วธ.เชิญผู้นำ 5 ศาสนาหาแนวทางอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239443

คำสั่งคสช., คุ้มครองศาสนา, 5 ผู้นำศาสนา, เชิญ, ผู้นำ, ศาสนา, แนวทาง, อุปถัมภ์, คุ้มครอง, วธเชิญผู้นำ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 24 ส.ค. 2559

วธ.เชิญผู้นำ 5 ศาสนาหาแนวทางอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา

วธ.ขานรับคำสั่ง คสช. เชิญผู้นำ 5 ศาสนา ประชุมหาแนวทางอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ห้องประชุม 1 กระทรวงวัฒนธรรม –  นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมพิจารณาแนวทางการดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 49/2559  โดยมีผู้บริหารระดับสูง ตัวแทนจากหน่วยงานสังกัด วธ. พร้อมทั้งกรมการศาสนา  เข้าร่วม ว่า กรมการศาสนา ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 49/2559 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2559 เรื่อง มาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆในประเทศไทย โดยกำหนดให้องค์กรต่างๆร่วมกันกำหนดมาตรการและกลไกการส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความสมานฉันท์ของศาสนิกชนทุกศาสนา การนำหลักธรรมคำสอนทางศาสนามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ในด้านการปฏิรูปประเทศ และกำหนดมาตรการและกลไกในการป้องกันไม่ให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและรัฐให้การคุ้มครองตลอดมา โดยให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและกรมการศาสนารายงานความก้าวหน้าในการดำเนินการตามคำสั่งนี้ พร้อมทั้งปัญหา อุปสรรค แนวทางการแก้ไขให้นายกรัฐมนตรีทราบทุก 3 เดือน

” เบื้องต้นที่ประชุมได้มีมติให้ดำเนินการ 3 แนวเพื่อรองรับคำสั่งดังกล่าว 1.มอบหมายให้กรมการศาสนาสรุปภารกิจและแนวทางการคุ้มครองและอุปถัมภ์ศาสนาทั้ง 5 ศาสนาที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ได้แก่ องค์การทางศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ โดยให้รายงานว่า ที่ผ่านมา ได้อุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาทั้ง 5 ศาสนาอย่างไรบ้าง ตามแนวทางของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 49/2559  2.ให้กรมการศาสนา รวบรวมและประมวลปัญหา ความขัดแย้ง การดูหมิ่นลบหลู่ การโจมตีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่ปรากฎในสื่อโซเซียลมีเดียในปัจจุบันมีกี่เรื่อง กี่ประเด็น  เพื่อกำหนดแนวทางและวิธีการแก้ปัญหา เพื่อเสนอต่อรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) ให้บังคับใช้กฎหมาย 3.มอบกรมการศาสนาเชิญผู้นำหรือผู้แทนองค์การศาสนาทั้ง 5 ศาสนา มาหารือเพื่อรับฟังและประมวลปัญหา ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา จากนั้นสรุปเป็นแนวทางในภาพรวมของ 5 ศาสนา และแนวทางในส่วนของ วธ. เพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายวีระ กล่าวและว่า

ด้านนายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา  เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้นำและผู้แทนองค์การ 5 ศาสนา ว่า ได้เชิญผู้นำ 5 ศาสนา มารับทราบคำสั่ง คสช. ที่ 49/2559 และสื่อสารให้ผู้นำทุกศาสนามั่นใจ ซึ่งผู้นำศาสนาต่างชื่นชมว่า คสช. รัฐบาล รวมถึงร่างรัฐธรรมนูญนั้น ให้ความสำคัญต่อทุกศาสนา   อย่างไรก็ตาม คำสั่ง คมช.ดังกล่าวได้กำหนดมาตรการและกลไก เผยแพร่หลักคำสอนซึ่งทุกศาสนาดำเนินการอยู่แล้ว ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะทุกศาสนาต่างต้องการให้ศาสนิกนำหลักธรรมไปใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ผู้นำศาสนา จึงเห็นความสำคัญของคำสั่งนี้ เห็นว่า เป็นประโยชน์ เพราะกำหนดให้มีองค์กรในรูปของคณะกรรมการจากหลายหน่วยงาน มารองรับการดำเนินการในการเผยแพร่คำสอน

” คำสั่งนี้ กำหนดให้ทุกภาคส่วนส่งเสริมการเผยแพร่หลักศาสนา เพื่อให้เกิดการนำหลักธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวัน  ส่วนประเด็นการบิดเบือนศาสนานั้น เห็นว่า ถ้ามีเวทีให้ผู้นำศาสนามาถกกัน จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการแก้ปัญหา    ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม ที่ประชุมจึงเห็นตรงกันให้มีการจัดตั้งเป็นโครงข่ายภายใต้กฎหมายรองรับในรูป แบบรูปคณะกรรมการ ที่ประกอบด้วยคณะบุคคลวิทยากรที่ได้รับการยอมรับในแต่ละศาสนาคัดเลือกให้มา ทำหน้าที่เผยแพร่ให้ประชาชนเข้าใจถูกต้องในทุกศาสนา โดยเฉพาะเยาวชนในสถานศึกษา รวมถึงคอยตรวจสอบเหตุการณ์ ทางศาสนาที่บิดเบือน และแถลงให้ทราบได้ทันที ซึ่งจะทำให้การทำงานในระดับจังหวัดและพื้นที่มีความเข้มข้นมากขึ้น  นอกจากนั้น ที่ประชุมยังเห็นว่า ให้ทุกศาสนาพัฒนาวิทยากร ผู้นำศาสนาที่มีความรู้ ความเข้าใจหลักธรรมศาสนาของตัวเอง เพื่อให้เป็นวิทยากรเผยแพร่หลักธรรม คำสอน ให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่ ” นายกฤษศญพงษ์ กล่าวและว่า ในส่วนของศาสนาอิสลามนั้น ทราบว่า ทางจุฬาราชมนตรี เตรียมลงพื้นที่ในภาคใต้ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องรัฐธรรมนูญ และคำสั่งคสช.ให้พี่น้องมุสลิมรับทราบถึงความตั้งใจของรัฐบาลด้วย

 

Leave a comment