คปป. แต่อาจเป็นก้าวแรกที่จะเดินไปสู่จุดนั้น ยิ่งหาก การผลักดัน สว.สรรหา ที่เต็มไปด้วยเสียงครหาสามารถทำได้สำเร็จ
ก้าวต่อไปหนีไม่พ้นการปัดฝุ่น คปป.กลับมาใหม่อีกรอบ