กศน. อำเภอถลาง ร่วมอนุรักษ์ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05087150759&srcday=2016-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 627

กศน. ทั่วไทย

กศน. อำเภอถลาง ร่วมอนุรักษ์ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต”

ในพิธีเปิดศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา นิทรรศการหนึ่งที่น่าสนใจและชวนให้ผู้ร่วมงานเกิดข้อสงสัยเป็นอย่างมากคือ นิทรรศการ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” สำหรับคนที่ไม่เคยไปจังหวัดภูเก็ต คงจะคิดว่าไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่อย่างไร เพราะผืนนาข้าวมีอยู่ทั่วไป แต่คนที่เคยไปเที่ยวภูเก็ตก็ตั้งคำถามในใจและเอ่ยถามทีมงานผู้จัดนิทรรศการว่า “ที่ภูเก็ต มีนาด้วยหรือ”

ในนิทรรศการมีภาพครูภูมิปัญญาท้องถิ่น “นายเนตร เดชากุล” เจ้าของผืนนา มีแปลงนาสาธิต มีแผ่นภาพแสดงกระบวนการจัดการเรียนรู้ของศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ประจำตำบล แต่ที่ประทับใจทีมงานผู้จัดเป็นอย่างมากคือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา มารายงานท่านนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง

นายสมชาย จันทร์อยู่ ผู้อำนวยการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอถลาง ได้เล่าถึงนิทรรศการ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” ให้ฟังว่า ได้รับมอบหมายจาก ผอ. นิโอะ นิมุ ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดภูเก็ต ให้นำเสนอนิทรรศการในพิธีเปิดศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เนื่องจาก กศน. อำเภอถลาง ได้ดำเนินกิจกรรมกับภาคีเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงครอบคลุมทั้งพื้นที่

จังหวัดภูเก็ต ในฐานะเมืองท่องเที่ยว ที่ดินมีราคาแพงมาก บริเวณที่ตั้ง กศน. ตำบล มีเนื้อที่จำกัด ไม่เพียงพอที่จะทำกิจกรรมการเรียนรู้ทางการเกษตรหรือจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างครบถ้วน จึงต้องอาศัยภาคีเครือข่ายที่เป็นแหล่งเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาร่วมจัดกิจกรรม เมื่อได้รับมอบหมายให้จัดนิทรรศการดังกล่าว จึงรวบรวมข้อมูลแหล่งเรียนรู้ที่ร่วมจัดกิจกรรม กับ กศน. อำเภอถลาง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น

ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติบ้านเชิงทะเล เขามีความเด่นในการขยายผลไปสู่การท่องเที่ยวชุมชน ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาขอเศรษฐกิจพอเพียงบ้านป่าคลอก ตำบลป่าคลอก มีความโดดเด่นเรื่องการขยายพันธุ์พืช มีสวนลำไย ที่ใครจะคิดว่าที่เกาะภูเก็ตจะมีสวนลำไย ทุกตำบลมีแหล่งเรียนรู้ที่พร้อมจะนำเสนอได้

สาเหตุที่เลือกนำเสนอ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” เหตุผลแรกคือ นายเนตร เดชากุล ภูมิปัญญาผู้นำกลุ่มเป็นนักศึกษา กศน. ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย จนปัจจุบันมาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับ กศน. ถลาง เหตุผลข้อที่สอง เพื่อตอบข้อสงสัยของคนทั่วไปว่า ภูเก็ต มีนาด้วยหรือ และเหตุผลข้อที่สาม คือ ต้องการนำนิทรรศการนี้ไปจุดประกายความคิดเตือนสติผู้คนที่หลงไปกับความเจริญทางวัตถุ หลงลืมสิ่งดีงามของผืนนาท้องไร่ที่สร้างความเป็นไทย ความเอื้ออาทรของวิถีชีวิตแบบไทยๆ

ความเป็นมาของ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต”

“นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 บ้านไม้ขาว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ปัจจุบัน มีพื้นที่ประมาณ 120 ไร่ มี นายเนตร เดชากุล เป็นผู้ริเริ่มรวบรวมเพื่อนบ้านหันกลับมาทำนาข้าว ซึ่งเดิมเป็นนาร้าง โดยเสนอผ่าน นายมาโนช สายทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จัดทำโครงการเสนอทางจังหวัดภูเก็ต เริ่มทำเป็นโครงการเชิงอนุรักษ์อาชีพชาวนาภูเก็ตอย่างจริงจัง ในปี พ.ศ. 2554 ในช่วงที่ ดร. ปรีชา เรืองจันทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นจุดเริ่มต้นโครงการ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” ที่เน้น “ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานเปิดงาน และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน พลังมวลชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมงาน มีหน่วยงานในพื้นที่ร่วมจัดนิทรรศการมาอย่างต่อเนื่อง

“เนตร เดชากุล” ผู้ริเริ่มทำนาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต

นายเนตร เดชากุล เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด เกิดวันที่ 9 ธันวาคม 2449 อยู่บ้านเลขที่ 56/2 หมู่ที่ 4 บ้านไม้ขาว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นบุตรของ นายนัด เดชากุล นางข้อย เดชากุล เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนบ้านไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เข้าสู่อาชีพรับจ้างทั่วไป กับครอบครัว ทำงานบริษัทเอกชน ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (ยาม) ปฏิบัติที่สนามบินภูเก็ต

ในปี 2535 ได้สมัครเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษา กับ กศน. อำเภอถลาง เมื่อเรียนจบประถมศึกษา ก็เรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากการศึกษาเล่าเรียนทำให้คิดว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนจะมีเงินใช้เพียงเดือนชนเดือน ถ้าทำอาชีพทางเกษตรหันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง น่าจะมีรายได้เพียงพอและมีเงินเก็บ จึงลาออกจากงาน มาใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในเดือนแรกที่ออกจากงานมาทำอาชีพเกษตรผสมผสาน มีรายได้ 70,000 บาท จึงเกิดความภาคภูมิใจ ยึดมั่นในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทำอาชีพทางการเกษตรอย่างจริงจัง พร้อมกับเรียนต่อ กศน. จนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เห็นพื้นนาร้างคนภูเก็ตไม่มีใครทำนาแล้ว เพราะเป็นงานหนัก หันไปทำงานสบายเป็นลูกจ้างภาคธุรกิจ จึงเกิดความคิดที่จะฟื้นฟูอาชีพทำนา ในตอนแรกชักชวนเพื่อนบ้านมารวมกลุ่มทำนาข้าว

ในปี 2554 ได้ทำโครงการ “ปลูกข้าววันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ” เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต โดยเชิญ ดร. ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้นมาเป็นประธาน ซึ่งโครงการนี้จัดมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถรักษานาข้าวผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ตไว้ได้ จากเดิมมีพื้นนา ประมาณ 70 ไร่ ปัจจุบัน มีผืนนามากกว่า 120 ไร่

นายเนตร เดชากุล กล่าวว่า “ลุงกับป้ามีที่นาของตนเองเพียง 3 ไร่ เช่าที่นาของเพื่อนบ้านในชุมชนอีก 14 ไร่ รวมพื้นที่นาของลุง 17 ไร่ ในที่ดิน 17 ไร่ ลุงได้แบ่งตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ คือแบ่งเป็นนาข้าวกับพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกพริก ปลูกมะเขือ ตะไคร้ เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ดไข่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ และที่ทำใหม่ คือทดลองปลูกเมล่อนญี่ปุ่นในโรงเรือน ถือว่าเป็นการเรียนรู้ของใหม่ ลุงเรียนรู้ตลอดเวลา ปัจจุบัน มีรายได้เฉลี่ย ประมาณ 20,000 บาท ต่อเดือน เพียงพอกับการดำเนินชีวิต ของที่ปลูกช่วงแรกลุงเอาไปแจกแบ่งกันกินมากกว่า สิ่งตอบแทนกลับมาคือ ทำให้ลุงขายของได้

ลุงเอาต้นข้าวใส่กระถางขายโรงแรม กระถางละ 150 บาท ลุงเพาะต้นพริกขาย ต้นละ 20 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่มีเข้ามาเสมอ ถ้าเราดำเนินชีวิตตามแนวทางของในหลวง เราไม่มีทางอดตาย จากเดิมตอนที่ทำงานบริษัท เมื่อเวลาเพื่อนบ้าน ญาติพี่น้องเจ็บป่วยไม่สบาย บางครั้งเรายังไม่สามารถไปเยี่ยมได้ ดูเป็นคนใจดำ เพราะลางานไม่ได้ ออกจากบ้านแต่เช้ากลับถึงบ้านก็ค่ำ กินข้าวเสร็จก็เข้านอนพักผ่อน ชีวิตหมุนเวียนอยู่อย่างนี้ อย่าหวังว่าจะช่วยเหลือสังคมเลย แค่ในครอบครัวยังไม่ค่อยมีเวลา เมื่อกลับมาทำเศรษฐกิจพอเพียง ก็พบเลยว่าเวลาที่เสียไปมันเป็นเวลาของเราอย่างแท้จริง ทำมาก ขยันมาก เราก็ได้มาก แต่ที่สำคัญคือ ครอบครัวทำแล้วมีความสุข ครอบครัวก็เป็นสุข มีเวลาช่วยเหลือชุมชน…รู้จัก คำว่า พอ ก็เป็นสุขแล้ว…”

กศน. ทำอะไร กับ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต”

นายสมชาย จันทร์อยู่ ผอ. กศน. อำเภอถลาง ตอบว่า ถ้าถามว่า กศน. ทำอะไรกับ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” เดิม กศน. เป็นพลังส่วนหนึ่งที่ร่วมกิจกรรม ณ ผืนนาแห่งนี้ โดยทีมงาน คณะครู และนักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมในการปักดำในวันแม่ (ช่วงเดือนสิงหาคม) และร่วมเก็บเกี่ยวข้าวในวันพ่อ (ช่วงเดือนธันวาคม)

กศน. อำเภอถลาง นำนักศึกษาเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มี “ตาเนตร” ที่ นักศึกษา กศน. อำเภอถลาง เรียกขานชื่อ “นายเนตร เดชากุล” ซึ่งเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ เมื่อ กศน. ตำบลไม้ขาว ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ประจำตำบลไม้ขาว ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแห่งนี้ จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นเครือข่ายที่สำคัญในการขยายผล ขยายความรู้สู่ประชาชนในพื้นที่ ทุกวันนี้ นายเนตร นับเป็นที่ปรึกษาที่สำคัญในการดำเนินงานโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้กับ กศน. อำเภอถลาง

นิทรรศการ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต”

ผลจากการจัดนิทรรศการ ทำให้ภาคีเครือข่ายเห็นความสำคัญของอาชีพชาวนามากขึ้น มีแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มากขึ้น แต่สิ่งที่ประสบความสำเร็จของทีมงานนิทรรศการคือ คำแนะนำจากท่านนายกรัฐมนตรี 2 ประเด็น คือ

1. การเพิ่มพื้นที่ทำนาข้าว และ

2. ศึกษาค้นหาข้าวพื้นเมือง พันธุ์ข้าวท้องถิ่น มาพัฒนาเป็นจุดขาย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทีมงานต้องเร่งศึกษาค้นคว้าหาแนวทางในการดำเนินงานตามข้อแนะนำต่อไป

Leave a comment