ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ม.ค. 2560 16:36
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833466

ขณะเดียวกัน จากนี้ไปจะเริ่มเห็นโรงงานจีนย้ายฐานการผลิตเข้ามาลงทุนในอาเซียนมากขึ้น เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ ประกอบกับการที่ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ที่มีสหรัฐฯ เป็นแกนนำหลักอาจต้องล้มเลิกไป จะทำให้สินค้าจากจีนเข้ามาเล่นตลาดในเอเชียและอาเซียนมากขึ้น
“ส่วนแบ่งตลาดส่งออกของไทยในปี 60 โครงสร้างจะมีการปรับเปลี่ยน มีทั้งที่เพิ่มและลด โดยตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเป็นความหวังของการส่งออกไทยในปีนี้คือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อาเซียนเก่า 5 ประเทศ (มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน และสิงคโปร์) และซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ขณะที่ตลาดสหภาพยุโรป (อียู) อินเดีย และจีน มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะจีน ที่ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่ปี 57”
อย่างไรก็ตาม มองแนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 60 ส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 คาดว่ามีโอกาสสูงที่จะขยายตัวอยู่ที่ 2.8% หรือมีมูลค่าการส่งออกรวมอยู่ที่ 218,403–224,635 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเฉลี่ย 221,583 ล้านเหรียญฯ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นฉุดให้ค่าเงินบาทอ่อนลง ซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งออก ราคาน้ำมันที่เริ่มขยับขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น รวมถึงมูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนที่มีแนวโน้มขยายตัว 7.4% หรือราว 741,000 ล้านบาท
ขณะที่เศรษฐกิจไทยปีนี้ มองว่าจะขยายตัวได้ 3.3% จากปี 59 ที่ขยายตัว 3.2% หลังได้รับอานิสงส์การลงทุนภาครัฐเป็นหลัก และการท่องเที่ยวที่ยังดีอยู่ แต่การลงทุนภาคเอกชนยังช้าอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องกระตุ้น และจูงใจให้ภาคเอกชนกลับมาลงทุนให้มากขึ้น.