กศน. ลำพูน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05070010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626

รายงานพิเศษ “กศน. ต้นแบบพอเพียง”

ธาวิดา ศิริสัมพันธ์

กศน. ลำพูน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ขับเคลื่อนการเกษตร โครงการ 1 ไร่ ได้ 1 แสน

โครงการขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ สำนักงาน กศน. จังหวัดลำพูน นำโดย ดร. ยุพิณ บัวคอม ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดลำพูน กับสถานศึกษาในสังกัด ได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบของการทำบัญชีครัวเรือน การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการปลูกผักปลอดสารพิษ ทำปุ๋ย เลี้ยงสัตว์ตามความเหมาะสมของพื้นที่ และตามความต้องการของชุมชน รวมถึงเน้นการสอดแทรกความเข้าใจเรื่องวิถีชีวิตพอเพียงให้ประชาชนชาวจังหวัดลำพูนได้ตระหนักรู้และปฏิบัติด้วยความเข้าใจถึงแก่นแท้และจุดประสงค์ของเศรษฐกิจพอเพียง

ดร. ยุพิณ บัวคอม ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดลำพูน กล่าวถึงกิจกรรมให้ฟังว่า เริ่มแรกเราจะให้ผู้เรียน กศน. เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ กับปราชญ์ชาวบ้าน และอีกส่วนหนึ่งก็จะให้มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยใช้ กศน.ตำบลเราเป็นศูนย์ประสานงาน ในเรื่องการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และนอกจากการเปิดศูนย์แล้ว ที่ตำบลนาทราย ยังมีการจัดมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส มีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ รวมถึงทำตลาดนัดอาชีพของคนในชุมชนขึ้นมา ตอนนี้เราก็จะมีการตั้งคณะกรรมการทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล โดยทำงานร่วมกับ (กอ.รมน.) และหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนจะเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อน ส่วนศูนย์เราจะเป็นตัวเชื่อมตัวประสานให้ทุกหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงไปในภาพของจังหวัดลำพูน

โดย กศน. ลำพูน จะเน้นโครงการผักปลอดสารพิษ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ดูตามสภาพความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ว่าเหมาะสมจะทำอะไร โดยแต่ละอำเภอก็จะทำกิจกรรมแตกต่างกันไป

ตอนนี้ความคืบหน้าของโครงการคือ เริ่มต้นทำโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ แต่ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จและเป็นจุดเด่นของศูนย์เราคือ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน ใช้วิธีแบ่งพื้นที่คล้ายๆ กับเกษตรทฤษฎีใหม่ มีการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เพาะเห็ด และมีการทดลองจดบันทึกก่อนว่า ถ้าทำแบบนี้ 1 ไร่ ในระยะเวลา 1 ปี จะมีรายได้ ประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งกิจกรรมนี้สามารถทำได้จริงและประสบความสำเร็จแล้ว จึงเริ่มมีการขยายผลไปยังตำบลอื่น เพราะเริ่มมองแล้วว่า โครงการ 1 ไร่ 1 แสน จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนในตำบลได้เป็นอย่างดี ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น มีผักปลอดสารพิษไว้รับประทานเองภายในครัวเรือน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่สำคัญคือได้บริหารจัดการในเรื่องของชุมชนเข้มแข็ง และได้สุขภาพที่ดีต่อคนในชุมชนอีกด้วย

Leave a comment