“6 องค์กรวิชาชีพสื่อ” พบ กมธ. ปมร่าง กม.ตั้งองค์กรคุมสื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/255373

แจง, 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ แจง กมธ.ต่อร่าง กม.ตั้งองค์กรคุมสื่อ หวังสร้างเสรีภาพสื่อ อย่างแท้จริง #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ต่อ, กมธต่อร่าง, องค์กร, วิชาชีพ, สื่อ, กมธ, ร่าง, ตั้ง, คุม, องค์กรวิชาชีพสื่อ, ปมร่าง, กมตั้งองค์กรคุมสื่อ, 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ, เทพชัย, ร่างกฎหมาย ตั้งองค์กรคุมสื่อ

การเมือง  : 9 ม.ค. 2560

“6 องค์กรวิชาชีพสื่อ” พบ กมธ. ปมร่าง กม.ตั้งองค์กรคุมสื่อ

“เทพชัย” นำองค์กรวิชาชีพสื่อ พบ กมธ.ขับเคลื่อนประเทศด้านการสื่อฯ ยืนยันความเห็นต่อ “ร่างกฎหมาย ตั้งองค์กรคุมสื่อ” เสนอให้ทบทวน กม.ขัดต่อ รธน. ต้องไม่แทรกแซงสื่อ

          9 ม.ค.60 – นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ในฐานะประธานคณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูป เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วมประชุมกับ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน โดยมี พล.อ.อ. คณิต สุวรรณเนตร เป็นประธาน ว่า “ในวันนี้ (9 ม.ค.60) ตัวแทนคณะทำงานปฏิรูปสื่อ และองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 6 องค์กร ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมประชุมกับ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน เพื่อเสนอแนะข้อคิดเห็น และเจตนารมณ์ขององค์กรวิชาชีพสื่อ เกี่ยวกับการจัดทำร่างกฎหมาย พระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ………….

           คณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูปและองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ได้ติดตามและได้รับเชิญไปแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าวหลายครั้ง เพื่อให้การยกร่างกฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ผ่านการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งยังคงหลักการสำคัญในการรับรองสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยอิสระและปราศจากการแทรกแซงใดๆ จากการเมือง อันจะทำให้สิทธิการรับรู้ข่าวสารอย่างรอบด้านของประชาชนสูญเสียไป

          อย่างไรก็ตาม จากร่างกฎหมายดังกล่าวของคณะกรรมาธิการฉบับล่าสุดนั้น ทางคณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูปและองค์กรวิชาชีพสื่อ พบว่ามีเนื้อหาบางประการที่สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกันเองด้านจริยธรรมที่องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนดำเนินการอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีเนื้อหาอีกบางส่วนที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งยังคงหลักการสำคัญในการรับรองสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยอิสระและปราศจากการแทรกแซงใดๆ จากการเมือง อันจะทำให้สิทธิการรับรู้ข่าวสารอย่างรอบด้านของประชาชนสูญเสียไป

          จากเหตุผลข้างต้น คณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูปและองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 6 องค์กร จึงขอเข้าประชุมกับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในวันนี้เพื่อเสนอความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดังต่อไปนี้

          1) การกำหนดให้มีการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติให้เป็นองค์กรตามกฎหมายที่มีอำนาจในการลงโทษตามกฎหมายแก่ผู้ประกอบวิชาชีพและองค์กรสื่อมวลชน ย่อมเป็นการเปิดช่องให้มีการแทรกแซงการทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระของสื่อมวลชนของฝ่ายการเมืองโดยผ่านสภาวิชาชีพดังกล่าว เช่น การแทรกแซงกระบวนการสรรหา โดยการจัดตั้งองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างแท้จริง เข้ามาเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ

          2) การร่างกฎหมายดังกล่าว ควรยึดโยงกับร่างรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการคุ้มครองเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ขณะที่การส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นหน้าที่ขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ในการกำกับดูกันเองในสื่อหนังสือพิมพ์ หรือการกำกับดูแลร่วมกับองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระในกรณีของสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ไม่ใช่การร่างกฎหมายให้มีองค์กรตามกฎหมายที่มีความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงมาควบคุมองค์กรวิชาชีพอีกชั้นหนึ่ง ขณะเดียวกัน ควรมีการเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนให้มากขึ้น

          จากเหตุผลและข้อมูลข้างต้น คณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูปและองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 6 องค์กร ขอเสนอให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาการขับเคลื่อนประเทศ พิจารณาทบทวนการเสนอกฎหมายที่มีเนื้อหาขัดกับเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ และการธำรงไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบไป

           ประธานคณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูปกล่าวต่อไปอีกว่า “อยากให้สื่อมวลชนผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้โดยตรง ร่วมกันติดตามกฎหมายฉบับนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความเป็นอิสระของสื่อมวลชน โดยปราศจากการใช้อำนาจแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนโดยผ่านองค์กรใดองค์กรหนึ่งซึ่งจะมีการจัดตั้งขึ้นมาตาม กฎหมายฉบับนี้โดยเฉพาะในประเด็นให้มีการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติขึ้นมาเพื่อใช้อำนาจทางกฎหมาย เนื่องจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้การเมืองและธุรกิจเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งจะกระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนโดยส่วนรวม”

 

Leave a comment