นายกฯดีใจจีน-กลุ่มประเทศBRICSเห็นศักยภาพของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/294562

นายกฯดีใจจีน-กลุ่มประเทศBRICSเห็นศักยภาพของไทย

อาวุธ, ซื้อ, เพ่งเล็ง, ประเทศ, พัฒนา, คมชัดลึก, หุ้นส่วน, ศักยภาพ, BRICS, ผลประชุม, รัสเซีย, จีน, พอใจ, ประยุทธ์, นายกฯ

นายกฯพอใจผลประชุมBRICS ดีใจจีน-กลุ่มประเทศBRICSเห็นศักยภาพของไทย เร่งสร้างความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนากับทุกประเทศ วอนอย่าเพ่งเล็งหารือจีน-รัสเซีย เฉพาะซื้ออาวุธ

 

5 ก.ย. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี  เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ที่เมืองเซี่ยเหมินมณฑลฟูเจี้ยนระหว่างวันที่ 4-5 ก.ย. ว่า การประชุมในครั้งนี้จีนให้ความสำคัญกับ5 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งการที่จีนเชิญไทยเข้าร่วม แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างไทยและจีน และการให้ความสำคัญกับไทยในฐานะตลาดเกิดใหม่ และศักยภาพในการเชื่อมโยง โดยในที่ประชุม ไทยได้เสนอประเด็นสำคัญที่สร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา โดยใช้จุดแข็งที่แต่ละประเทศมี มาส่งเสริมกันใน 4 ประเด็น คือ การเติบโตไปพร้อมกันกับประเทศเพื่อนบ้านในแนวทาง ประเทศไทยบวกหนึ่ง สร้างความเข้มแข็งจากภายใน ซึ่งไทยได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่9 มาปฏิบัติ ควบคู่กับนโยบายไทยแลนด์4.0 หัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงทางดิจิตัล และความร่วมมือด้านการพัฒนาต่างๆ ซึ่งไทยพร้อมจะร่วมมือกับทุกประเทศ ตอกย้ำการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยคำถึงถึงการพัฒนาประเทศควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และความร่วมมือเพื่อกรพัฒนาที่ต้องคำนึงถึงผู้รับเป็นหลัก มีช่องทางหลากหลาย ทั้งเหนือ-ใต้  ใต้ และไตรภาคี

ส่วนการหารือทวิภาคีกับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยได้ย้ำถึงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ รอบด้านขับเคลื่อนที่ดำเนินการอยู่ให้เป็นรูปธรรม ตลอดจนความคืบหน้าของโครงการความร่มมือรถไฟไทย-จีน ที่ต้องการดำเนินโครงการให้สำเร็จลุล่วง เพราะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงพัฒนา สอดคล้องยุทธศาสตร์ Belt and Road (BRI) ของจีนที่ไทยสนับสนุนเพื่อให้ประเทศและประชาชนได้รับประโยชน์จากเส้นทางสายไหมตลอดจน ให้ยุทธศาสตร์ BRI สอดคล้องกับ EEC ของไทยด้วยการยินดีให้การสนับสนุนนักลงทุนจากจีน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการหารือกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เป็นการพูดคุยและติดตามความก้าวหน้าจากการประชุมที่เมืองโซชิ ปีที่แล้วซึ่งเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยรัสเซีย 120 ปี โดยในเร็วๆ นี้จะมีการเฉลิมฉลองที่ไทยจะจัดโขนชุดใหญ่ไปแสดงทีรัสเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ นอกจากนี้มีการหารือเรื่องความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง ความร่วมมือการก่อการร้ายข้ามชาติ งานข่าวกรอง ก็จะมีการหารือกันในโอกาสต่อไป ซึ่งจะเปิดช่องทางใกล้ชิดกันให้มากขึ้น เพราะเป็นประเด็นที่อ่อนไหว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่อยากให้มองว่าการที่ไทยหารือกับจีนและรัสเซียจะหารือเฉพาะเรื่องการค้าขายและการซื้ออาวุธเท่านั้น ยืนยันว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวของการพูดคุย หากมองให้ดีอาวุธคือสินค้าประเภทหนึ่งที่ไทยไม่สามารถผลิตเองได้ ไทยมีแต่สินค้าการเกษตรการพูดคุยกัน มีการหารือทั้งสินค้าต่างตอบแทน อย่ามองว่าพูดกับใครหรือคบกับใครจะเป็นแค่การซื้ออาวุธ อย่างไรก็ตามรัสเซียยังให้ความสนใจเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งชาวรัสเซียมาเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งไทยเตรียมจะหาแนวทางให้มีการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เชื่อมโยงจากภูมิภาคไปยังภูมิภาค เช่นเดียวกับที่ต่อยอดการท่องเที่ยวไปได้ถึง 7 มณฑลของจีน หากสามารถขยายผลไปยังรัสเซียได้ จะเพิ่มโอกาสการลงทุนด้านการคมนาคมขนส่งของไทยได้มากขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในระหว่างการประชุมมีโอกาสทักทายประเทศสมาชิกที่เข้าร่วม อาทิ อินเดีย พูดคุยเรื่องการสร้างถนนไปสู่โครงการทวาย เมียนมา ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อโครงการ อีอีซีของไทยได้ และเชื่อมต่อวันเบลท์วันโรดได้อีกทางหนึ่งด้วย พร้อมกันนี้ได้คุยกับประเทศกินี และทาจิกิสถาน รวมถึงได้มีการพูดคุยกับเม็กซิโก เชิญให้มาเที่ยวประเทศไทย ซึ่งทางเม็กซิโกตอบรับคำเชิญ

“ผมพอใจภาพรวมในการประชุมครั้งนี้ โดยเฉพาะการที่ไทยได้รับเกียรติที่เข้าร่วมประชุมโดยสมาชิกทั้ง 5 ประเทศ เห็นพ้องกัน เราไม่ได้ถือว่าเป็นตัวแทนของอาเซียน แต่เราเป็นตัวแทนของประเทศที่มีศักยภาพและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน เป็นประเทศที่มีการพัฒนาการตลาดทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น นอกนั้นก็เป็นโอกาสที่ได้พูดคุยเจรจากับทุกประเทศ มีโอกาสคุยกับใครก็คุยทันที ทั้งส่วนตัวและทวิภาคี ส่วนในโอกาสหน้าไทยจะได้เข้าร่วมประชุม BRICS อีกหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับประเทศสมาชิกว่าจะเห็นชอบอย่างไร แต่ขณะนี้ต้องถือว่า เราเข้ามามีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของBRICS แล้ว คือการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เรามีความเชื่อมโยงทางกายภาพ และอีกหลายเรื่องที่มีศักยภาพ ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัลที่เราทำอยู่ ถึงแม้ว่าไทยจะไม่ได้เข้าประชุมครั้งหน้า แต่ก็ถือว่าไทยอยู่ในกระบวนการของ ได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน ขอให้คนไทยสบายใจว่าตนพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ประเทศต่าง ๆ ยอมรับประเทศไทยไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม ครั้งนี้ถือว่าได้รับโอกาสจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ เวลา 17.45 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร (2) บน 6 พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงกรุงเทพมหานคร โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในประเด็นอื่นนอกเหนือจากการเดินทางเข้าร่วมประชุม.

Leave a comment