เปลี่ยนปลูกมันสำปะหลังมาทำไร่ขนุนพันธุ์ทองประเสริฐส่งออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/272798

เปลี่ยนปลูกมันสำปะหลังมาทำไร่ขนุนพันธุ์ทองประเสริฐส่งออก

ไร่, เป็น, ให้, เปลี่ยน, ปลูก, มันสำปะหลัง, ทำไร่, ขนุน, พันธุ์, ทองประเสริฐ, ส่งออก

เปลี่ยนปลูกมันสำปะหลังมาทำไร่ขนุนพันธุ์ทองประเสริฐส่งออก

ประเทศไทยมีการพัฒนาสายพันธุ์ขนุนมาอย่างต่อเนื่อง  มีหลากหลายพันธุ์ที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน คนไทยโบราณเชื่อว่าขนุนเป็นไม้มงคล หากปลูกไว้ในบริเวณบ้านจะมีคนเกื้อหนุนจุนเจือ  นอกจากนี้เป็นไม้ยืนต้น ปลูกง่าย ให้ผลผลิตเร็ว   เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี  ปลูกได้กับทุกสภาพพื้นที่  ทำให้ขนุนเป็นผลไม้ที่เกษตรกรนิยมนำมาปลูกทั้งรับประทานและส่งขาย สร้างรายได้ให้เป็นอย่างมาก
  ชูชาติ  ยางนอกเกษตรกรชาว อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา  มีประสบการณ์ปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐส่งออกต่างประเทศมานานกว่า  14 ปีแล้ว  ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนมาปลูกขนุนชูชาติทำไร่มันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาเรื่องราคาขึ้นลงไม่แน่นอน กว่าจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตมีรายได้ต้องรอถึง 1 ปี  ชูชาติจึงเริ่มหาช่องทางปลูกพืชชนิดอื่นที่สร้างรายได้ให้ทุกเดือน กระทั่งมีโอกาสได้เดินทางไปศึกษาดูงานสวนขนุนส่งออกแห่งหนึ่งที่ จ.ระยอง จึงขอคำแนะนำเรื่องการตลาด  ทำให้เห็นช่องทางในการทำการเกษตร จึงตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมาปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ
“การเปลี่ยนมาปลูกขนุนถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน ผลผลิตจะเก็บเกี่ยวได้เมื่อปลูกเข้าสู่ปีที่ 3 ขึ้นไป จะเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่ช่วงปีที่ 5 จากนั้นจะมีผลผลิตให้เก็บขายได้ตลอดทั้งปี  ส่วนตลาดเห็นว่ามีแนวโน้มดี  เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ  ทำให้มีรายได้ทั้งเดือนแน่นอน  ต่างกับการปลูกมันสำปะหลังหากต้องลงทุนเท่ากับการปลูกขนุนแต่กว่าจะได้เก็บเกี่ยวต้องรอถึง 1 ปี  บางปีราคาต่ำไม่คุ้มกับการลงทุน”
พื้นที่กว่า 16 ไร่ ชูชาติเน้นปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ เพราะติดลูกดก เนื้อเยอะ  หากผลขนุนสมบูรณ์จะแกะเนื้อได้ถึงร้อยละ 50 ของน้ำหนักผล  เหมาะกับการส่งออก  รสชาติหวาน  เนื้อนุ่มกรอบ ได้รับความนิยมจากตลาดในประเทศจีน และกัมพูชามากกว่าพันธุ์อื่น อีกทั้งเหมาะสำหรับการขนส่งที่ต้องใช้เวลาหลายวัน เนื้อขนุนยังแข็งกรอบ ต่างจากพันธุ์อื่นๆที่เนื้อขนุนจะเละ ระหว่างการขนส่ง
การปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐนั้น ชูชาติแนะนำให้มีระยะห่างขนาด 7 คูณ 7 เมตร  ขุดหลุมปลูกลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ให้ขนุนสามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ จากนั้นพรวนดินในหลุมปลูกให้ร่วน ใส่ปุ๋ยคอกรองพื้นแล้วจึงนำต้นพันธุ์ปลูก กลบดินให้เป็นเนินสูง  จะช่วยการเกาะยึดของรากได้ดี  หากเกิดพายุโคนต้นไม่ล้ม ให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์  3 วันต่อ 1 ครั้ง  ส่วนการดูแลให้ปุ๋ยสูตรเสมอและปุ๋ยคอก  น้ำจุลินทรีย์รดรอบต้น  หมั่นถางหญ้ารอบโคนต้นขนุน  ไม่ควรใช้ยาฆ่าหญ้า เพราะทำให้ต้นขนุนหยุดการเจริญเติบโต  ในระยะ 2-3 ปี ขนุนเริ่มให้ผลผลิต  เมื่อเข้าสู่ปีที่ 5 จะให้ผลผลิตเต็มที่   และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องยาวนานถึง  25 ปี  ระยะเวลาการติดผลเริ่มตั้งแต่ออกดอกถึงดอกบาน 20-25 วัน ผลเริ่มแก่เมื่ออายุ 120-150 วัน  ฤดูกาลเก็บเกี่ยวเริ่มตั้งแต่มกราคม ถึงพฤษภาคม  จากนั้นขนุนจะพักต้น ประมาณ 2 เดือนแล้วจะให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้อีก
ขนุนที่ให้ผลผลิตเต็มที่จะติดลูกกว่า 100 ลูกต่อต้น   เกษตรกรจึงต้องหมั่นตัดแต่งไม่ ปี ให้ลูกเยอะเกินไป ใน 1 ต้นจะเลือกขนุนที่สมบูรณ์ที่สุดไว้ประมาณ 15 ลูกเท่านั้น   ส่วนลูกที่ไม่ได้ขนาดจะตัดขายเป็นขนุนอ่อนส่งไปยังตลาดทางภาคเหนือและภาคอีสานที่นิยมนำไปทำเป็นอาหารจะมีราคาขายหน้าสวนตั้งแต่ 1-7บาท ขณะที่ขนุนส่งออกไปขายที่ประเทศจีนและกัมพูชาจะคัดเลือกผลใหญ่ที่มีน้ำหนัก 10 กิโลกรัมขึ้นไป  ส่วนตลาดในประเทศไทยจะส่งขายที่ตลาดไทยมีน้ำหนักตั้งแต่ 7-10 กิโลกรัม  จะมีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อถึงสวนในราคากิโลกรัมละ  18-20 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ
“ถือว่าตลาดส่งออกยังต้องการขนุนเป็นจำนวนมาก  ได้ราคาดี คุ้มกับการลงทุน ในช่วงที่ขนุนให้ผลผลิตมากจะเก็บได้อาทิตย์กว่า 10 ตัน  ช่วงที่ผลผลิตน้อยเก็บได้ครั้งละ 400-500 กิโลกรัม  เฉลี่ยรายได้ตั้งแต่ 20,000 บาท จนถึงหลักแสน  นอกจากนี้ในพื้นที่ยังปลูกพืชหมุนเวียน ผสมผสานหลายอย่าง นอกจากขนุนแล้วยังมีพืชผักชนิดอื่นเก็บขายสร้างรายได้ทั้งปี”
นอกจากชูชาติแล้ว ปัจจุบันมีเกษตรกรอำเภอครบุรีสนใจหันมาปลูกขนุนส่งออกกันทั้งนั้น เพราะมีตลาดที่แน่นอน ผลผลิตยังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องและไม่จำกัดจำนวน  จนมีการกลุ่มเปิดเป็นโรงรับซื้อขนุนในชุมชน เป็นจุดศูนย์กลางในการรับซื้อของพ่อค้าคนกลาง จึงสะดวกทั้งกับเกษตรกรและผู้ซื้อ
เกษตรกรที่สนใจสามารถขอความรู้เรื่องการปลูกขนุน รวมถึงสอบถามเรื่องตลาดการส่งออกได้ที่ชูชาติ หรือจะเดินทางไปเยี่ยมชม ซื้อหาผลผลิตได้ที่  62 หมู่ 6 ต.สระว่านพญา อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 088-362-2783

Leave a comment