ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/236644
การเมือง : 4 ส.ค. 2559
กลุ่มโนโหวต ชี้ ไม่แฟร์ – ไม่ฟรี
กลุ่มโนโหวต ยื่นกสม. –กกต. แสดงจุดยืนไม่รับผลประชามติ ชี้ ไม่แฟร์ – ไม่ฟรี
4 ส.ค.59-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) กลุ่มพลเมืองผู้ร่วมของสงวนสิทธิ ไม่ยอมรับนับผลประชามติที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี นำโดยนางจิตรา คชเดช เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผ่านนางอังคณา ลีนะไพจิตร กรรมการสิทธิ ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง เพื่อแสดงจุดยืนในการขอสงวนสิทธิไม่รับผลการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการออกเสียงในวันที่ 7 ส.ค.นี้
โดยนางจิตรา กล่าวว่า เห็นว่าการจัดทำประชามติครั้งนี้ไม่เป็นไปตามหลักการสากล ในต่างประเทศการทำประชามติจะทำเพียงประเด็นเดียวที่ชัดเจน แต่ของไทยกลับนำเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับกว่า 300 มาตรา มาให้ประชาชนออกเสียงว่าเห็นชอบหรือไม่ เป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะเข้าใจได้ทั้งหมด ประชาชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการยกร่างฯ ส่วนการณรงค์ก็มีการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่เห็นต่าง การประชาสัมพันธ์ของกกต. ก็ไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้รับจุลสารประชามติของกกต.เลย ทำให้ถือได้ว่าประชามติครั้งนี้ “ไม่ฟรี” ขณะเดียวกันคสช.ซึ่งจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของประชาชน แต่ก็กลับมีการนำทหาร ที่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคสช.มาเป็นผู้รณรงค์จึงถือว่าเป็นการทำประชามติที่ “ไม่แฟร์ “ ดังนั้นทางกลุ่มจึงการทำประชามติครั้งนี้ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชนมาแต่ต้น เมื่อมีการออกเสียงในวันที่ 7 ส.ค.ทางกลุ่มก็ขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับผลประชามติที่จะออกมา และถือว่าประชามติเป็นโมฆะ หากท้ายที่สุดมีการประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ก็ขอคงสิทธิในการที่จะขอให้เป็นการประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญชั่วคราวเท่านั้น ก่อนที่จะมีการยกเลิกและร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ในช่วงที่ประเทศมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ทางกลุ่มยังได้มีการเชิญชวนให้พรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ ให้สัตยาบันว่าจะผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเปิดให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เหมือนปี 2539 แล้วมีการทำประชามติภายใต้กระบวนการให้มีสิทธิเสรีภาพ การแสดงออกอย่างเป็นธรรม หรือผลักดันให้มีการทำประชามติใหม่ โดยนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 ปี 50 หรือฉบับปี 59 มาให้ประชาชนออกเสียงว่าต้องการให้นำฉบับใดมาบังคับใช้ ภายใต้กระบวนการออกเสียงที่ให้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกอย่างเป็นธรรม ปราศจากความกลัว
อย่างไรตามหลังจากทางกลุ่มได้มีการยื่นเรื่องต่อกสม.แล้วยังได้เข้ายื่นหนังสือดังกล่าวต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมีการระบุจะเดินทางไปยื่นที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาติเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำประเทศไทยต่อไปด้วย.
