‘บิ๊กตู่’บอกครูไม่ต้องตะโกนให้สู้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/227615

บิ๊กตู่,ครู,การศึกษา

การศึกษา-สาธารณสุข  :  13 พ.ค. 2559

‘บิ๊กตู่’บอกครูไม่ต้องตะโกนให้สู้!

นายกฯพบเพื่อนครู ฝากครูต้องช่วยลบคำปรามาสการศึกษาไทยตกต่ำ ให้นำวิกฤตเป็นโอกาสแก้ไข พร้อมย้ำไม่ต้องตะโกนให้สู้!! เพราะสู้กับตนเองและปัญหา

            เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมนายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู“คืนความสุขให้ครู คืนความสุขให้นักเรียน” โดยมีพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงษ์ นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ผู้บริหารองค์กรหลักและเพื่อนครู เข้าร่วมกว่า 25,000 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกฯ เดินเข้ามาในงานได้ชูมือทำสัญลักษณ์ “ไอเลิฟยู” โบกไปมาให้แก่ครู ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาพร้อมเสียงปรบมือต้อนรับอย่างเกรียวกราวโดยครูบางคนก็ทำสัญลักษณ์มือไอเลิฟยูตอบ โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า เป็นโอกาศดีที่ได้มาพบครูทุกคน ที่สำคัญอยากมาขอบคุณ ในส่วนการทำงานเข้าใจทุกคนว่าครูทุกคนเข้าใจนโบายรัฐบาล แต่อาจจะยังไม่ชัดเจน จึงมาแนะนำนโยบายรัฐบาลให้ชัดเจนขึ้น ตนเองไม่เคยพบคนมากขนาดนี้ อันดับแรก ไม่ต้องปรบมือตามสัญญาณไม่มีสัญญาณ มีแต่สัญญา และไม่ต้องให้ตนสู้กับใคร ตนสู้กับตัวเอง สู้กับปัญหา ขอให้ครูคืนความสุขให้คสช.บ้าง เรามีปัญหา และปัญหาไม่ได้มีเฉพาะเรื่องการศึกษา หวังว่าการมาพบกันครั้งนี้จะรู้จักตัวตนซึ่งกันและกัน ตนไม่ต้องการอะไรนอกจากความอบอุ่นของประเทศ ซึ่งขาดความอบอุ่นมานานแล้ว ขออย่ามองตนในแง่การเมือง

ทั้งนี้ การศึกษามีปัญหามานาน แต่ไม่ได้รับการแก้ไข คุณภาพการศึกษาของเรายังอยู่ในอันดับที่ไม่น่าพึงพอใจ โดยจากการจัดอันดับ World economic forum ปี2558-2559 ระดับประถมของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 89 จากทั้งหมด 140 ประเทศ ขณะที่ปี2557-2558 อยู่ในอันดับที่ 90 จาก 144 ประเทศ ซึ่งคิดว่าในปีหน้าต้องดีกว่าและครูต้องทำให้ได้ ทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อศักด์ศรีความเป็นครู ศักดิ์ศรีของประเทศไทย เพราะเราจะอยู่ในระดับนี้ไม่ได้ เพราะโลกใบนี้กว้างใหญ่ ไม่มีขีดจำกัด ทุกอย่างไปเร็วมาก ไม่ได้มีผลเฉพาะการศึกษา มีผลไปถึงเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา ความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เราอยู่คนเดียวไม่ได้อีกแล้ว ตนถือว่าคุณภาพการศึกษาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ต้องนำข้อมูลมาดูว่าเรายังบกพร่องตรงไหน อย่างไร มีเรื่องไหนที่เรายังไม่ได้ทำ

นายกฯ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การบริการศึกษาใช้การเมืองนำไม่ได้ต้องใช้หลายมิติ ทั้งนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ความรู้หลักวิชาการ หลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ให้กับประเทศ ให้สังคม ประชาชนมีความรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม ทำให้นักเรียนทุกคน มีคุณธรรม รู้ดี รู้ชั่ว อะไรไม่ดีอย่าทำ สิ่งเหล่านี้ต้องใส่เข้าไป แต่ปัญหาคือห้องเรียนของเราถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่19 ซึ่งไม่ได้รับการแก้ไข ขณะที่ครูถูกผลิตจากหลักสูตรการเรียนการสอนในศตวรรษที่20 แต่จำเป็นต้องสร้างนักเรียน ที่มีความรู้ และทักษะในศตวรรษที่21 โดยต้องสร้างความอยากรู้ อยากเห็นในเรื่องที่เป็นประโยชน์ มีความคิดสร้างสรรค์ โดยไม่ไปขัดแย้งกับคนอื่น ไม่ทำผิดกฎหมาย ผิดวินัย รู้จักปรับตัว มีเหตุผล รู้จัดคิดวิเคราะห์ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ครูต้องปรับตัว เปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

“ ประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาค่อนข้างสูงคิดเป็น ร้อยละ20 ของงบประมาณทั้งหมดของแผ่นดิน ตกปีละ 5แสนกว่าล้าน เราต้องทบทวนว่าสิ่งที่ได้มาเพียงพอหรือยัง สูงกว่าประเทศสิงคโปร ซึ่งจัดการศึกษาได้ดีกว่าเรา ดังนั้นจึงต้องกลับมาดูว่าเพราะอะไร รวมถึงต้องให้คนไทยรู้ประวัติศาสตร์ไทย ประเทศไทยเป็นประเทศที่สงบสุข มีความอบอุ่นร่มเย็นไม่มีความขัดแย้ง แต่ขอถามว่าก่อน2557 ที่ผมจะเข้ามี เรารอยยิ้มกันมากน้อยแค่ไหน หันหน้าไปทางไหน ก็มีแต่หน้าเป็นมีด เพราะทะเลาะกัน วันนี้ก็ยังไม่หยุด โดยคนกลุ่มเดิมๆ ถามว่าไม่ให้ความสำคัญตรงไหน ถ้าจะแก้ไขต้องเข้ามาสู่กระบวนการทางกฎหมาย ถ้าไม่มาก็อยู่อย่างนี้ ฝากครูไว้ด้วย ทุกอย่างต้องเริ่มที่กฎหมาย จะไปยกเว้นอะไรไม่ได้ เราต้องสอนเรื่องกฎหมายม ผู้นำประเทศมหาอำนาจระดับ พูดเองว่าในโลกใบนี้ไม่มีอะไรเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง มีอย่างเดียวที่จะทำให้เท่าเทียมกันได้คือ อยู่ภายใต้กฎหมายอันเดียวกัน การที่ใช้มาตรา44 แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557)เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ได้ใช้เพื่อลงโทษใคร การลงโทษต้องอยู่ที่ศาลไปสอบสวนเอง ส่วนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. จะผ่านก็ผ่าน ไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน ไปตัดสินใจกันเอาเอง อย่ามาบิดเบือน เป็นหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย”นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ครูนั้นมีความสำคัญได้ฝาก รมว.ศึกษาธิการ ด้วยว่าต้องช่วยกันลดภาระครูทั้งการประเมิน การอบรม หรือร่วมกิจกรรมที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ ครูต้องช่วยลบคำปรามาส ที่ว่าการศึกษาของเราเลวร้าย ซึ่งความจริงก็เราไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แต่ก็ต้องนำผลการประเมินมาแก้ไข ช่วยกันทำ นำวิกฤตมาเป็นโอกาส และยืนยันว่าไม่ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญจะเขียนว่าอย่างไร รัฐบาลนี้จะสนับสนุนการศึกษา 15 ปี ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ถึงมัธยมศึกษาตอนปลายรวม ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ด้วย “นายกกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสิ้นสุดการมอบนโยบาย นายกฯ พร้อมรมว.ศึกษาธิการ รมช.ศึกษาธิการ และผู้บริหาร ศธ. ร้องเพลง “เพราะเธอคือประเทศไทย” เรียกเสียงปรบมือให้กับเพื่อนครู โดยนายกฯ ได้ ทำสัญลักษณ์มือให้ครูร้องตาม พร้อมกับบอกในช่วงท้ายว่า ขอให้ครูปรบมือให้ตัวเอง ไว้โอกาสหน้าค่อยเซลฟี แต่ถ้าใครอยากถ่ายรูปกับนายกฯ ขอให้ถ่ายกับป้ายสแตนรูปนายกฯไปก่อนจากนั้นจึง เดินลงเวทีเดินชมนิทรรศการด้านหน้า โดยใช้เวลาในการชมบูธและร่วมกิจกรรมอีกประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเดินทางกลับ


1 thought on “‘บิ๊กตู่’บอกครูไม่ต้องตะโกนให้สู้!

Leave a reply to Margene Cancel reply