ใบสั่ง “คสช.” เพิ่มแรงต้านคว่ำรัฐธรรมนูญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มีนาคม 2559 เวลา 19:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/422181

ใบสั่ง "คสช." เพิ่มแรงต้านคว่ำรัฐธรรมนูญ

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

อาจต้องเรียกว่า “ใบสั่ง” มากกว่า “ข้อเสนอ” สำหรับคำแนะนำจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ส่งตรงมาถึงกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)​ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างสุดท้ายที่มีเดดไลน์วันที่ 29 มี.ค.นี้

ตอกย้ำความชัดเจนผ่าน “สัญญาณ” จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธไม่ได้กดดัน กรธ. แต่เชื่อว่า กรธ.คงจะทำตาม ถ้าไม่ทำตามก็จะทำข้อเสนอไป กรธ.ใหม่

“เดี๋ยวมีอีกก็ได้ ถ้า กรธ.ไม่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวผมก็เขียนไปใหม่ ก็ทำจนกว่าจะพิจารณานั่นแหละ”

จุดยืนที่แน่วแน่ของ คสช. ที่ประกาศชัดว่า “ไม่ดีก็ร่างใหม่” คงยากที่ กรธ.จะขัดขืนได้ แม้จะรู้ดีว่าหากยอมเขียนตาม “ใบสั่ง” ที่ได้รับคงเพิ่มแรงต้านรัฐธรรมนูญมากขึ้นกว่าเดิม

ลำพังแค่ร่างเดิมที่ยังไม่ปรับแก้ตามใบสั่งของ คสช. กรธ.ก็ถูกถล่มจากหลายฝ่ายในหลายประเด็น ไล่มาตั้งแต่เรื่องระบบเลือกตั้งสัดส่วนผสมที่บัตรเดียวเลือกทั้ง สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ และนายกรัฐมนตรี มาจนถึงระบบสรรหา สว. ที่ใช้การเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มอาชีพ ตลอดจนเรื่องสิทธิ ฯลฯ

จนประเมินว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านประชามติ ถึงขั้นที่ กรธ.ต้องยอมปรับแก้ใหม่ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิ

ดังนั้น หาก กรธ.ตัดสินใจรับลูก คสช. ย่อมทำให้มีกระแสต้านรัฐธรรมนูญเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน แถมยังกระทบไปถึงผลของการลงประชามติในอนาคต

โดยเฉพาะกับ “ใบสั่ง” ล็อตสุดท้าย ที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ส่งตรงถึง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เนื้อหาทั้ง 3 ข้อถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเปิดทาง “สืบทอดอำนาจ”

เริ่มตั้งแต่การเปิดทาง “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ด้วยการเสนอให้งดเว้นการบังคับใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 154 ที่ให้พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ 3 รายชื่อ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี

ด้วยเหตุผลว่าควรพิจารณาถึงอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้นเพราะเหตุที่มีเงื่อนไขเข้มงวด เช่น ผู้มีชื่อในบัญชีถอนตัว หรือตกเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในภายหลัง อันจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลประสบปัญหา

จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการปลดล็อกเงื่อนไขเปิดทางให้คนของ คสช. เข้ามากุมบังเหียนทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหารในช่วงเปลี่ยนผ่าน

สอดรับไปกับข้อเสนอเรื่อง สว.สรรหาหรือแต่งตั้ง ที่วิจารณ์กันว่าเป็นเพราะต้องการคนที่ คสช. ไว้ใจได้มาประคองสถานการณ์ ถ่วงดุลฝ่ายบริหารที่จะมาจากการเลือกตั้ง ด้วยกลไกใหม่อย่างการให้ สว.เสนอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้

ยังไม่รวมกับตำแหน่ง สว.โดยตำแหน่งที่ล็อกไว้ให้ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส.​ ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. ผบ.ทร. และ ผบ.ตร. ที่ระบุว่าเพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงแห่งชาติ

ข้อกังขาเรื่อง “การสืบทอดอำนาจ” นับวันมีแต่จะฉุดความเชื่อมั่นที่มีต่อ คสช. และร่างรัฐธรรมนูญ

แม้ คสช.จะมั่นใจว่าจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เต็มไปด้วยข้อกังขาเรื่องการสืบทอดอำนาจผ่านประชามติได้ แต่ในระยะยาวรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะย้อนกลับมาสร้างปัญหาในที่สุด

เริ่มตั้งแต่จะทำให้การบริหารของรัฐบาล คสช. เต็มไปด้วยแรงเสียดทาน ประชาชนไม่เชื่อมั่นว่าทุกอย่างที่ทำไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แต่อาจจะเป็นเพียงแค่การรักษาฐานอำนาจให้อยู่ต่อไปนานขึ้น

อีกด้านความเชื่อมั่นในสายตาต่างชาติย่อมต้องลดน้อยถอยลงไป เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าการสอดไส้เช่นนี้​ไม่อาจทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ตราบเท่าที่เงาของ คสช. ยังปกคลุมทาบทับรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้ง​

พานกระทบไปถึงเรื่องการค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว ที่จะพันกันเป็นลูกโซ่ ฉุดให้เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วย่ำแย่หนักกว่าเดิม  ซ้ำเติมกับปัญหาบริหารงานของรัฐบาล คสช. ที่ไม่โดนใจชาวบ้านเหมือนก่อนหน้านี้ ปัญหาหลายอย่างยัง
ไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะการปฏิรูปที่ยังห่างไกลความจริง

ที่สำคัญปมเรื่องสืบทอดอำนาจนี้ ย่อมเป็นชนวนปลุกให้กลุ่มต่างๆ ออกมาคัดค้าน คสช. ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นขั้วอำนาจเก่า กลุ่มต่อต้านรัฐประหาร กลุ่มการเมืองที่เฝ้ารอว่าจะมีการเลือกตั้งที่แท้จริง ยังไม่รวมกับกลุ่มมือที่สามที่จ้องจะสร้างสถานการณ์

เส้นทางตามโรดแมปของ คสช. นับจากนี้จึงเต็มไปด้วยความเปราะบางอย่างยิ่ง

 

Leave a comment