ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/245148
การเมือง >ข่าวการเมือง : 6 ต.ค. 2559
“อุดมเดช”แบ่งงานคุมใต้
“บิ๊กโด่ง”ถกผู้แทนพิเศษรัฐบาล มอบหมายงานแก้ปัญหาชายแดนใต้ ตั้ง”ภาณุ”นั่งเลขาฯ ระบุ 13 คนให้ข้อมูลได้หมด ยันทำหน้าที่บูรณาการ แก้ปัญหาติดขัด งานเดินเร็ว
6 ต.ค. — พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐบาลพิเศษ ในคณะขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า(คปต.ส่วนหน้า) ประชุมคณะผู้แทนพิเศษ คปต.ส่วนหน้าครั้งแรก โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ปราการ ชลยุทธ พล.อ.จำลอง คุณสงค์ พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ พล.อ.สกล ชื่นตระกูล พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ นายพรชาต บุญนาค นายภานุ อุทัยรัตน์ นายจำนัล เหมือนคำ
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า การทำงานของคณะผู้แทนรัฐบาลพิเศษ ในคณะขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า จะต้องเข้าใจระบบการปฏิบัติงานต่าง ๆ ระบบรายงาน การปฏิบัติ ตามคำสั่งคสช.ที่ได้ระบุไว้ เป็นการประสานงาน ให้คำแนะนำเชื่อมต่อ การบูรณาการงานรัฐบาลในส่วนกลาง แต่ไม่ถึงกับการสั่งการส่วนราชการในพื้นที่ ยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ซึ่งคณะทั้ง 13 คน ตั้งใจทำงานให้สิ่งต่าง ๆ ที่ดำเนินการมา จะพยายามทำให้ลุล่วงเกิดผลดีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีความสงบมากที่สุดในรอบปีต่อไป
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณของคณะผู้แทนรัฐบาลพิเศษ มีสำนักงานนายกรัฐมนตรีดูแลอยู่แล้ว แต่ในส่วนของ คปต.ส่วนหน้า สภาความมั่นคงแห่งชาติจะเป็นผู้ดูแล พร้อมทั้งรายงานให้นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร ที่ได้จัดระบบให้รายงานโดยตรงอยู่แล้ว เพื่อเกิดความรวดเร็ว โดยให้ นายภานุ เป็นเลขาธิการคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ในส่วนทีมงานคปต ส่วนหน้า จะมีเจ้าหน้าที่สมช.ทั้งระดับสูง ระดับกลาง ที่เข้าใจงานอย่างดีอยู่แล้ว รวมถึงส่วนของทหารและพยายามให้ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ทั้งนี้จะดูแลให้มีเจ้าหน้าที่ในจำนวนที่เหมาะ ไม่ให้คนมากเกินไป ไม่ต้องการเกิดพะรุงพะรัง
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า คณะผู้แทนทั้ง 13 คนสามารถให้ข้อมูลได้หมด เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเปิดเผย ไม่ใช่เรื่องลับอะไร คิดว่าประชาชนอยากทราบความคืบหน้า จะไม่จำกัด สามารถชี้แจงได้หมด แต่ในโอกาสต่อไปจะพิจารณาวางตัวคนที่เหมาะสมมาให้ข้อมูล ส่วนการลงพื้นที่ปฏิบัติงานทั้ง 13 ท่านนั้น ไม่จำเป็นต้องลงไปพร้อม ๆ กัน แล้วแต่ความสะดวก อยากให้เกิดความคล่องตัว ซึ่งบางท่านทำงานในพื้นที่อยู่แล้ว ยกเว้นบางท่านที่มีงานประจำอย่างเช่น พล.อ.สุรเชษฐ์ แต่ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะใช้ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย กองพลทหารราบที่ 15 จ.ปัตตานี ในการปฏิบัติงานเพื่อเป็นฐานรวบรวมข้อมูล
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า สำหรับ ในส่วนงานกองอำนวยการภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. มีความชัดเจนงานปกติอยู่แล้วก็ดำเนินการไป ในส่วนของคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ทำหน้าที่เพียงกำกับดูแลเพื่อเกิดประสิทธิภาพ อะไรทำดีอยู่แล้วก็สนับสนุน สิ่งไหนที่ยังไม่ดี ล่าช้า จะเข้าไปดูแลปัญหาข้อขัดข้องให้ไหลลื่นเพื่อเกิดความสำเร็จ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องกำกับดูแล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ศอบต.หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่ได้อยู่ในสังกัดแต่ละส่วนมีสายการบังคับบัญชาปกติอยู่แล้ว ซึ่งคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ไม่ใช่สายการบังคับบัญชา เพราะตามคำสั่งคสช.ระบุชัดเจนว่า ไม่มีอำนาจสั่งการ เพียงแต่ทำหน้าที่บูรณาการ ขับเคลื่อน ปิดช่องว่างการทำงานให้แนบชิดกันเพื่อให้งานเดินไปได้ ซึ่งหลังจากคณะผู้แทนพิเศษปฏิบัติงาน จะรวบรวมข้อมูลเป็นสัปดาห์ รอบเดือน เพื่อสรุปประเมิรผลการทำงานรอบ 6 เดือน และ 1 ปี เพื่อสร้างตัวชี้วัดกลุ่มงาน
“สิ่งใดที่ทำให้เกิดความล่าช้า อยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ต้องเร่งผลักดัน เพื่อเกิดความรวดเร็ว ส่วนเรื่องเจ้าหน้าที่เกียร์ว่างคงไม่มี อาจมีติดขัดบางอย่างทำให้งานเดินล่าช้าแต่ที่ผ่านมาเราพึงพอใจในระดับหนึ่ง บางช่วงงานสำเร็จเป็นเรื่อง ๆ บางช่วงสำเร็จน้อย นี่คือปัญหาที่นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร มองว่า จำเป็นต้องมีคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลเพื่อขจัดปัญหา เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด แม้ว่าทุกคนที่เข้ามาทำงานบางคนเกษียณราชการไปแล้ว แต่มีประสบการณ์ มีความรู้ มีความสามารถ บางท่านเคยเป็นอดีตแม่ทัพภาค 4 ซึ่งรู้งานในพื้นที่เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่าผู้แทนพิเศษรัฐบาล 13 ท่าน ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นคุยกับ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.กอ.รมน.ส่วนหน้าภาค 4 น้องชาย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช อดีต ผบ.ทบ. หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนคุ้นเคยกับแม่ทัพภาคที่ 4 คนปัจจุบันเป็นอย่างดี เมื่อ 2 ปีก่อน สมัยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ตนเป็นผู้เสนอให้ พล.ท.ปิยวัฒน์ ทำงานด้านการข่าว โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชา ไม่มีปัญหาอะไร