ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/236182
การเมือง : 1 ส.ค. 2559
“ปธ.กรธ.”เตือนปชช.อย่าเชื่อนักการเมือง ยุไม่รับร่างรธน.
“ปธ.กรธ.”เตือนปชช.อย่าเชื่อนักการเมือง ยุใช้สิทธิไม่รับร่างรธน. ชี้เขาอาจมีประโยชน์ทับซ้อน เปรียบเหมือนเถ้าแก่ขายของ ขอชาวบ้านคว่ำกติกาคุมราคา
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ โดยเชื่อว่าประชาชนจะตัดสินใจในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยยึดบนผลประโยชน์ของส่วนร่วม ส่วนกรณีที่มีนักการเมืองจากทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นตรงกันว่าไม่ควรรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนมองว่าทั้ง 2 พรรคมีเหตุผลที่แตกต่างกัน ดังนั้นประชาชนต้องพิจารณาด้วยว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ใช้บังคับกับประชาชนเท่านั้น เพราะยังมีผลใช้บังคับและวางกรอบให้กับพรรคการเมืองและนักการเมืองด้วย ดังนั้นหากจะเชื่อพรรคหรือนักการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจเนื้อหา อาจอันตรายได้ เนื่องจากมีผลประโยชน์ที่ขัดกัน เปรียบได้กับประชาชนทั่วไปที่ซื้อสินค้า เช่น ปุ๋ย กับเถ้าแก่ในตลาด และบางครั้งเถ้าแก่อาจให้กู้เงินด้วย ดังนั้นเมื่อเถ้าแก่ร้องขอให้ช่วยอะไร ประชาชนพร้อมจะช่วยเหลือ แต่รอบนี้มีการทำกติกาเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อ หรือขายสินค้า ว่าอย่าคิดราคาแพง หรือคิดดอกเบี้ยแพง ทำให้เถ้าแก่บอกกับประชาชนว่าให้คว่ำกติกาดังกล่าว อาจเป็นผลร้ายกับตนเองได้เพราะเถ้าแก่มีผลประโยชน์ได้เสีย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุที่นักการเมืองทั้ง 2 พรรคเห็นตรงกัน คือ กังวลว่าร่างรัฐธรรมนูญจะสร้างความขัดแย้งในอนาคต นายมีชัย กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าจะเกิดอย่างนั้น เพราะเรามองดูให้รอบคอบ แต่หากวันข้างหน้าเขาคิดอ่านตรงกันและเจออย่างนั้น เขาก็แก้ไขรัฐธรรมนูญได้”
เมื่อถามถึงการประเมินสถานการณ์ต่อการตัดสินใจของประชาชนในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ประธานกรธ. กล่าวว่า ตนไม่มีมีเวลาประเมิน ส่วนการตัดสินใจของประชาชนนั้นตนเชื่อว่าประชาชนในยุคปัจจุบันมีช่องทางรับรู้ข่าวสารจำนวนมาก ดังนั้นอย่าประมาทความรู้สึกและความคิดของประชาชน ส่วนสถานการณ์บิดเบือนเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ไม่มีเพียงกระแสสร้างวาทะกรรมเท่านั้น แต่ยังมีการสร้างข้อมูลหลอกลวงประชาชนได้ เช่นกรณีที่นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย แต่เขียนถึงพระราชอำนาจยับยั้งร่างกฎหมาย ที่ระบุว่าหากพระมหากษัตริย์ไม่พระราชทานคืนมาหลังจากที่รัฐสภายืนยันให้ถือว่าร่างกฎหมายฉบับนั้นมีผลบังคับใช้ ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการละเมิดพระราชอำนาจทั้งที่ข้อเท็จจริงเนื้อหาดังกล่าวมีในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2475 แล้ว
นายมีชัย กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีความเห็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่าเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทำกลไกปราบทุจริตภายใต้องค์กรอิสระอ่อนแอ และการให้สิทธิ์นักการเมืองอุทธรณ์คดีในศาลได้ถือเป็นจุดอ่อน ตนยืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิด เพราะเนื้อหาเกี่ยวกับการอุทธรณ์ในศาลฎีกานั้นได้ปรับเพื่อให้เป็นไปตามกติกระหว่างประเทศว่าด้ยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ตั้งแต่ปี 2539 และมีผลบังคับใช้กับประเทศไทย เมื่อปี 2540 ขณะที่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่เขียนเกี่ยวกับการอุทธรณ์นั้นตนมองว่าไม่ใช่เป็นการอุทธรณ์ แต่การเสนอให้ทบทวนคดีใหม่เมื่อมีหลักฐานข้อเท็จจริงใหม่ปรากฎ ดังนั้นในการทำเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงได้เขียนให้สอดล้องกับกติกาสากล
“ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ร่างด้วยความเคียดแค้น หรืออาฆาตผู้ใด แต่เพื่อความเป็นธรรมที่พอรับกันได้ ซึ่งการอุทธรณ์ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เราให้อุทธรณ์ทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น เพราะเมื่อนักการเมืองถูกส่งเรื่องไปยังศาล อย่าคิดว่าศาลแล้วจะตัดสินลงโทษหมดทุกครั้ง เพราะเมื่อศาลเห็นหลักฐานอ่อน ก็ไม่ตัดสิน ยกประโยชน์ให้จำเลยไป ทั้งที่เราเห็นว่าน่าจะผิด ดังนั้นจึงเขียนให้สิทธิ์ฝ่ายโจทก์ด้วย ซึ่งสิ่งที่เขียนนั้นท่านอาจมองว่าเป็นจุดอ่อนของประเทศ แต่การเขียนร่างรัฐธรรมนูญต้องคำนึงถึงหลักสากลและความเป็นธรรมด้วย อย่านึกว่า คนที่เราไม่ชอบจะเป็นพวกเดียวที่ไปสู่ศาล วันดีคืนดี คนที่เราชอบอาจไปที่ศาลนั้นได้เหมือนกัน เพราะทุกคนที่อยู่ในวงการเมือง มีโอกาสไปศาลได้ทั้งนั้น ถึงวันนั้นอาจนั่งนึกขอบคุณ กรธ. ว่าได้นึกมาไกลให้ ให้ประโยชน์”นายมีชัย กล่าว
ขณะที่นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. เปิดเผยด้วยว่าในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการเผยแพร่สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ กรธ. เตรียมขอเวลาทางสถานีโทรทัศน์เพื่อให้ทำรายการสำหรับกรธ. โดยออกรายการสด พร้อมเปิดสายโทรศัพท์ให้ประชาชนได้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามข้อข้องใจหรือความกระจ่างในเนื้อหาของร่างรัฐธรมนูญ โดยในวันที่ 4 ส.ค. กรธ.ทั้ง 21 คน จะร่วมออกรายการสาระประชามติตอนพิเศษเรื่อง ประชาชนถาม กรธ.ตอบ ซึ่งออกอากาศสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เวลาประมาณ 21.00 – 23.00 น. เพื่อชี้แจงเจตนารมณ์ของบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเปิดสายโทรศัะพท์ให้ประชาชนสอบถามข้อข้องใจ และในวันที่ 5 ส.ค. ได้ประสานขอเวลาจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อชี้แจงและตอบเนื้อหาที่มีผู้บิดเบือน โดยจะเปิดโทรศัพท์ให้ประชาชนได้โทรศัพท์มาสอบถามเช่นเดียวกัน เบื้องต้นตนเชื่อว่าจะทำให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้นก่อนการตัดสินใจไปใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
