”ตีตก“มาร์ค-กรณ์-ศิริโชค”ปูดซื้อ“ไทยคม”คืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/245265


สรรเสริญ พลเจียก, กรณ์ จาติกวณิช, ศิริโชค โสภา, อภิสิทธิ์, ปปช., เทมาเส็ก, มาร์ค, กรณ์, ศิริโชค, ปูด, ซื้อ, ไทย, คืน, มาร์ค-กรณ์-ศิริโชค, ไทยคม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 ต.ค. 2559

”ตีตก“มาร์ค-กรณ์-ศิริโชค”ปูดซื้อ“ไทยคม”คืน

ป.ป.ช.”ตีตก“มาร์ค-กรณ์-ศิริโชค”ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการให้ข่าวรัฐบาลจ่อซื้อ“ไทยคม”คืนจาก“เทมาเส็ก”เอื้อประโยชน์บางกลุ่ม ไต่สวนแล้วแค่คุยเบื้องต้น

          7 ต.ค. — นายสรรเสริญ  พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. เปิดเผยว่า กรณีคำร้องขอให้ถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายกรณ์  จาติกวณิช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายศิริโชค โสภา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีพฤติการณ์ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีแพร่ข่าวสู่สาธารณชน เมื่อปี 2553 ว่ารัฐบาลมีแนวคิดที่จะซื้อกิจการดาวเทียมไทยคมหรือหุ้นของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) คืนจากบริษัท เทมาเส็กโฮลดิ้งส์ จำกัด ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเอื้อให้บุคคลบางกลุ่มได้รับประโยชน์จากการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบ

นายสรรเสริญ กล่าวว่า จากการไต่สวนพบว่า แม้ว่าการซื้อ คืนกิจการดาวเทียมไทยคมไม่ได้มีกำหนดไว้ในคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2551 แต่การที่นายกรณ์และศิริโชคเดินทางไปหารือกับผู้บริหารของบริษัทเทมาเส็ก นั้น มีเหตุผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ ทำให้มีการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับลงวันที่ 7 เมษายน 2553 และจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ขึ้นโดยปรากฏว่าสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนล (People Channel) ซึ่งใช้บริการช่องสัญญาณ Ku-Band ดาวเทียมไทยคม 5 ของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ทำการเสนอข่าวที่เป็นการฝ่าฝืนตามข้อ 2 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

ดังนั้น (ศอฉ.) จึงมีหนังสือ ด่วนขอให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แจ้งให้บริษัท ไทยคม ยุติการส่งสัญญาณให้กับสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว และ(ศอฉ.) ได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัท ไทยคม ยุติการส่งสัญญาณให้กับสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวอีกด้วย แต่บริษัท ไทยคม ได้มีหนังสือชี้แจงว่าไม่สามารถระงับสัญญาณการออกอากาศของสถานี โทรทัศน์ดังกล่าวได้ โดยอ้างเหตุผลถึงข้อจำกัดทางเทคนิคและปัญหาที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาคัดค้านการระงับสัญญาณออกอากาศดังกล่าว

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ด้วยเหตุดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ จึงได้ให้นายกรณ์  และนายศิริโชค ในฐานะเลขานุการส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์เพื่อชี้แจงสถานการณ์ ให้ผู้บริหารของบริษัท เทมาเส็ก ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ไทยคม โดยได้เดินทางไปในวันที่ 17 เมษายน 2553 และเข้าพบกับนายซี วาย แกน ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เทมาเส็ก อย่างไม่เป็นทางการ เพื่อรับทราบปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยภายในและขอความร่วมมือในการหาแนวทางแก้ไขความมั่นคงของประเทศไทย นอกจากนี้ได้มีการหารือร่วมกันเพิ่มเติมว่าแนวทางหนึ่งอาจจะเป็นการซื้อสินทรัพย์ดาวเทียมไทยคมคืนจากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นเพียงการพูดคุยหารือในเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่จำเป็นจะต้องศึกษาเพิ่มเติมหลายประเด็น และได้กลับมารายงานให้นายอภิสิทธิ์ทราบ โดยไม่ได้ดำเนินการใด ๆ หรือปรึกษาเพิ่มเติมกับบุคคลอื่น ๆ อีก และผลที่สุดแล้วรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการซื้อกิจการดาวเทียมไทยคมคืนจากบริษัท เทมาเส็ก แต่อย่างใด

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนการไต่สวนตามที่ผู้ถูกร้อง 3 รายดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ข่าวต่อสื่อว่ารัฐบาลมีแนวคิดที่จะซื้อกิจการดาวเทียมไทยคมคืนนั้น โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศนั้นเป็นการให้ข้อมูลตามความจริง จากพยานหลักฐานดังกล่าว จึงรับฟังไม่ได้ว่าการให้สัมภาษณ์ข่าวของผู้ถูกร้องทั้ง 3 ราย เป็นการเอื้อให้บุคคลบางกลุ่มได้รับประโยชน์จากการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยคม โดยมิชอบ

“การให้สัมภาษณ์ข่าวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวของนายอภิสิทธิ์และนายศิริโชค เป็นการให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว จึงน่าเชื่อว่าสภาพการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยคม ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากข่าวที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์และหนังสือพิมพ์ มิใช่เกิดจากการให้สัมภาษณ์ ประกอบกับนายอภิสิทธิ์ และนายศิริโชค ไม่ได้เริ่มต้นให้ข่าวเอง แต่เป็นการตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวเท่านั้น การกระทำของนายอภิสิทธิ์ และนายศิริโชค จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 238 มาตรา 239 หรือมาตรา 240 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ส่วนการให้สัมภาษณ์ข่าวของนายกรณ์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2553 นั้น เป็นการให้สัมภาษณ์หลังจากตลาดหลักทรัพย์ได้ปิดทำการซื้อขายแล้ว โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ข้อมูลใหม่อย่างอื่น จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาตามมาตรา 238 มาตรา 239 หรือมาตรา 240 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535” นาวสรรเสริญ กล่าว

นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า จากการสอบตรวจข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้ถูกร้อง บุคลากรของกระทรวงการคลัง รวมถึงบุคคลในคณะรัฐบาล ไม่พบว่ามีการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยคม พบเพียงบุคคลที่มีนามสกุลคล้ายกับบุคคลในคณะรัฐบาลซื้อขายหุ้น จำนวน 16 ราย แต่ตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อขายแล้ว ไม่เข้าข่ายเป็นการใช้ข้อมูลภายในแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีผู้ต้องสงสัยที่ซื้อหุ้นบริษัท ไทยคม จำนวนมากในลักษณะน่าสังเกต จำนวน 2 ราย นั้น จากผลการตรวจสอบไม่มีข้อมูลที่จะบ่งชี้ว่าเป็นการซื้อหุ้นอันฝ่าฝืนต่อกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยคม ในช่วงวันที่ 14-15 มิถุนายน 2553 เป็นไปตามกลไกปกติของตลาดที่มีผู้ลงทุนจำนวนมากสนใจซื้อขายหุ้นนั้นในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งเป็นช่วงสั้น ๆ จากอิทธิพลของข่าวที่ปรากฏตามสื่อมวลชนในขณะนั้น โดยไม่พบข้อมูล ที่แสดงว่ามีการสร้างราคาหลักทรัพย์โดยบุคคลใด จึงเห็นควรยุติการตรวจสอบกรณีดังกล่าว

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์ส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่ง หน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเผยแพร่ข่าวต่อสาธารณชนว่ารัฐบาลมีแนวคิดที่จะซื้อคืนกิจการดาวเทียมไทยคม ตามที่กล่าวหา จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

 

Leave a comment