“ทปสท.”ยื่น”บิ๊กตู่”ทบทวน”ม.44″ตั้งอธิการคนนอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/268945

“ทปสท.”ยื่น”บิ๊กตู่”ทบทวน”ม.44″ตั้งอธิการคนนอก

ดรรัฐกรณ์ คิดการ, พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา, อธิการบดี, ทปสทยื่นบิ๊กตู่ทบทวนม44, ตั้ง, อธิการ, คนนอก, ทปสท, บิ๊กตู่, ม44

“ม.44 ตั้งอธิการคนนอก ม.ราชการ ขัดกฎหมาย ทำลายระบบคุณธรรม เบียดบังค่าเทอมเด็ก บั่นทอนคุณภาพการศึกษา ทปสท.ยื่นบิ๊กตู่ทบทวน”

 

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธาน ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) พร้อมด้วย ผศ.นุกูล แก้วเนียม และอาจารย์รุ่งโรจน์ ตรงสกุล ตัวแทน ทปสท.ได้เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้ทบทวนกรณีที่มีข่าวว่านายมีชัย ฤาชุพันธ์ และนายวิษณุ เครืองาม ทีมกฎหมายของ คสช. จะเสนอให้หัวหน้าคสช.ออกคำสั่งม.44 เพื่อให้ตั้งอธิการบดีคนนอกที่เกษียณอายุราชการ(ไม่มีสถานภาพข้าราชการ/พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา)ในมหาวิทยาลัยของรัฐนั้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ คิดการ กล่าวว่า ทปสท.ในการประชุมสมัยสามัญ ประจำปี ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่ประชุมได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือและมีมติ ไม่เห็นด้วยกับการออกคำสั่งคสช. ตาม ม.44 ที่จะออกมาบังคับใช้ในกรณีดังกล่าว เนื่องจากมหาวิทยาลัยของรัฐมี 2 แบบ คือ 1. มหาวิทยาลัยในกำกับ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง เป็นต้น มหาวิทยาลัยเหล่านี้ พระราชบัญญัติจัดตั้งกำหนดให้มีอิสระในการบริหารงานบุคคล บริหารงบประมาณ สามารถออกข้อบังคับฯ ให้ตั้งคนที่ไม่มีสถานภาพข้าราชการ(คนนอกซึ่งเกษียณอายุราชการ)เป็นอธิการบดี และสามารถกำหนดเงินเดือนและค่าตอบแทนเองได้โดยชอบด้วยกฎหมาย 2. มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เป็นต้น มหาวิทยาลัยเหล่านี้พระราชบัญญัติจัดตั้งกำหนดให้บริหารงานบุคคลตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และบริหารงบประมาณตามกฎหมายวิธีงบประมาณ การแต่งตั้งอธิการบดีหรือผู้บริหารจึงต้องแต่งตั้งจากคนที่มีสถานภาพเป็นข้าราชการ ไม่สามารถตั้งคนนอกเป็นอธิการบดีได้ ซึ่งเป็นไปตามแนวที่ศาลปกครองสงขลา นครราชสีมา และศาลปกครองสูงสุดเคยพิพากษาเป็นแนวทางไว้แล้ว

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวง  ก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้เสนอ แต่คสช.เห็นปัญหาเลยเสนอเอง ดังนั้น พวกเราจึงอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยพิจารณาทบทวน เนื่องจาก กรณีนี้ไม่ได้ติดขัดในข้อกฏหมายใดๆ ในการแต่งตั้งอธิการบดี หากคนที่เกษียณแล้วมีความประสงค์อยากเป็นอธิการบดีก็สามารถเข้ารับการสรรหาในมหาวิทยาลัยของรัฐ(ในกำกับ)ได้ ไม่ควรใช้ ม.44 แก้ปัญหาให้คนที่ทำผิดกฎหมาย หากออกคำสั่งดังกล่าวออกมาบังคับใช้จะเกิดผลเสียและปัญหาตามมาใน 4 ประเด็นหลักคือ 1.ปัญหาธรรมาภิบาล 2.ปัญหาด้านการบริหารงานบุคคล 3. ปัญหาด้านการบริหารงบประมาณ และ 4. ปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา

การใช้ม.44 มาแก้การกระทำผิดให้เป็นถูกนั้น เป็นการทำลายระบบนิติธรรม ระบบคุณธรรมของส่วนราชการ หลายคนเป็นอธิการบดีมาแล้วหลายสมัย เมื่อเป็นที่หนึ่งครบ 2 วาระ (8 ปี) เป็นต่อไม่ได้ก็ย้ายไปเป็นที่อื่น เมื่อครบ 2 วาระก็วนกลับมาเป็นที่เดิม โดยใช้ระบบเครือข่ายพวกพ้องที่ไปนั่งเป็นนายกสภาและกรรมการสภาหลายที่ ใช้ระบบอุปถัมภ์ และสภาเกาหลัง(อธิการบดีเลือกกรรมการสภา แล้วกรรมการสภาเลือกอธิการบดี) หลายคนต้องการสืบทอดอำนาจให้ยาวนานเพราะต้องการปกป้องความผิดที่เคยกระทำไว้ตอนอยู่ในตำแหน่ง ซึ่งปรากฎได้จากข่าวที่ปปช.คตง.ชี้มูลการทุจริต มีโทษวินัยร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกจากราชการทันที แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นข้าราชการ หากไม่มีการกำหนดกติกา ที่ต้องให้เกษียณอายุตามระเบียบราชการ วงจรอุบาทก์ก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ คนรุ่นใหม่ไม่มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นอธิการบดีหรือผู้บริหารได้เลยหากไม่สยบยอมต่อคนกลุ่มนี้ และการตั้งคนนอกเป็นอธิการบดีและผู้บริหารยังบั่นทอนคุณภาพการศึกษาโดยตรง เพราะแทนที่จะนำเอาเงินรายได้(ค่าเทอม)จากนักศึกษาไปพัฒนาพัฒนานักศึกษาให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับต้องเบียดบังเอามาจ่ายเป็นเงินเดือนและค่าตอบแทน ให้คนเกษียณอายุที่ได้รับสองทางทั้งจากบำนาญ และเงินเดือนที่กำหนดเองซึ่งสูงกว่าอัตราข้าราชการปกติหลายเท่า บางแห่งสูงกว่าเงินเดือนนายกรัฐมนตรีอีก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชมงคล ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ที่เป็นส่วนราชการ รายได้หลักมาจากค่าเทอมนักศึกษา ปัจจุบันนักศึกษามีจำนวนลดน้อยลง ทำให้รายได้ลดน้อยลงตามไปด้วย แต่กลับต้องนำเงินส่วนหนึ่งไปจ่ายเป็นเงินเดือนและค่าตอบแทนให้กับอธิการบดีและผู้บริหารคนนอกซึ่งเป็นพวกพ้องที่เสนอแต่งตั้งโดยอธิการบดี(เช่น รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก เป็นต้น) ซึ่งคนเหล่านี้เมื่อไม่ใช่ข้าราชการก็ไม่สามารถรับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดินได้ ทำให้งบประมาณรายได้ที่จะนำไปใช้จัดหาอุปกรณ์การศึกษาหรืองบประมาณเพื่อพัฒนานักศึกษาลดน้อยลง ส่งผลถึงคุณภาพการศึกษาที่ตกตำ่ ซึ่งที่ปรากฎชัดเจนเป็นรูปธรรมคือผลการสอบเข้าเป็นข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) ประจำปี 2559 ในระดับปริญญาตรีในภาพรวมของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้งหมดมีผู้สอบผ่านเพียงร้อยละ 0.7 และคุณภาพของบัณฑิตสายครูที่ในอดีตเคยเป็นชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยราชภัฏ(วิทยาลัยครูเดิม)ก็กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องคุณภาพครูอยู่ในปัจจุบัน ถึงขนาดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายเปิดให้คนที่ไม่ได้จบสายครูเข้ามาสอบแข่งได้ นอกจากนี้การแต่งตั้งคนนอกเป็นอธิการบดีหรือผู้บริหารในมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ ยังมีปัญหาด้านการบังคับบัญชา วินัย จรรยาบรรณ ฯลฯ ตามมาอีกเนื่องจากไม่มีกฎหมายด้านการบริหารงานบุคคลสำหรับคนที่ไม่มีสถานภาพข้าราชการรองรับ ดังนั้นไม่จึงอยากขอความอนุเคราะห์ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีทบทวนในเรื่องนี้ ไม่ควรใช้ม.44 มาแก้ปัญหาคนส่วนน้อยที่ทำผิดกฎหมายให้กลายเป็นถูก แล้วส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของชาติ

Leave a comment