ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/236780
การเมือง >ข่าวการเมือง : 5 ส.ค. 2559
“ประยุทธ์”ลั่นรับร่างรธน.
พล.อ.ประยุทธ์”ใส่ชุดทหารประกาศรับร่างรัฐธรรมนูญ-คำถามพ่วงชี้อีก 2 วันคืออนาคตประเทศ อย่าให้ใครชี้นำ ชวนประชาชนร่วมใช้สิทธฺิ์
5 ส.ค. — พล.อ.หญิงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธีวันคล้ายวันพระราชกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าครบ 129 ปี พร้อมทรงวางพานพุ่มและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระบรมรูป ร.5 ณ ศาลาวงกลม ก่อนจะเสด็จเข้าหอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นประธานในพิธีถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 10 รูป โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่เฝ้ารับเสด็จ
ก่อนรับเสด็จ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวว่า วันนี้เป็นวันมหามงคลที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยที่เป็นแหล่งกำเนิดของนายทหารทุกคน ตนก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่ และเคยเป็นทหาร อีกทั้งก็ใส่เครื่องแบบทหารนอกราชการมา โดยวันนี้ตนมาในสองสถานะคือ ตำแหน่งนายกฯ ที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลมาร่วมพิธีเพื่อเป็นเกียรติ และมาในฐานะศิษย์เก่า ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองปกติ เนื่องจากความมีเสถียรภาพทางการเมือง และการรักษาความมั่นคง รวมถึงการรักษาสภาพให้ประเทศชาติสามารถเดินหน้าได้ ทั้งนี้ตนอยากพูดในฐานะหัวหน้าคสช. ว่าเราเข้ามาเพื่อทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น จนมีความเป็นเสถียรภาพ เพื่อเดินหน้าประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ทั้งนี้ประเทศมีบทเรียนที่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนและมีรัฐธรรมนูญ รัฐบาลที่เหมาะสมในการเปลี่ยนผ่านประเทศให้ได้อย่างที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ ตั้งแต่22 พ.ค. 2557 เป็นต้นมา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลและคสช.เดินหน้ามาโดยลำดับทุกอย่างมีความก้าวหน้าแต่ปัญหาความขัดแย้งยังมีอยู่จะเห็นได้ว่ารัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ ในการให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาก็มีทั้งดี ดีมาก และดีน้อยแต่ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนถูกใจคนได้ 100% คงเป็นไปได้ยากซึ่งหลายประเทศก็เป็นแบบบ้านเรา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็พยายามเดินหน้าปฏิรูปให้ได้เพื่อให้เป็นไปตามพื้นฐานของประเทศ โดยตนคำนึงถึงว่าเราจะอยู่ต่อไปอย่างไรในวันหน้า โดยที่ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ซึ่งเราก็ดำเนินการตามหลักการที่มีอยู่ รวมถึงแม่น้ำ 5 สาย ซึ่งทุกคนต้องนำไปเป็นบรรทัดฐาน
“รัฐบาลไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ผมพูดเสมอว่าเราจะต้องเลือกตั้งปี2560 เพราะเป็นสัญญาที่ให้ไว้ทั้งในและต่างประเทศ และเราต้องมองว่าสิ่งใดจะเข้าไปสู่กระบวนการเหล่านั้นได้คือการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้นมาอีก ผมอยากให้เข้าใจว่าเราต้องการเดินหน้าประเทศ และทำอย่างไรให้ประเทศชาติมีเสถียรภาพมีอีกอย่างน้อย 5 ปีมองในแง่อายุของรัฐบาลการเลือกตั้งและแผนการปฏิรูป ซึ่งสิ่งเหล่านี้แต่อยู่ในวงรอบ 5 ปี พร้อมทั้งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมุ่งหวังว่าใครผมหรือใครแต่เป็นเรื่องของกลไกต่าง ๆ ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังการลงประชามติ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าเราดำเนินการทุกอย่างอย่างเต็มที่และทั่วถึงประชาชนที่พยายามลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ทั้งนี้ตนไม่อยากให้มองว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการร่างโดยทหาร แต่เป็นการร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ซึ่งทหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดกระบวนการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญโดยมีการนำเอาพื้นฐานของเดิม ปัจจุบันและอนาคตมาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าไม่ทำแบบนี้ทุกอย่างก็จะเป็นแบบเดิม ดังนั้นจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาให้ได้เพื่อให้ทันตามโรดแมปที่ประกาศไว้ ส่วนที่วิจารณ์ว่าทำไมไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมนั้น ตนยืนยันว่าประชาชนมีส่วนร่วมตามขั้นตอนอยู่แล้ว มีเพียงบางพวกเท่านั้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งตนก็ไปบังคับไม่ได้ ในส่วนของการทำประชามติถ้าคิดว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ตนก็ไม่จำเป็นต้องไปประกาศไว้แบบนั้นทั้งให้มีการเลือกตั้งและการทำประชามติเพราะรัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว) กำหนดไว้ชัดเจน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้วาดภาพความน่ากลัวแต่ต้องการสร้างความรับรู้ว่าเราจะอยู่ต่อไปอย่างไรในอนาคต ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นสองวันข้างหน้านี้ถือเป็นอนาคตของประเทศให้ใครมาบิดเบือนหรือชี้นำในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่อยากให้นำปัญหาเดิมจนทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก เพราะวันนี้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนอดทนสักระยะหนึ่ง อย่าขัดแย้งกันด้วยเรื่องการลงประชามติ
ทั้งนี้ตนพูดในความเห็นส่วนตัวและเป็นเรื่องของตนคิดว่าน่าจะพูดได้บ้างเหมือนกันเพราะหลาย ๆ ท่านก็ออกมาพูด ทั้งในเวทีเปิดและเวทีปิดกันเยอะเเยะในส่วนตัวของตนหลายท่านถามมาหลายครั้งแล้วว่าตนมีความคิดเห็นอย่างไร กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนขอตอบในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ขอให้แยกให้ออกจากตำแหน่ง หัวหน้าคสช.และตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการชี้นำเพราะหลายคนก็พูดเลอะเทอะกันไปหมด ตนก็น่าจะพูดได้ ทั้งนี้ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฏหมายมาแล้ว
“ในส่วนตัวผมก็จะไปร่วมลงประชามติในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และจะลงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญร่วมถึงคำถามพ่วงประชามติ เพราะถ้าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไปไม่ได้ ทุกอย่างจะกลับไปที่เดิมและที่สำคัญเราต้องใช้เวลาที่เหลือร่างกฏหมายลูกซึ่งยังมีอีกหลายขั้นด้วยกันทั้งการออกพ.ร.บ.และกฏกระทรวง ระเบียบสำนักงานนายกรัฐมนตรี รวมถึงระเบียบอื่น ๆ ที่มีข้อเกี่ยวพันเชื่อมโยงที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปสู้การปฏิบัติได้ ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติเองได้แต่เราได้เพื่อการบริหารราชการแผ่นดิน แต่กฎหมายลูกจะเป็นกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน ถือว่าเป็นคนละขั้นตอน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เราอย่ามาทะเลาะเรื่องรัฐธรรมนูญกันอีกเลยขอให้ดูและพิจารณาให้ดี ในส่วนของตนเองก็ได้ผ่านการพิจารณาด้วยตัวเองเเล้วและก็รับได้ ซึ่งตนไม่ถือว่าเป็นการโน้มน้าวเเละชักชวนแล้วเเต่ประชาชนจะตัดสินใจ อย่ามาว่าตน เพราะตนเปิดทุกอย่างให้แล้ว ถ้าตนจะเป็นเผด็จการอย่างที่หลาย ๆ คนว่ามาก็ไม่จำเป็นจะต้องให้มีการลงประชามติและไม่ต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งในปี 60 ตนอยากให้ทุกคนมองกันตรงนั้น อย่าไปกลัวว่าทหารจะไม่ชวนเหลือ ดูแลท่าน อย่างไรก็ต้องดูแล ไม่ว่าอยู่ในฐานะใด หรือมีรัฐบาลมาจากไหน ทหารก็ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องกลัวเพราะเราเกิดมากับคำว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนสงสัยว่าหากอยากให้คสช.อยู่ต่อจะต้องทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ให้ย้อนไปดูคำตอบเก่าที่บอกว่าให้ทีการเลือกตั้งในปี 60 ซึ่งก็ต้องเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วทำอย่างไรที่จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล และเเก้ปัญหาเดิม ๆ ได้ นั่นคือสิ่งที่ต้องไปกังวลมากกว่า ตอนนี้เรามีหน้าที่ทำในขั้นตอนของกระบวนการ
ต่อข้อถามที่ว่า ขณะนี้ประเทศไทยพร้อมที่จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเเล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พร้อมหรือไม่พร้อมอยู่ที่ตัวเราใครจะทำให้พร้อมก็อยู่ที่ตัวเราและประชาชนคนไทยทั้ง 67 ล้านคน ไม่ใช่คนอื่น และไม่ใช่ต่างประเทศด้วย เพราะไม่ได้มาร่วมชะตากรรมและมาลำบากกันในวันนี้ ประชาชนทำมาหากินได้ก็เพราะบ้านเมืองมีความสงบสุข ดังนั้นสิ่งที่ตนขอร้องคืออยากให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ มีความมั่นคง เพราะเศรษฐกิจ กระบวนการยุติธรรม และกฏหมายต่างๆ วันนี้เราไม่ได้ใช้กฏหมายอื่นในการบริหารราชการแผ่นดิน เว้นบางกรณี ที่ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อย
ส่วนการตัดสินคดีถือเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและตนจะไม่ไปละเมิดศาลเพราะจะทำให้กระบวนการยุติธรรมเป็นที่เคารพนับถือ เเละหลายอย่างที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เขียนไว้เช่นนั้น เพราะฉะนั้น อย่ามองแค่แง่บวกหรือแง่ลบอย่างเดียวต้องดูว่าจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไร เพราะการเขียนอธิบายทุกอย่างไม่ได้หมด ต้องคิด และฟังคำอธิบายว่านำไปสู้การปฏิบัติที่สอดคล้องของรัฐบาลและคสช.หรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนที่เคยระบุว่าไม่ให้กลัวผีที่มองไม่เห็นนั้น เพราะหลายคนไปวาดภาพไว้ ซึ่งเป็นเพียงคำเปรียบเทียบในส่วนที่มองไม่เห็น ในเรื่องที่คสช.จะสืบทอดอำนาจ ส่วนอดีต ก็มีผีอยู่เหมือนกัน ซึ่งจะต้องทำอย่างไรให้มีคาถาป้องกันผีให้ได้ ก็คล้ายกับการไปเลือกตั้งซึ่งจะต้องมีรัฐธรรมนูญให้ได้ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญก็เปรียบเสมือนยันกันผีและทำอย่างไรให้คนดีอยู่ได้ โดยไม่ต้องหวาดกลัว ซึ่งไม่มีอะไรได้ร้อยเปอร์เซ็น แต่เราก็ทำไป ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีร่างรัฐธรรมนูญกี่ฉบับ ผ่านเหตุการณ์นี้มากี่ครั้ง เราก็พยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เป็นการกระทำครั้งสุดท้ายและวางพื้นฐานของประเทศและเราก็เปิดให้ทุกคนเเสดงความคิดเห็นได้และต้องยอมรับความคิดเห็นของส่วนใหญ่ ซึ่งทุกอย่างตนก็ไม่ได้เปิดในทุกเรื่องเพราะต้องผ่านกลไกต่าง ๆ และทำอย่างไร ให้มีความสงบเรียบร้อยภายใน 5 ปี ซึ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมา 10 ปีแล้วและต้องไม่เกิดขึ้นอีก นั่นคือสาเหตุว่าทำไมจะต้องมี 5 ปี เพราะจะได้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนสภาพัฒ 5 แผน รวมถึงแผนปฏิรูป ซึ่งจะต้องผลักดันไปสู้การปฏิบัติให้ได้ แต่ทุกอย่างจะเริ่มต้นได้ก็ต้องมีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับประเทศไทย ในช่วงเวลาเหล่านี้ ถ้าใช้แบบเดิมก็กลับไปที่เก่า ตนพูดในหลักการไม่ได้ชี้นำ
ทั้งนี้ขอบคุณต่างประเทศที่ห่วงใย ในฐานะที่เราเป็นมิตรประเทศร่วมกัน ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร เพราะฉะนั้นต้องทำให้หลายประเทศเหล่านั้นมีความมั่นใจในประเทศไทย เรากำลังเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามที่ทุกคนและโลกต้องการ ซึ่งคสช.และรัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะทำให้ดีขึ้น แต่ไม่ถูกใจคนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อยู่บนพื้นฐานว่าเราความคิดและเจตนารมณ์อย่างไร เพราะฉะนั้นก็อยากให้ประชาชนตั้งใจและร่วมมือกันทำให้ประเทศไม่กลับไปเป็นเหมือนเก่า ตนไม่ได้วาดภาพความหวาดกลัวให้ใคร เพียงแต่จะทำอย่างไรไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ได้หันกลับไปถามผู้บัญชาการเหล่าทัพและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ยืนเข้าเเถวต้อนรับว่า ทหารเข้าใจใช่หรือไม่ โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ได้ตอบรับด้วยการโค้งคำนับ และพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่าก็ต้องเข้าใจอยู่แล้วเพราะอยู่กับตนมานาน วันนี้ตนเป็นนายทหารนอกราชการ แต่ความเป็นทหารก็อยู่ในตัวตลอดเพราะถูกปลูกฝังมาตลอดชีวิตซึ่งตายไปก็เป็นผีทหาร ชาติหน้าจะเกิดเป็นทหารอีกหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะถูกหล่อหลอมด้วยจิตวิญญาณ วันนี้เห็นพี่น้องทหารไปช่วยประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ประชาชนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส และก็กลัวว่าทหารจะหายไป ไม่ช่วยเขาอีก ตนขอยืนยันว่าช่วย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีคนสงสัยว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะไปไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน คงจะกลับบ้าน ไม่อยากให้ไปคิดตรงนั้น คืออย่าไปกลัวผีที่มองไม่เห็นตนก็ยังอยู่ แต่ในเรื่องนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการต่อไป ความเป็นประชาธิปไตยก็ไปว่ากันตรงโน้น อย่ามากังวลกับตน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนตนก็เป็นคนไทยและไม่ทำลายประเทศไทยรวมถึงพูดให้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนที่มาต่อจากตน ตนก็จะไม่ว่าเขา เพราะเคารพในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และการบริหารราชการแผ่นดินของทุกรัฐบาล แต่เมื่อไหร่ที่ชาติมีความเสียหาย นั้นคือสิ่งที่ตนตัดสินใจว่า จะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ซึ่งในหลายประเทศก็เป็นเหมือนเราเพราะฉะนั้นอย่าเอาสายตาของต่างประเทศมาโจมตีเรา เพราะเราคือเรา คนที่พูดอยู่ข้างนอกไม่ได้เดือนร้อยเหมือนเรา ไม่ได้รับรู้สถานการณ์ภายในประเทศ ทั้งความคิด มุมมองและพื้นฐานที่ต่างกัน เราจะต้องทำให้คนไทยเดินไปพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากทุกคนจะร่วมมือกันกับเราที่จะทำงานในช่วงนี้ อย่างน้อยต้องดีกว่าเดิม และสิ่งสำคัญก็คือต้องมีความศรัทธา ซึ่งตนก็มีความศัทธาว่าจะต้องทำให้สำเร็จ ประชาชนทุกคนก็ต้องมีศรัทธา เพราะต่างก็ช่วยเหลือ คสช.และรัฐบาลมา 2 ปีแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า แต่ละรุ่นวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 โดยมีบุคคลสำคัญอาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยสังกัดกระทรวงกลาโหม กองทัพไทย กองทัพบก และส่วนราชการต่าง ๆ เข้าร่วม


