คสช.ปลดล็อคห้ามบุคคลบินต่างแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160527/228492.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2559
คสช.ปลดล็อคห้ามบุคคลบินต่างแดน

คสช.ปลดล็อคห้ามบุคคลบินต่างแดน จ่อประกาศเป็นทางการ1มิ.ย.นี้ ระบุไม่มีข้อสั่งการพิเศษปมวัดธรรมกาย

            เมื่อวันที่ 27 พ.ค. เวลา 16.00น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ผบ.เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

จากนั้นเวลา 18.00 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้มีประเด็นสำคัญอยู่ 3 ประเด็น เรื่อแรกคือการติดตามสถานการณ์ทั่วไปของประเทศ ซึ่งมีการรายงานข้อมูลทั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สำนักข่าวกรอง สภาความมั่นคง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างก็รายงานตรงกันว่าสถานการณ์โดยรวมเรียบร้อยดี แม้อาจจะมีความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆที่เห็นต่างบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ยังคงอยู่นกรอบที่ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เรื่องที่สองคือการแบ่งงานมห้ชัดเจนระหว่างรัฐบาลกับ คสช. เพราะนายกฯได้เน้นการบริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้เกิดความยั่งยืน ดังนั้นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจได้แล้ว ก็จะต้องปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินดำเนินการต่อไป ต้องค่อยๆผ่อนระยะออกมา เช่น เรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย แต่เดิมที่มี ศปมผ. เป็นหัวหลัก ขณะนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทำเต็มที่แล้ว ทางกระทรวงเกษตร และกรมประมงก็จะมีหน้าที่ชัดเจนขึ้น ศปมผ. ก็จะถอยห่างออกมา แต่ช่วยเหลืออยู่ ส่วนจะพอใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของเราหรือไม่ก็อยู่ที่สหภาพยุโรป (อียู)

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ 3 คือที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ให้บุคคลที่ คสช. ห้ามให้ออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนี้ก็มีมติอนุญาตให้ออกนอกประเทศได้แล้ว เว้นแต่ว่าคนๆนั้นติดหมายจับ มีคดีความกับศาล ก็ต้องไปขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อตามกระบวนการ ส่วนคนที่ไม่มีคดีติดตัว ก็สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ ซึ่งคำสั่งนี้จะออกเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 1 มิ.ย. เมื่อถามว่ามีกี่คนที่ได้รับการยกเว้น พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีกี่รายชื่อ แต่หลักการก็คือ ใครที่เคยถูก คสช. ห้าม สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ เว่นแต่คนที่มีคดีความ ซึ่งไม่จำเป็นต้องแจ้ง คสช. ล่วงหน้าก่อนเดินทาง

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พูดคุยเรื่องวัดพระธรรมกาย ซี่งที่ประชุมได้รับทราบ แต่ไม่มีข้อสังการอะไร ขอให้เป็นกระบวนการตามกฎหมายที่สามารถชี้แจงกับประชาชนได้ สุดท้ายนายกฯได้สั่งการอีกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นทุหหน่วยงานจะต้องเร่งทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย สร้างศรัทธาให้กับประชาชน เพื่อเป็นเกราะป้งอกันในการทำหน้าที่ทุกภารกิจ ยกตัวอย่างเช่นคดีความที่เกี่ยวข้องกับลูกหลานตำรวจ ที่ประชาชนไม่มีความมั่นใจ เรื่องนี้ทางตำรวจก็ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า ทุกคนจะได้รับความเป็นธรรม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในที่ประชุมได้พูดคุยเรื่องแนวทางการทำประชามติหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้บรรยากาศโดยรวมก็ไม่มีอะไร อย่างที่โฆษก คสช. ชี้แจง

นอกจากนี้พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด กล่าวว่า มติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ออกมาได้พูดถึงว่าจะเป็นการผ่อนคลายสถานการณ์การเมือง เพื่อนำไปสู่เรื่องการทำประชามติ แต่อยากให้สังคมเกิดความรู้สึกว่ารัฐบาลและคสช.เข้าใจความรู้สึกของสังคม พร้อมรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงได้พิจารณาว่าอะไรที่พอผ่อนคลายได้ เพื่อให้บ้านเมิองเดินต่อไปได้ ไม่เกิดความรู้สึกว่าตึงเกินไป อย่างกรณีของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อไม่มีคดีความก็สามารถไปได้ แต่อย่างกรณีของนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีคดีความก็ต้องไปขออนุญาตจากศาล แต่ยังไม่มีการหารือถึงกรอบเวลากรณีที่บุคคลออกไปต่างประเทศแล้วไปพูดให้มีผลกระทบกับประเทศ ว่าจะห้ามออกอีกหรือไม่ วันนี้เมื่อเราเปิดแล้วก็คือเปิดส่วนเรื่องของอนาคตค่อยว่ากัน อย่างไรก็ตามในที่ประชุมไม่มีใครคัดค้านว่าการปลดล็อกครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งใหม่ ทุกคนเห็นด้วย

เมื่อถามถึงกรณีคนออกไปต่างประเทศแล้ว ไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองภายในประเทศสามารถทำได้หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า การแสดงความเห็นทางการเมืองในต่างประเทศ แม้ยังไม่ได้รับการผ่อนผันก็แสดงความคิดเห็นกันอยู่แล้ว ดังนั้นก็เป็นสิทธิ์ที่เขาสามารถพูดอะไรก็ได้ แต่อยู่ที่จิตสำนักของแต่ละคน ทั้งนี้นายกฯเองก็ได้เน้นเรื่องการชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจในกรณีต่างๆหากมีการไปให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและคงไม่ถึงขนาดว่าผู้ที่เคยมีรายชื่อห้ามออกนอกประเทศจะรวมตัวกันเช่าเครื่องบินเหมาลำเพื่อไปทำกิจกรรมต่างๆ เชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ส่วนถ้าจะเดินทางไปร่วมงานวันเกิดใครหรือนายใหญ่ใครในต่างประเทศถือเป็นเรื่องส่วนตัว สื่ออย่าชี้โพรงกันมากนัก ส่วนกรณีที่ต่างประเทศเชิญอดีตนักการเมืองไปปาฐกถาหรือแสดงความคิดเห็นเราคงไปตรวจสอบก่อนไม่ได้ เพราะทุกคนถือว่าได้รับการปลดล็อคแล้ว เป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้แต่ทุกคนต้องมีสติต่อบ้านเมือง ส่วนถ้าออกไปต่างประเทศแล้วไปพูดเรื่องที่เกิดผลกระทบ กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งนายกฯมั่นใจว่าทุกคนทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว และเชื่อว่าต่างประเทศเมื่อฟังข้อมูลแล้วจะชั่งน้ำหนักเองได้

เมื่อถามย้ำว่าที่คสช.ผ่อนคลายสถานการณ์ให้เดินทางไปต่างประเทศได้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงกดดันจากนานาชาติหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ไม่ใช่ แต่ยอมรับความเป็นจริงว่ารัฐบาลและคสช.รับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกฝ่าย แม้ความเห็นต่างเราก็รับฟัง หลังชั่งน้ำหนักดูแล้วอะไรที่พอผ่อนปรนได้เราก็ทำเพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าเราจ้องฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นพิเศษ ถ้าบ้านเมืองสามารถเดินต่อไปได้เราพร้อมจะทำ ขอยืนยันอีกครั้งว่าการปลดล็อกครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาการทำประชามติ และการที่เราปลดล็อกครั้งนี้เพราะประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้นและจะเป็นเกราะป้องกันประเทศในเรื่องต่างๆ รัฐบาลและคสช.จะคำนึงและฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก

เมื่อถามอีกว่าถามว่าในเรื่องการห้ามแสดงความคิดเห็นในต่างประเทศถือเป็นประเด็นที่เปราะบางและทางคสช.ระวังมาตลอด มีเหตุผลอะไรที่ปลดล็อกครั้งนี้ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่มีรายงานจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติ จากเวทีการประชุมรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย (ยูพีอาร์) ซึ่งมีการติดตามเหตุการณ์ในประเทศมาตลอด โดยเฉพาะเมื่อครม.เห็นชอบกฎหมายสำคัญต่างๆ ที่ทางยูพีอาร์ชื่นชมและเห็นความตั้งใจของรัฐบาล
เชื่อบรรยากาศการเมืองดีขึ้น

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ทีมโฆษกคสช. เปิดเผยภายหลังการประชุมฝ่ายความมั่นคง ที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้มีมติตามคำสั่งหัวหน้าคสช.เรื่องยกเลิกการห้ามบุคคลออกนอกประเทศนั้น เป็นความคิดของนายกรัฐมนตรีที่ได้เสนอต่อที่ประชุม ซึ่งนายกฯได้รับข้อมูลจากทีมงาน นักวิชาการ ทีมกฎหมายมาประกอบการพิจารณา ซึ่งการตัดสินใจของนายกฯไม่ใช่การตัดสินใจแบบไม่มีข้อมูล แต่ตัดสินใจบนพื้นฐานการทำงานที่มีข้อมูล มีการติดตามงานด้านการข่าวและสถานการณ์โดยรวม เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย สร้างบรรยากาศการรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารแผ่นดิน คนไทยด้วยกันอะไรที่เคยผิดพลาดก็ต้องแก้ไข อะไรที่สร้างความรักความสามัคคีต่อคนในชาติก็ต้องทำ อย่างไรก็ตาม สำหรับการขอจัดกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองบรรยากาศขณะนี้ยังไม่สมควรทำ ที่ประชุมจึงปลดล็อคเฉพาะเรื่องที่ควรทำในขณะนี้ และเชื่อว่าบรรยากาศทางการเมืองจะดีขึ้น

พ.อ.ปิยะพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลและคสช. จะต้องดูแลให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยเเละให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยเฉพาะในช่วงก่อนการทำประชามติ 7 ส.ค.นี้ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้กระบวนการต่างๆของบ้านเมืองเดินไปได้ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมไม่ได้มีความกังวลเรื่องการทำประชามติแต่อย่างใด ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ทั้งนี้ที่ประชุมยังเห็นตรงกันว่าควรตอบโต้ทางการเมืองให้น้อยลง เอาการทำงานบริหารราชการดูแลประชาชนเป็นหลัก

Leave a comment