‘นายกฯ’ลั่น!จะอยู่จนบ้านเมืองสงบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160601/228738.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 1 มิถุนายน 2559
‘นายกฯ’ลั่น!จะอยู่จนบ้านเมืองสงบ

‘นายกฯ’ เปิดประชุมจี 77 ย้ำความร่วมมือจากทุกฝ่าย สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มประเทศสมาชิก ยันจะอยู่จนบ้านเมืองสงบ ยึดกฎหมายในการเลือกตั้ง ปัดรังแกนักการเมือง

       เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มิ.ย.59 ที่ห้องฉัตรา บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมประเทศสมาชิก กลุ่ม 77 เพื่อนำเสนอการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับภาคธุรกิจ ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของภาคเอกชนในการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยในฐานะประธานกลุ่ม 77 ณ นครนิวยอร์ก เพื่อเผยแพร่แนวทางการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะเครื่องมือหนึ่งในการสนับสนุนการอนุวัติวาระการพัฒนา โดยเฉพาะการนำเสนอมุมมองการใช้แนวทางการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในภาคเอกชน ซึ่งเอกชนหลายรายในไทยประสบความสำเร็จในการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในภาคธุรกิจ
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอต้อนรับผู้แทนสมาชิกกลุ่มประเทศจี 77 ซึ่งนับเป็นเกียรติที่ได้ทำหน้าที่ประธานในครั้งนี้แต่ถือว่าทุกคนเป็นประธานร่วมกัน ถือว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันทั้งสิ้น เราจะต้องเจริญเติบโตและแข็งแรงไปพร้อมพร้อมกัน โดยทุกคนจะต้องร่วมกันพาทั้ง 134 ประเทศไปพร้อมพร้อมกัน เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะต้องมาร่วมมือกัน การพัฒนาที่มีความยั่งยืน ประเทศไทยมีความพร้อมและมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับทุกประเทศ ร่วมมือและเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือทางด้านความมั่นคงในทุกระดับ ซึ่งความจริงประเทศไทยน่าจะรวยมานานแล้วเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นตั้งแต่ 10 ปีที่ผ่านมาแต่วันนี้ก็ยังไปได้ช้า วันนี้ทุกอย่างมีพร้อมทั้งหมดแต่ขาดการบริหารจัดการที่ดี วันนี้ทุกฝ่ายต้องหาความร่วมมือกันให้ได้ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นรูปธรรม เราต้องเร่งทำงานให้เกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อประเทศประชาชนและประชาคมของเรา อย่าลืมว่าวันนี้ปัญหาของประเทศกำลังพัฒนามีทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำความไม่เป็นธรรมและการเข้าถึงทรัพยากรที่ไม่สมดุลย์ แต่รักไม่สามารถดูแลให้ทุกคนได้อย่างแน่นอนสังคมก็จะสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ขาดแรงงานและการเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่
       นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนาทุกๆด้าน 167 เป้าหมาย รัฐบาลไทยจึงได้วางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและดำเนินการตามแผนปฏิรูป ถ้าประชาชนไม่รู้อนาคตก่อนก็จะเกิดความขัดแย้งเพราะโลกไร้พรมแดนมีระบบสื่อสารที่รวดเร็ว รัฐไม่ใช่ผู้ที่จะกำหนดทุกอย่าง เราต้องพัฒนาที่ตัวบุคคลก่อนต้องปฏิรูป ว่าเราจะทำงานเพื่อใคร ตนทราบดีว่าทุกคนมีความรู้และประสบการณ์มากกว่าตน แต่ตนเป็นทหารเก่าหลายคนคิดว่าตนไม่รู้เรื่องแต่ก็ยอมรับว่าไม่รู้เรื่องจริงๆ แต่ก็ใช้เวลาสองปีในการอ่านและเรียนรู้ก็พอจะรู้เรื่อง ตนจะทำทุกอย่างในสิ่งที่ทุกคนเก่งอยู่แล้วเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ลดความขัดแย้งในอนาคต แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปกีดกันใคร แต่เราต้องมองอนาคตโดยประชาชนจะต้องเป็นผู้กำหนดอนาคตตัวเองบ้าง ต้องผ่านช่องทางที่ถูกต้อง แล้วแต่ว่าประเทศนั้นๆ มีการปกครองแบบใด ถ้าเป็นประชาธิปไตยก็คือประชาธิปไตย
       “ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมแต่ไม่ใช่รวมหัวกันเพื่อสร้างความขัดแย้ง ต้องรวมตัวกันเพื่อหาทางช่วยภาครัฐ การทำงานต้องมีการวางแผนและตั้งเป้าหมายไม่ว่าจะคิดจะทำอะไรก็ทำ จากนั้นก็จะติดไปหมดเพราะหนึ่งไม่เคยเรียนรู้และประชาชนเองก็ไม่รับรู้มีการต่อต้านตลอดเมื่อมีคนชักนำไปในทิศทางหนึ่งทางใด เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเสียประโยชน์หรือได้ประโยชน์จากอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่จะมองกันไม่พ้นตัวเอง ดังนั้นเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องทำให้เขามองทั้งตัวเองและส่วนรวม ต้องช่วยกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ไม่มีทางทำอะไรได้สำเร็จ หากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือเพราะเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจหวาดระแวงและกลัวว่าจะได้รับผลประโยชน์ที่ไม่เท่าเทียมปัญหาทั้งหมดอยู่ที่คนทั้งสิ้น แต่ถ้าเราสามารถสร้างคนที่มีธรรมาธิบาล มีคุณธรรม จริยธรรมได้ก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ ประเทศไทยวันนี้จะต้องเดินหน้าโดยผมเป็นผู้ปฏิบัติมาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ.ดูแลทหารสองแสนกว่าคนดูแลประชาชน ถ้าไม่มีทหารประเทศไทยไปไม่ได้ ในทุกวันนี้เราใช้ทหารในการขับเคลื่อน และขอให้เข้าใจว่าผมไม่ได้มีทหารเพื่อไว้รบกับใครหรือจับกุมดำเนินคดีนักการเมือง ซึ่งความจริงการดำเนินคดีนั้น ตำรวจก็สามารถดำเนินการได้แต่ก็พยายามต่อต้านโดยใช้กลไกในด้านอื่นๆซึ่งผมไม่อยากจะพูดตรงนี้ เพราะผมต้องรบทุกวันจนหน้ายับมาถึงทุกวันนี้ เมื่อคืนก็สะดุ้งตื่นตอนตีหนึ่งครึ่งเพราะตื่นเต้นที่จะได้มางานนี้และเจอปัญหา และคิดว่าวันนี้จะต้องสั่งการอะไรวันนี้ก็จะต้องสั่งอีกประมาณ 50 เรื่อง ที่ผ่านมาเกือบสามปีสั่งไปแล้ว 8500 เรื่องแต่ก็ยังไม่เสร็จนี่คือตัวอย่างของประเทศไทย ถ้าเราปล่อยปะละเลยทั้งหมดระบบบริหารราชการแผ่นดินและการเลือกตั้งล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น วันนี้การแก้ปัญหาผมไม่ได้แกเพื่อประเทศไทยหรือตัวผมเองจะขึ้นจะลงผมไม่ได้ต้องการอำนาจอะไรทั้งสิ้นเพราะผมมีอำนาจมาพอเพียงแล้ว 30 กว่าปีเกือบ 40 ปีในกองทัพแล้วผมจะต้องใช้อีกทำไม ทุกวันนี้ใช้อำนาจเพื่อการพัฒนาต่างๆให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ผมจะได้ไปๆเสียที ผมก็เบื่อหน้าตัวเองในจอโทรทัศน์ เบื่อจะตายอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
       นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายอย่างอาจจะถูกบิดเบือนทำให้เกิดความไม่เข้าใจเพราะกลไกทางการเมือง ก็มีทั้งดีและไม่ดีทำให้ความเข้าใจผิดเพี้ยนไปจนทำให้เกิดความขัดแย้งภายในประเทศและลามไปถึงต่างประเทศก็จะทำให้ยุ่งกันไปหมด ภาคประชาชนไม่ควรมุ่งแต่กำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียวรัฐเองก็ต้องอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆทั้งการเปิดตลาดการออกกฏหมายการสร้างความเป็นธรรมซึ่งประเทศไทยแก้ปัญหาเหล่านี้เยอะมาก ซึ่งวันนี้ทุกคนเริ่มพอใจ เราถูกกำหนดหลักเกณฑ์ด้วยโลกและขั้วต่างๆ วันนี้จึงต้องพยายามเอาสิ่งเหล่านี้มาทำให้เกิดประโยชน์โดยการรวมกลุ่มให้เกิดความแข็งแรงไม่ใช่รวม กันเพื่อสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องรวมตัวเพื่อให้มีการรับฟัง ต้องพูดในภาษาเดียวกันเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
แจงความจำเป็นใช้กฎอัยการศึก – ม.44 ซัด “พิชัย” จบอะไรมา วิจารณ์ ศก.เยอะไปหมด ลั่นพร้อมอยู่ต่อหากบ้านเมืองยังไม่สงบ
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า บางครั้งมีคนต้องการตัดเสื้อตัวเดียวให้กับเรา ซึ่งในประเทศ G 77 จะต้องดูว่าควรเลือกเสื้อแบบใดจึงจะเหมาะกับประชาชนของตัวเอง ตนคิดแบบทหาร ซึ่งต้องมีเป้าหมายระหว่างทาง หาหนทางปฏิบัติในสิ่งที่ไปไม่ได้ ไม่ใช่ตีกันไปตีกันมาจนติดแบบนี้ ส่วนปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องที่เสียหายอย่างร้ายแรง ประเทศไทยกำลังแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่ ไม่ใช่เป็นการรังแกทางการเมือง เพราะกฎหมายคือกฎหมาย ทุกเรื่องคือกฎหมายทั้งหมด และต้องเข้าใจว่าการใช้กฎอัยการศึกและมาตรา 44 ประเทศไทยมีความจำเป็นเพื่อให้เกิดความสงบ เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ดังนั้น วันนี้ที่มีการเรียกตัวบุคคลเข้ามาแล้วติดคุก นั่นเป็นเพราะมีคดีอาญาที่ทำผิดแต่เดิมอยู่แล้ว นอกจากนี้สถานการณ์ในประเทศยังไม่ปกติ หากปกติต้องเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สื่อมวลชนเองก็ไม่ปกติ จึงต้องมีกฎหมายพิเศษออกมา เพื่อให้เขาหยุด แต่ก็ปล่อยให้มีการพูด หากเปิดดูหนังสือพิมพ์ของไทยวันนี้จะเห็นว่าหนักขึ้นเรื่อยๆ
       “เช่น หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ไม่รู้ไปเอาความคิดมาจากไหน เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ พอเปลี่ยนบรรณาธิการจึงเป็นแบบนี้ นี่คือคนที่เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนหลักการของตัวเอง ผมรับไม่ค่อยได้ แต่ก็คุมไม่ค่อยได้ เขาเป็นพ่อผมมั๊ง ขอโทษที่พูดแรง ฝรั่งอาจฟังไม่รู้เรื่อง เอาแค่คนไทยรู้ก็แล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้ภาคธุรกิจศึกษาให้ดี อะไรที่เสียประโยชน์ต้องต่อรองให้มากที่สุด ส่วนปัญหาการท่องเที่ยว แม้ไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 30 ล้านคน แต่ก็ไม่ได้มีความสุข ตราบใดที่ยังดูแลนักท่องเที่ยวไม่ได้ ต่อให้มีกว่า 50 หรือ 60 ล้านคน ก็พร้อมจะรับ และต้องดูเรื่องมิติของสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและไกด์ ซึ่งตนรื้อทุกระบบ และเชื่อว่าหลายประเทศก็มีปัญหานี้
       “ส่วนผลสำรวจการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไอเอ็มดี ที่เราถูกปรับให้ขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องง่ายใน 2 ปีที่ผ่านมา แต่บางคนบอกว่า ไอเอ็มดีเชื่อมั่นได้แค่ไหน ผมก็ปวดหัวเหมือนกัน แล้วจะเชื่อใคร ไปเชื่อนายพิชัย (นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน)เหรอ นายพิชัยเคยทำอะไรมา เรียนจบอะไรมา วิจารณ์เศรษฐกิจไทยเยอะแยะไปหมด เก่งเศรษฐกิจเหลือเกิน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อยากให้ประเทศสมาชิก G 77 อยู่กับเราด้วย ให้เป็นยุทธศาสตร์ของกลุ่ม G 77 และแต่ละประเทศก็ไปทำกันเอง ต่อไปตนก็ไม่ได้อยู่แล้ว และไม่ได้เป็นประธานกลุ่มแล้ว จะอยู่ถึงหรือไม่ยังไม่รู้เลย แต่ถึงแน่นอน ไม่ต้องกลัว ตนไม่ไปไหนอยู่แล้ว ตราบใดยังไม่สงบก็จะอยู่
       “พูดไปตรงนี้เดี๋ยวจะขวัญเสีย รัฐบาลไปแน่ เลิกดีกว่า แบบนี้ไม่ได้ บอกตรงนี้ ไม่สงบไม่เรียบร้อยก็ไม่ไป ไปว่ากันมา นักข่าวก็รอแค่นี้แหละ จะได้กลับบ้าน ส่วนที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้ลงหรอกเชื่อผมสิ” นายกฯ กล่าว
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ต้องเข้าใจว่า เป็นการต่อสู้ของสื่อสิ่งพิมพ์กับสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์คนไม่ค่อยซื้อแล้ว เพราะอ่านโซเซียลมากขึ้น ฉะนั้นตนก็จะไปช่วยเรดให้หนังสือพิมพ์ ภาพนายกฯขึ้นปกทุกวัน ชี้โน้นชี้นี่ ไม่ใช่ชี้เพราะใช้อำนาจ แต่เพราะติดนิสัยเป็นทหาร ชี้ถามว่าเสร็จหรือยัง มาบอกว่าตนบ้าอำนาจ ตนกลุ้มใจ แต่ไม่เป็นไร ถ้าไม่บ้าคงไม่มายืนตรงนี้ ฝรั่งอาจไม่เข้าใจ แต่ตนพูดเพราะไม่ให้เครียด
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ขันเมื่อเห็นสคริปเขียนคำว่า ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในหัวข้อการสร้างมูลค่าร่วมกัน โดยบอกว่า บอกแล้วอย่าใช้คำดังกล่าว แต่ควรใช้คำว่าต้นทาง กลางทาง และปลายทางแทน เพราะคำดังกล่าวเป็นของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา น้ำถึงได้ขาด และท่วมอยู่อย่างนี้ไง
ยันรัฐบาลไม่ได้ทำงานเพื่อคะแนนนิยม ย้ำกลุ่มจี 77 ต้องมีที่ยืนในทุกเวทีโลก
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทย 4.0 ต้องเตรียมการรับปัญหาสังคมผู้สูงอายุในอนาคตด้วย ทุกประเทศที่มีรายได้น้อยก็อยากให้รัฐบาลสนับสนุน ทั้งคนชราที่มีการขอเงินรายเดือน หากการเมืองเข้ามาก็จะไม่ได้สร้างความเข้มแข็งในส่วนนี้ แต่จะไปช่วยตรงโน้น และก็จะเกิดเป็นคะแนนนิยม ตนไม่มีคะแนนนิยมอยู่แล้ว เกลียดตนเท่าไหร่ ตนก็อยู่แก้สิ่งเหล่านี้ให้ทุกคนตามโรดแมป อย่าถามอีกว่าเมื่อไหร่
       นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้พวกเราเป็นประธาน จี 77 ด้วยกันต้องเดินไปด้วยกันมีหัวใจดวงเดียวกัน ทำเพื่อประชาชนที่รักของทุกประเทศ เพื่อกลุ่ม จี 77 ให้เรามีที่ยืนในโลกใบนี้ทุกเวที เมื่อเราพูดไปแล้วเขาต้องฟังในสิ่งที่เราพูด ทุกคนต้องสร้างบทบาทด้วยตัวของตัวเอง ไม่ใช่เพียงการพูดแต่อยู่ที่การกระทำด้วย

Leave a comment