ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน
http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127010759&srcday=2016-07-01&search=no
| วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 626 |
เรียนรู้จากหนังสือ
ศรีจุฬาลักษณ์
วัดร้างในบางกอก
ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงของข้าวยากหมากแพง ผู้มีรายได้น้อยจึงชักหน้าไม่ถึงหลัง
ชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็หมายความว่า รายรับไม่พอกับรายจ่าย
เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็เกิดอาชญากรรมตามมา
ผู้ที่ก่อก็จะอ้างอย่างที่กล่าว
นายทุนเงินกู้นอกระบบก็หน้าเลือด ออกเงินกู้ คิดดอกเบี้ยรายวัน ร้อยละยี่สิบ
ยิ่งเป็นการซ้ำเติมชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ
ขณะเดียวกัน มิจฉาชีพที่คิดไม่ซื่อก็พยายามหาช่องทางลักเล็กขโมยน้อยของชาวบ้านที่พยายามทำมาหากินเล็กเล็กน้อยน้อยเพื่อความอยู่รอด
จนชาวบ้านหลายคนเดือดร้อน
มีตัวอย่างที่ประสบมากับตัว มีพ่อค้าแม่ขายที่ขายข้าวแกง ข้าวถุง อยู่ย่านงามวงศ์วาน ต้องถูกมิจฉาชีพหลอกตุ๋นซื้อข้าวซื้อแกงหลายร้อยบาท
วิธีการที่มิจฉาชีพใช้ก็ง่ายง่าย คือ สั่งข้าวกล่อง ข้าวถุง หลายรายการ
แต่พอถึงเวลาจะจ่ายเงินค่าอาหารที่สั่งไว้ ก็ทำเป็นล้วงกระเป๋า แล้วบอกว่าลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่รถเพื่อน เดี๋ยวจะเอามาให้
ว่าแล้วก็หิ้วถุงอาหาร ทำทีเดินไปที่รถซึ่งมีจอดอยู่หลายสิบคัน
พ่อค้าแม่ขายก็ง่วนอยู่กับการขายของ เห็นไปนานจนผิดสังเกต จึงเดินตามไปดู
ปรากฏว่า เจอแต่ความว่างเปล่า เสียทีมัน
มาหาความรู้ติดตัวไว้ดีกว่า จะได้มีสติคอยเตือนตัวเองไม่ให้ประมาท
?วัดร้างในบางกอก? ดั้นด้นไปหามาให้รู้ โดย ผศ.ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร
ได้ครูใหญ่ สุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนคำนำเสนอให้ หลังจากยุให้ไปค้นหาแล้ว
?วัดร้าง? ไม่เพียงแต่เป็นศาสนสถานที่มีแต่ซากปรักหักพัง หากแต่วัดร้างยังเป็นเสมือนพื้นที่ความทรงจำของชุมชนโบราณ ในย่านบางกอก
?ในแผนที่กรุงเทพฯ เก่า มีรายชื่อวัดจำนวนไม่น้อยที่หายไปจากพื้นที่จริงในปัจจุบัน
?วัดเหล่านี้หายไปไหน? เช่นเดียวกับชุมชนโบราณ เรือกสวนไร่นา ที่ถูกแทนที่ด้วยโครงการบ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้า
?ใครจะรู้ได้บ้าง ท่าเรือคลองเตย เคยมีวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ เช่นเดียวกับ เอเชียทีค ที่พื้นที่เดิมเคยเป็นศาสนสถานมาก่อน?
อยากรู้ว่าตรงไหนวัดร้าง ตรงไหนวัดสร้างใหม่ ต้องไปหาซื้อมาศึกษา
สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์วางแผงและตามร้านหนังสือทั่วไป จำหน่ายราคา เล่มละ 325 บาท
ก็ยังหวังอย่างลมลมแล้งแล้งว่า สังคมก้มเขี่ย จะหันกลับมาก้มเปิดอ่านทีละหน้า ทีละหน้า
เพราะยังเชื่อว่า สูงสุดคืนสู่สามัญ
ทุ่ง (ลวง) ทอง
สิงหา สัตยนนท์
ปีนี้ พ่อทำนาเศรษฐกิจ กรีดเลือดเชือดชีวิตให้พิษแผล
ธรณีเป็นพยาน วิมานแด จะไถแปรแผ่นดิน กสิกรรม
ปวดร้าวกระดูกสันหลังของชาติ เหนื่อยขนาด ผอมแห้งจนแก้มหวำ
อดทนความทุกข์ยากแม้ตรากตรำ ตั้งแต่เช้ายันค่ำก้มดำนา
ระหว่างแดดแผดร้อน ความคิดเย็น เฝ้ามองเหม่อเป็นไป ไถหว่านกล้า
จะแกล้งทุ่งชีวิต อนิจจา ทุนขาดปรารถนาอยู่ทุกปี
แล้วสร้างหุ่น ไล่กา รูปนายทุน สกุลกาฝากบุญนายทุนผี
หน้าตาจีนเหี่ยวย่น หม่นขจี ข้าวตั้งท้องฝากผีเข้าฝากไข้
เผลอพักเที่ยงหลับฝันถึงพรุ่งนี้ เปลือกสีทองข้าวสุกแสงไสว
ชโลมเลือดเชือดเถือเยื่อหัวใจ เกี่ยวเนื้อในน้ำเหลืองแห่งเนื้อทอง
แล้วบอกค่าชีวิตทั้งชีวิต เศรษฐกิจข้าวขึ้นเป็นเท่าสอง
ฝันของพ่อกลางแดดก็แผดพอง ตกใจตื่นยืนมองเหนือท้องน้ำ
แม่บอกว่าอย่าเลย เฒ่าเราพ่าย ตั้งแต่เกิดจนตาย หมากไข่หำ
ข้าวไม่มีทางขึ้นถึงทองคำ ปีนราคาตกต่ำ กำไลผ้า
ทำได้เพียงผูกฝ้ายรอบข้อมือ ขายข้าวเสร็จจะซื้อความรื้อหา
เปิดประตูยุ้งฉางนะเถิดตา เก็บซากหุ่นไล่กา ให้หลับนอน