สุดทึ่ง “เบสท์ริน” หนังเหนียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 เม.ย. 2560 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911612


บอร์ด ขสมก.ฝืดเลิกสัญญาไม่ได้สักที

บอร์ด ขสมก.ลากยาว ยกเลิกสัญญาเบสท์รินไม่ได้สักที เลื่อนแล้วเลื่อนอีกเป็น 26 เม.ย.นี้ ด้านศุลกากรแจ้งดำเนินคดีกรณีแจ้งแหล่งกำเนิดรถเป็นเท็จต่อดีเอสไอแล้ว นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ ขสมก.ดำเนินการตรวจรับรถเมล์เอ็นจีวี จากบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ตามที่เบสท์รินได้ร้องขอนั้น ขสมก.ได้ทำหนังสือยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางแล้ว หลังได้หารือกับสำนักงานอัยการสูงสุด ส่วนขั้นตอนการดำเนินการในสัญญาจัดซื้อดังกล่าว ในหลักการจะต้องยึดตามหลักของสัญญาที่กำหนดให้มีการส่งมอบรถทั้ง 489 คัน ภายในวันที่ 29 ธ.ค.2559

ส่วนที่ว่าหากจะมีการบอกเลิกสัญญานั้น ใครจะมีอำนาจระหว่าง ผอ.ขสมก.กับบอร์ด ขสมก. ในการประชุมบอร์ดวันที่ 26 เม.ย.นี้จะมีความชัดเจน ซึ่งเดิมมีกำหนดประชุมวันที่ 11 เม.ย.แต่เลื่อนออกไป เนื่องจาก พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ประธานบอร์ดติดภารกิจในต่างประเทศ

โดยผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หากพิจารณาแนวทางตามสัญญา ถือว่าเบสท์รินกรุ๊ปกระทำผิด ไม่ได้ส่งมอบรถตามกำหนดให้ครบถ้วน ส่วนข้อต่อสู้ที่ทางบริษัทเบสท์รินอ้างเหตุสุดวิสัย ในการไม่สามารถส่งมอบรถได้ตามกำหนดนั้น มีการพิจารณาเห็นว่า ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย และไม่มีหลักฐานว่า ขสมก.ยินยอมให้มีการผ่อนผันการส่งมอบ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา มีข้อสังเกตจากสำนักงานอัยการสูงสุด เรื่องความชัดเจนของแหล่งที่มาหรือแหล่งกำเนิดของรถ หลังจากที่กรมศุลกากรตั้งข้อสังเกตว่าเบสท์รินแจ้งแหล่งกำเนิดสินค้าเป็นเท็จ เพื่อหวังได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งเป็นเหตุทำให้ ขสมก.ไม่สามารถรับมอบรถบางส่วนได้

ด้านนายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ยืนยันว่า ขณะนี้กรมศุลกากรได้ดำเนินคดีกับบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด บริษัทลูกของเบสท์ริน ในฐานะผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว เนื่องจากการนำเข้ามีการแจ้งแหล่งกำเนิดของรถอันเป็นเท็จ โดยระบุเป็นรถที่ประกอบในโรงงานในประเทศมาเลเซีย แต่มีหลักฐานว่าเป็นรถประกอบสำเร็จรูปทั้งคันจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และมีการขนส่งจากท่าเรือเมืองเซี่ยงไฮ้ ไปพักที่ท่าเรือประเทศมาเลเซีย ก่อนที่จะส่งมายังท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ส่วน 100 คันแรกที่มีการยื่นเอกสารใบขนสินค้า Form D จากมาเลเซีย จะมีความผิดในข้อหาหลีกเลี่ยงภาษีอากรเพิ่มอีก 1 ข้อหาด้วย

นายชัยวัฒน์ระบุว่า บริษัทซุปเปอร์ซาร่า นำเข้ารถเมล์ 489 คันแบ่งออกเป็น 5 ลอต คือลอตแรก 1 คัน ลอตที่ 2 จำนวน 99 ตัน และลอตที่ 3-5 รวม 389 คัน ใน 3 ลอตหลัง แม้จะมีการเสียภาษีนำเข้า 40% แต่ก็มีความผิดในเรื่องของการแสดงแหล่งกำเนิดของรถเป็นเท็จ ถือว่ากระทำผิด

รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการส่งเรื่องให้ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังเป็นผู้พิจารณาคดี และเปิดโอกาสให้ผู้นำเข้าได้โต้แย้งแล้ว เมื่อผู้นำเข้ายังเห็นว่าดำเนินการถูกต้อง กรมศุลกากรก็ต้องดำเนินการส่งเรื่องไปยังพนักงานสอบสวน โดยกรมศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังได้ส่งเรื่องให้ดีเอสไอดำเนินการต่อไป

ส่วนที่ ขสมก.ขอเอกสารหลักฐานว่ารถเมล์ลอตดังกล่าว มีแหล่งกำเนิดจากจีนไม่ได้ประกอบในมาเลเซียนั้น นายชัยวัฒน์กล่าวว่า การที่กรมศุลกากรฟ้องร้องดำเนินคดีกับทางบริษัทซุปเปอร์ซาร่า ถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่ง เนื่องจากคู่กรณีของกรมศุลกากรคือบริษัทซุปเปอร์ซาร่า แต่ ขสมก.มีสัญญาผูกพันกับเบสท์ริน กรุ๊ป ซึ่งเป็นคนละนิติบุคคล จึงคงไม่สามารถจัดส่งเอกสารได้ จึงจะต้องทำหนังสือชี้แจงกลับไป ส่วนการตัดสินใจจะรับมอบรถเมล์หรือการยกเลิกสัญญา ถือเป็นดุลพินิจของ ขสมก.เอง ไม่เกี่ยวกับกรมศุลกากร.

 

Leave a comment