ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/283825
“มาร์ค” เย้ยถ้าจะไปสุดทาง ทำไมไม่ยุบปาร์ตี้ลิสต์เลย ชี้ถ้าหาสมาชิกพรรคไม่เข้าเป้า อดส่งผู้สมัคร ส.ส.
21 มิ.ย. 60 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการต้องถาม ถึงกรณีการสรรหาตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยระบบไพรมารี่โหวต ว่า การที่แสดงความห่วงใยหรือท้วงติงเกี่ยวกับระบบดังกล่าว ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพียงแต่การปฏิบัติอาจไม่เป็นไปอย่างที่คาดคิด เพราะกำหนดการเก็บค่าสมาชิกบำรุงพรรค ซึ่งเป็นของใหม่สำหรับคนไทยจำนวนมาก อีกทั้งการจัดเลือกตั้งไพรมารี่จะต้องมีหน่วยเลือกตั้งเหมือนเวลาเลือกตั้งระดับประเทศ จุดนี้พรรคต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองยังมีความสับสนอยู่มาก เช่น กำหนดให้มีสาขาพรรคประจำเขตเลือกตั้ง แต่หากจังหวัดใดไม่มีสาขาพรรคอนุโลมให้มีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดได้ ปัญหาคือ ถ้าจังหวัดนั้นๆมีหลายเขตเลือกตั้งจะต้องมีตัวแทนพรรคหลายคนหรือไม่ และการลงคะแนนเป็นอย่างไร ซึ่งคงต้องสอบถามเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมีการปฏิวัติเคยทดลองในบางจังหวัดมาแล้ว ซึ่งขณะนั้นสมาชิกยังไม่ต้องจ่ายค่าบำรุงพรรค ผลปรากฏว่ามีคนเลือกตั้งหลักร้อยไม่ได้ช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมหรือกลั่นกรองผู้สมัครได้ดีขึ้น
“ยกตัวอย่างในจังหวัดระนอง ซึ่งมีเขตเลือกตั้งเดียว เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสาขาอยู่ และจะส่งส.ส.ระนอง คราวหน้า ก็ต้องไปตั้งสาขา หาสมาชิกมา 500 คน จ่ายเงินร้อยบาท หรือไม่ก็ต้องไปตั้งตัวแทนประจำจังหวัด ต้องไปหาสมาชิกมาร้อยคน เมื่อพรรคประชาธิปัตย์จะจัดการลงคะแนนไพรมารี่ สาขา หรือตัวแทน ที่ในเมืองจังหวัดระนอง วันนั้นจะไปลงคะแนนต้องไปที่อำเภอเมือง ผมถามว่าอำเภออื่นๆ ในจังหวัดระนอง คนจะพร้อมเสียค่ารถไปหรือไม่ แล้วออกเงินค่ารถให้ก็คงไม่ได้ใช่ไหมครับ ก็เป็นปัญหาอีก” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า คนเขียนกฎหมายมีความตั้งใจดี แต่ไม่มีประสบการณ์
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนกติกาสรรหาตัวผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อนั้น ก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก เพราะได้กำหนดให้ 1 คน สามารถเลือกได้ 15 คน แค่เฉพาะผู้บริหารหลักของพรรคก็เกิน 15 คนแล้ว นอกจากนี้ตัวผู้สมัครที่มาจากจังหวัดใหญ่จะได้เปรียบคนที่มาจากจังหวัดเล็กหรือไม่ ซึ่งทางผู้เขียนกฎหมายอาจไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ทั้งนี้หลักของการมีส.ส.บัญชีรายชื่อ คือ จะได้นักการเมืองหน้าใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่มีความสามารถในพื้นที่ แต่วันนี้ผู้ที่จะเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็คือคนที่ต้องสามารถไปหาเสียงกับสมาชิกได้ ซึ่งสวนทางกับความตั้งใจแต่ต้น
“ผมอยากจะบอกว่า จริงๆ ถ้าเกิดจะไปแนวทางแบบนี้ ทำไมไม่ไปให้มันสุดก็เลิก ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย ให้ทุกคนไปอยู่กับเขต แล้วก็ทำแบบสากลเลยดีไหม สากลนี่คนนอกมาเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ นายกฯ Theresa May อังกฤษที่ปรับ ครม. รอบสุดท้าย มีไฟล์ทบังคับก็คือว่า รัฐมนตรีบางคนสอบตกก็ต้องเอาออกเลย เพราะว่าประเพณีเขาไม่มีเอาคนนอกมาเป็น ถ้าบอกว่าอยากจะให้มีกระบวนการเข้มข้นก็ไปให้สุดทางเลย หลักการไม่มีใครเถียง แต่ความเป็นจริงอาจจะทำให้หลายอย่างไม่ออกมาอย่างที่ต้องการ โดยเฉพาะต้องคิดถึงพรรคการเมืองใหม่ๆ ด้วยว่าเขาจะส่งผู้สมัครส.ส.ในระยะเวลาอันค่อนข้างสั้นนี้ เขาจะต้องไปวางหรือทำโครงสร้างสิ่งเหล่านี้ทันการหรือไม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ทุกคะแนนของประชาชนมีความหมาย คือ นำไปคำนวณจำนวนส.ส.ในสภาได้ แต่กลายเป็นว่าอาจจะไม่มีสิทธิ์ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง เพราะหาสมาชิกที่จะจ่ายเงินเพื่อตั้งสาขา หรือเป็นตัวแทนไม่ได้ หมายความว่าหมดสิทธิ์ส่งตัวผู้สมัครส.ส. จะบอกว่า 100-500 คนหาไม่ยากนั้น ไม่จริง เพราะต้องใช้เวลาพอสมควรที่พรรคต้องทำความเข้าใจเรื่องเสียค่าสมาชิก และถือว่าหลักการขัดกันเอง ซึ่งจากการพูดคุยกับนักธุรกิจ เขายังบอกเลยว่าการมาแสดงตัวเป็นสมาชิก หรือผู้สนับสนุนพรรค ทางคนไทยยังมองว่ามีต้นทุน.
