ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 เม.ย. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911590

“พาณิชย์” เตรียมชง “บิ๊กตู่” แก้สิทธิบัตรเก่าค้างปี
หลังเที่ยวสงกรานต์ “พาณิชย์” ยืนยันชง ใช้ ม.44 แก้ปัญหาคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรล่าช้าแต่จะใช้กับเฉพาะคำขอที่ยื่นขอมาเกิน 5 ปีเท่านั้น และกำลังพิจารณาไม่ใช้กับสิทธิบัตรยา หลังเอ็นจีโอกังวลจะทำให้ยาแพง ชี้สิทธิบัตรล่าช้า เป็นส่วนหนึ่งในความกังวลเรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญหาของสหรัฐฯ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงหลังสงกรานต์ กระทรวงพาณิชย์ จะเสนอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศคำสั่ง คสช. ตามมาตรา 44 ภายใต้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรา 265 ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 60 เพื่อแก้ปัญหาการอนุมัติจดทะเบียนสิทธิบัตร ที่ผู้ประกอบการยื่นขอมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ยังล่าช้าอยู่ และมีจำนวนหลายหมื่นคำขอ ซึ่งการพิจารณาที่ล่าช้านี้ จะส่งผลให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในการทำธุรกิจจากสิทธิบัตรที่รอการอนุมัติ โดยช่วงก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เคยเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาใช้มาตรา 44 มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถูกภาคประชาสังคม (เอ็นจีโอ) คัดค้านหนัก จนนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์กลับมาพิจารณาผลดี ผลเสียอย่างรอบด้านที่สุด
อย่างไรก็ตาม หลังจากการพิจารณาแล้ว เห็นว่า การใช้มาตรา 44 จะพิจารณาใช้กับเฉพาะสิทธิบัตรที่ยื่นคำขอจดทะเบียนมานานเกินกว่า 5 ปีแล้วเท่านั้น ส่วนประเด็นที่ภาคประชาสังคม (เอ็นจีโอ) กังวล เฉพาะในส่วนของสิทธิบัตรยานั้น ได้มอบหมายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยจะต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพในการพิจารณาสิทธิบัตรยา และยังจะช่วยส่งเสริมให้นักประดิษฐ์สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยนวัตกรรม หรือไทยแลนด์ 4.0
“ขณะนี้ยังพิจารณาอยู่ว่าจะแยกสิทธิบัตรยา ไม่ต้องใช้มาตรา 44 หรือไม่ เพราะภาคประชาสังคมกังวลเรื่องนี้ว่าถ้าสิทธิบัตรยาได้รับการพิจารณาอนุมัติเร็วแล้ว อาจทำให้ราคายาแพงขึ้น เพราะเจ้าของสิทธิบัตรจะผูกขาดยาได้”
ด้านนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กรณีการพิจารณาคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรที่ยังล่าช้าอยู่มากนั้น เป็นเพราะกรมมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิบัตรไม่เพียงพอ และบางคนที่มีอยู่ก็ไม่ตรงกับสิทธิบัตรที่ขอมา เช่น ไม่มีเภสัชกรที่จะตรวจสอบสิทธิบัตรยา เป็นต้น ซึ่งได้แก้ปัญหาโดยได้ขอเพิ่มกำลังคน ขณะนี้ได้มาจำนวนหนึ่งแล้ว โดยต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เหล่านี้ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น เพราะมีการจัดทำคู่มือตรวจสอบเป็นไกด์ไลน์ให้เจ้าหน้าที่ว่าจะต้องใช้ดุลพินิจอย่างไร
ส่วน น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน กล่าวว่า กลุ่มเตรียมขอเข้าพบกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อขอทราบความชัดเจนในเรื่องการใช้มาตรา 44 เร็วๆนี้ เพราะถึงแม้ว่าจะมีการออกรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 แต่ยังมีมาตรา 265 ซึ่งรับรองให้ คสช.สามารถใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้ ซึ่งกลุ่มเป็นห่วงเฉพาะในประเด็นการจดสิทธิบัตรยา ที่อาจทำให้มีการจดสิทธิบัตรยาที่ไม่ได้มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น หากรัฐบาลใช้มาตรา 44 ควรแยกสิทธิบัตรยาประมาณ 3,000 รายการออกมา แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเคยบอกว่าแยกไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค.60 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้เผยแพร่รายงานการประเมินผลด้านการค้าของสหรัฐฯที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศประจำปี 60 (2017 National Trade Estimate Report on Foreign Trade) โดยระบุว่า ในปี 59 มีความกังวลปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทย แม้ว่าสหรัฐฯกำหนดให้มีการทบทวนนอกรอบ (Out of Cycle Review) ในพื้นที่ที่มีการขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก (Notorious Markets) แต่ปรากฏว่า ยังมีจำนวนสินค้าละเมิดเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบการละเมิดผ่านระบบออนไลน์ และผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการละเมิดซอฟต์แวร์ในหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนของไทย พบการลักลอบใช้สัญญาณเคเบิล และที่สำคัญยังกังวลเกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิบัตรล่าช้า (แบ็กล็อก) ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ประเด็นนี้อาจมีผลต่อการประกาศการทบทวนสถานะประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ตามกฎหมายการค้า มาตรา 301 พิเศษ ซึ่งไทยถูกจัดให้อยู่ในบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษด้านทรัพย์สินทางปัญญา (PWL) มาเกือบ 10 ปีแล้ว.