ส่อง ‘กฎหมาย’ กลไกสร้างความมั่นคง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160605/228976.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2559
ส่อง 'กฎหมาย' กลไกสร้างความมั่นคง

ส่อง ‘กฎหมาย’ กลไกสร้างความมั่นคง : โดย…ประภาศรี โอสถานนท์ สำนักข่าวเนชั่น

                    การเมืองไทยกลับมาคึกคักและถูกจับตามากขึ้น เมื่อเข้าสู่กระบวนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” เพราะทุกพรรค ทุกกลุ่มการเมือง ประชาชน ให้ความสนใจต่อการลงประชามติ ซึ่งก็มีทั้งคนออกมาเคลื่อนไหว ทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ทำให้รัฐบาลต้องออกแรงเหนื่อย เพื่อควบคุมทุกอย่างให้เข้าร่องเข้ารอย โดยรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้กลไกที่มีอยู่ในมือ ทั้งกฎหมาย ประกาศ คสช. และอื่นๆ  เข้ามาควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ
                    ขณะที่ซีกฝั่งของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็เป็นกลไกหนึ่งที่รัฐบาลและคสช.อาศัยให้เป็นตัวคลอดกฎหมายสำคัญๆ ที่จะนำไปใช้เป็นเครื่องมือ หรือไปเป็น “ตัวช่วย” ให้แก่ “เรือแป๊ะ” หรือรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และหัวหน้าคสช. ในการนำไปบริหารประเทศ ที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของ สนช.ก็เป็นไปตามที่รัฐบาลได้วางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายหรือพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของชาติ ได้ถูกจัดลำดับ และค่อยๆ ทยอยส่งถึงมือ สนช.
                    ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สนช.ได้พิจารณากฎหมายที่รัฐบาลส่งมาจำนวน 212 ฉบับ  ประกาศใช้เป็นกฎหมายไปแล้วถึง 165 ฉบับ โดยกฎหมายที่เข้ามาให้ สนช.พิจารณา 212 ฉบับนี้ มีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ต้องออกเพื่อแก้ปัญหาระหว่างประเทศ  กฎหมายที่ต้องทำตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ กฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนในเรื่องต่างๆ เช่น กฎหมายการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ  กฎหมายที่ค้างท่อมาจากรัฐบาลชุดก่อนๆ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ กฎหมายการป้องกันการทารุณสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์
                    “วัลลภ ตังคณานุรักษ์” สมาชิก สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการติดตามมติ สนช. บอกว่า  รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ออกกฎหมายมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่ สนช.เป็นผู้เสนอ  เช่น กฎหมายสื่อลามก การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กฎหมายการควบคุมการขอทาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามร่างที่ สนช.เสนอมา แม้รัฐบาลจะเสนอร่าง พ.ร.บ.มาประกบก็ตาม  ในขณะที่ยังมีกฎหมาย สนช.บางฉบับที่เป็นกฎหมายร้อนๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน แม้เสนอมา แต่ยังไม่รอบคอบ ก็มีการถอนออกไปก่อนที่จะเสนอเข้ามา เช่น ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตัดต่อพันธุกรรม หรือ จีเอ็มโอ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
                    แม้ผลงานการออกฎหมายของ สนช.จะมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดก่อน ในช่วงเวลาเดียวกันก็ตาม แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รัฐบาลชุดนี้ได้ผลักดัน “กฎหมายที่จำเป็น” ต้องนำมาใช้เพื่อควบคุมดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าสู่โหมดประชาธิปไตย  ซึ่งเป็นกฎหมายที่หากเป็นรัฐบาลปกติที่มาจากการเลือกตั้งอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้เสียงของสภาผู้แทนราษฎรในโหวตผ่านกฎหมาย
                    กฎหมายที่ว่า คือ กฎหมายด้านความมั่นคงของประเทศและการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ ซึ่งกฎหมายลักษณะเช่นนี้มีไม่มากนัก  แต่ก็ทยอยเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. แต่ที่เห็นเด่นชัดเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการควบคุมการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ  “พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ” ที่มีหลักการที่สำคัญเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการใช้สิทธิชุมนุมในที่สาธารณะให้ชัดเจน การป้องกันการชุมนุมของกลุ่มมวลชนต่างๆ หากจะชุมนุมต้องมีการขออนุญาต  ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ หากเป็นภาวะปกติยากที่จะคลอดออกมา ซึ่งถือว่าได้ผลเป็นอย่างยิ่ง เพราะรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือในการสกัดการชุมนุมเคลื่อนไหวตามสถานที่ต่างๆ
                    ขณะที่ “พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” ที่เพิ่งออกมาไม่นานนัก เป็นกฎหมายที่เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ  พร้อมกับกำหนดโทษรุนแรงถึงขึ้นจำคุก 10 ปี ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่รัฐบาลจะต้องนำมาใช้ก่อนการลงประชามติในเดือนสิงหาคมนี้
                    นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงด้านเทคโนโลยีที่นับวันจะมีรูปแบบที่มีความซับซ้อนมากขึ้นตามการพัฒนาทางเทคโนโลยี  ที่รัฐบาลต้องให้ออกมาเพื่อเป็นการควบคุมป้องกันการใช้เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจกระทบและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งตอนนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ มีจำนวน 2 ฉบับ คือ “ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” ที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมฐานความผิดและบทกำหนดโทษให้หนักขึ้นสำหรับผู้ส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น  ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญแก่ผู้รับ แก้ไขเพิ่มเติมการกระทำที่ต้องได้รับโทษหนักขึ้น หรือกรณีกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ การสั่งลบข้อมูล รวมทั้งกำหนดโทษผู้จำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด
                    “ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ซึ่งกำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องมีนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้การพัฒนาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเกิดประโยชน์สูงสุด พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งต้องครอบคลุมโครงข่ายการติดต่อสื่อสาร แพร่เสียง แพร่ภาพในทุกรูปแบบ และให้มีคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ซึ่งมีภารกิจในการกำหนดมาตรฐานและมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมทั้งการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงและปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ ขณะที่ ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพิ่งผ่าน สนช.ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
                    อีกร่าง พ.ร.บ.ที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ คือ “ร่างพ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ” และร่าง พ.ร.บ.ที่กำลังจ่อคิวเข้าสู่ สนช. คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
                    แม้กฎหมายที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อป้องกันและดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศจะมีไม่มาก แต่กฎหมายแต่ละฉบับที่ออกมาก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี  ซึ่ง สนช.ในฐานะผู้โดยสารคนหนึ่งใน “เรือแป๊ะ” ที่ต้องช่วยประคับประคองให้ “เรือแป๊ะ” เข้าถึงฝั่งอย่างปลอดภัย จึงต้องออกแรงเพื่อป้องกันไม่ให้คลื่นลมถาโถมเข้าใส่เรือแป๊ะ ทำให้ออกนอกเส้นทาง หรือล่มได้
——————-
ตัวอย่างกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงที่ออกโดย สนช.
                    -พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ
                    -พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
                    -พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
                    -พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
                    -พ.ร.บ.กำลังพลสำรอง
                    -พ.ร.บ.ทวงถามหนี้
                    -พ.ร.บ.กองอาสารักษาดินแดน
ร่างกฎหมายความมั่นคง ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช.
                    -ร่าง พ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ
                    -ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
                    -ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ร่างกฎหมายความมั่นคง ที่รอเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.
                    -ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
——————-
(ส่อง ‘กฎหมาย’ กลไกสร้างความมั่นคง : โดย…ประภาศรี โอสถานนท์ สำนักข่าวเนชั่น)

Leave a comment