ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/agricultural/276170
กรมชลฯล่องใต้พัฒนาแหล่งน้ำรองรับเขตศก.พิเศษสงขลา
กรมชลฯล่องใต้พัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มความมั่นคง รองรับ “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา”
กรมชลประทานเดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำรองรับ “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา” เร่งเพิ่มปริมาณความจุอ่างฯสะเดา และพัฒนาแหล่งน้ำใหม่เตรียมพร้อมสร้างอ่างฯอีก 2 แห่ง ได้น้ำเพิ่มขึ้นรวมกันอีกกว่า 60 ล้าน ลบ.ม. มั่นใจจะสร้างความมั่นคงในเรื่องน้ำทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานเตรียมเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำสะเดา ต.สานักแต้ว อ.สะเดํา จ.สงขลา ด้วยการก่อสร้างฝายพับได้ที่อาคารระบายน้ำล้นเดิม ความสูง 1 เมตร ความยาว 15 เมตร ซึ่งจะทำให้สามารถพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำได้อีก 4.57 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) จากความจุในปัจจุบัน 60.09 ล้านลบ.ม. เป็น 64.66 ล้านลบ.ม. พร้อมทั้งก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำความยาว 15 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2561 ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากการที่รัฐบาลได้ประกาศให้พื้นที่ของ ต.สะเดา ต.สํานักขาม ต.สํานักแต้ว และต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นพื้นที่ “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา” ซึ่งมีระบบโลจิสติกส์และบริการ ตลอดจนอุตสาหกรรมต่าง ๆเกิดขึ้นมากมาน อาทิ อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมอาหารทะเล อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ครบวงจร รวมไปถึงคลังสินค้า
ซึ่งจากข้อมูลทางการค้าพบว่า มูลค่าทางการค้าด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆของประเทศ นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้พิจารณาที่จะศึกษาความเป็นไปได้เพื่อหาแหล่งเก็บน้ำแห่งใหม่ที่มีความเหมาะสม เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นคงให้กับน้ำภาคการผลิตให้มากขึ้น จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ในพื้นที่อำเภอสะเดา มีพื้นที่เหมาะสมที่สามารถสร้างเป็นแหล่งกักเก็บน้ำได้ 2 แห่ง คือ โครงการอ่างเก็บน้าคลองหล้าปัง ต.สานักขาม อ.สะเดา ความจุ 35.50 ล้าน ลบ.ม. และโครงการอ่างเก็บน้าคลองลำ ต.สานักขาม อ.สะเดา ความจุ 20.52 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะต้องมีการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่มีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นไปตามความต้องการของพื้นที่
และหากสามารถดำเนินการได้ก็จะทำให้มีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นรวม ประมาณ 56 ล้าน ลบ.ม. และเมื่อรวมกับปริมาณน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำสะเดา จะมีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 60 ล้านลบ.ม. เพียงพอสำหรับการใช้น้ำในทุกๆภาคส่วนทั้งภาคการอุปโภคบริโภค การเกษตร รวมถึงการใช้น้ำของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา


