ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/245248
การเมือง >ข่าวการเมือง : 7 ต.ค. 2559
“ป.ป.ช.” ตีตก ข้อกล่าวหา ถอดยศ “มาร์ค” มิชอบ
“บิ๊กโอ๋” รอด มติ “ป.ป.ช.” เอกฉันท์ ตีตก ข้อกล่าวหา ถอดยศ “มาร์ค” มิชอบ แจง เจ้าตัวตั้งคกก. พิจารณา ความผิดวินัยทหาร “มาร์ค” ถูกต้องตามขั้นตอน กม.
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. เปิดเผยว่าตามที่มีการกล่าวหาพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการกรณีบรรจุเข้ารับราชการ การขึ้นทะเบียนกองประจำการ และแต่งตั้งยศทหารของ ร.ต. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และมีคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากราชการโดยมิชอบ รวมทั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการได้สอบสวนกรณีการบรรจุเข้ารับราชการ การขึ้นทะเบียนกองประจำการ และแต่งตั้งยศทหารของร.ต. อภิสิทธิ์ โดยมิชอบ
นายสรรเสริญ กล่าวว่า จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่าช่วงก่อนที่พล.อ.อ.สุกำพล จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหม ได้มีผู้ร้องเรียนเพื่อขอให้ถอดยศของนายอภิสิทธิ์ และเรียกคืนเงินเดือนและเบี้ยหวัด ต่อมาเมื่อพล.อ.อ.สุกำพล เข้ามาดำรงตำแหน่งแล้ว จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้น ซึ่งได้ข้อสรุปว่าเอกสารต้นขั้วใบสำคัญ (แบบ สด.๙) ลงวันที่ 4กรกฎาคม 2529 แบบ สด.1 และ แบบ สด.27 ฉบับจริง ทั้ง 3 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันว่า นายอภิสิทธิ์ เข้าบัญชีทหารกองเกิน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2529 แต่ในการขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการ ได้ใช้เอกสารใบสำคัญ (แบบ สด.9) (แทนฉบับที่ชำรุดสูญหาย) ลงวันที่ 8เมษายน 2531 ไม่ใช่ฉบับลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2529 ในการขึ้นทะเบียน จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ทำให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการฯ เพื่อดำเนินการต่อไป
นายสรรเสริญ กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการดังกล่าว ได้มีการหารือข้อกฎหมายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนการปฏิบัติราชการและผ่านสายการบังคับบัญชาตามปกติ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการดังกล่าว จึงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย คณะกรรมการพิจารณาดำเนินการฯ เป็นไปตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามคำสั่งแต่งตั้ง โดยมีการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสาร มีการนำความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณา มีการพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีการให้สิทธินายอภิสิทธิ์ ได้เข้าชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการฯ หากไม่สามารถมาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการฯ ได้ ก็สามารถยื่นเป็นเอกสารหลักฐานได้ และไม่มีการคัดค้านบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการฯ แต่อย่างใด ซึ่งไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานมาโดยไม่ชอบแต่อย่างใด
“ขณะนั้น นายอภิสิทธิ์ ยังเป็นนายทหารนอกราชการ สังกัดจังหวัดทหารบกกรุงเทพ ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม จึงเป็นนายทหารประเภทที่ ๕ ตามข้อบังคับทหารฯ และสามารถถูกดำเนินการทางวินัยและถูกปลดออกจากราชการได้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 มาตรา 5 และตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการบรรจุ ปลด ย้าย เลื่อน และลดตำแหน่งข้าราชการกลาโหม พ.ศ.2502 ข้อ 4 (2) ซึ่งผลการสอบสวนของคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการฯ ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ ได้กระทำผิดวินัยทหารร้ายแรง ขณะอยู่ในราชการ จึงเสนอให้สมควรปลดออกจากราชการ และในการเสนอคำสั่งปลดออกจากราชการ ก็เป็นไปตามขั้นตอนโดยผ่านผู้บังคับบัญชาตามสายงานปกติ ประกอบกับศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาแล้วว่าคำสั่งที่ให้ปลดออกจากราชการเป็นคำสั่งโดยชอบแล้ว” นายสรรเสริญ กล่าว
นายสรรเสริญ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่พล.อ.อ.สุกำพล แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการสอบสวน และการมีคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ ออกจากราชการ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
