ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/agricultural/274856
ทุ่ม 2.2 แสนล.แก้วิกฤตน้ำลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างเบ็ดเสร็จ
ก.เกษตรฯเสนอกนช.วันนี้(3 พ.ค.60) พิจารณา 9 แผนงาน 2.2 แสนล้านแก้วิกฤตน้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างเบ็ดเสร็จ
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อเป็นเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเล ลดความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจอันเกิดจากอุทกภัย และเพิ่มความมั่นคงในเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค-บริโภค ขณะนี้ผลการศึกษาแล้วเสร็จพร้อมนำเสนอข้อมูลแผนงานในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาในวันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2560 นี้
สำหรับการศึกษาโครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างดังกล่าวนั้น ได้นำเหตุการณ์ มหาอุทกภัยในปี 2554 ที่โครงสร้างระบบชลประทานที่มีอยู่ ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำหลากจำนวนมหาศาลได้ มาใช้เป็นโจทย์ในศึกษา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นพบว่า มีปริมาณน้ำเหนือที่ไหลหลากลงมากเกินปริมาณน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยาจะลองรับได้เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อวินาที ดังนั้นหากจะไม่ให้เหตุการณ์มหาอุทกภัยเกิดขึ้นอีก จำเป็นจะต้องหาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำจำนวนดังกล่าว เพื่อระบายออกสู่ทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.สมเกียรติ กล่าวต่อว่าจากผลการศึกษาพบว่า จะต้องดำเนินงานทั้งหมด 9 แผนงานด้วยกัน แบ่งออกเป็นฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา 3 แผนงาน ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา 2 แผนงาน และในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยา 4 แผนงาน สำหรับแผนงานโครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออกทั้ง 3 แผนงานประกอบด้วย 1.แผนการสร้างคลองระบายน้ำควบคู่กับคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งจะสามารถระบายน้ำในช่วงน้ำหลากได้ถึง ประมาณ 930 ลบ.ม.ต่อวินาที 2. แผนการปรับปรุงโครงสร้างระบบชลประทานเดิมที่มีอยู่ ที่ระบายน้ำผ่านทางคลองระพีพัฒน์และคลองสาขาต่างๆ รวม 23 คลอง ยาว 490 กิโลเมตร สามารถเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากสูงสุดในปัจจุบันคือ 210 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 400 ลบ.ม.ต่อวินาที และ3. แผนการก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหม่ จากแม่น้ำป่าสักลงสู่ทะเลโดยตรง สามารถระบายน้ำได้สูงสุดประมาณ 600 ลบ.ม.ต่อวินาที
ส่วนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมี 2 แผนงานประกอบด้วย 1.แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำท่าจีน ซึ่งจะต้องมีการขุดคลองระบายน้ำหลาก(บายพาส) แม่น้ำท่าจีนบริเวญอ.โพธิ์พระยา จ.สุพรรณบุรี ขุดช่องลัดแม่น้ำท่าจีนที่มีลักษณะเป็นกระเพาะหมูจำนวน 4 แห่ง และขุดลอกแม่น้ำท่าจีนตั้งแต่ กิโลเมตรที่ 40 จากปากแม่น้ำขึ้นมา ซึ่งจะสามารถเพิ่มการระบายได้จาก 464 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 535 ลบ.ม.ต่อวินาที และ 2.แผนการปรับปรุงโครงสร้างระบบชลประทานของโครงการชลประทานเดิมที่มีอยู่ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำตั้งแต่คลองเจ้าเจ็ดมายังคลองพระยาบันลือ ต่อไปยังคลองพระพิมล คลองมหาสวัสดิ์ คลองภาษีเจริญ คลองสนามชัย-มหาชัย และออกสู่ทะเลอ่าวไทย ซึ่งจะสามารถระบายน้ำเพิ่มได้จาก 50 ลบ.ม.ต่อวินาทีในปัจจุบันเป็น 130 ลบ.ม.ต่อวินาที
รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวอีกว่า ในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาเอง มีทั้งหมด 4 แผนงานคือ 1.แผนการขุดคลองระบายน้ำหลาก(คลองบายพาส)บางบาล-บางไทร เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะระบายน้ำได้ 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที 2.แผนการขุดลอกลำน้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะขุดลอกเป็นช่วงๆรวมระยะทาง 20 กิโลเมตร เพื่อให้แม่น้ำเจ้าพระยาสามารถระบายน้ำได้ในอัตรา 2,800 ลบ.ม.ต่อวินาที 3.แผนการสร้างเขื่อนป้องกันชุมชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกันน้ำ ซึ่งมีจำนวน 14 แห่ง สร้างไปแล้ว 6 แห่ง เหลืออีก 8 แห่งจำเป็นจะเร่งด่วนดำเนินการ และ 4.แผนการสร้างคลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบ 3 ฝั่งตะวันออก คลองสายนี้จะตัดยอดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ประมาณ 500 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะนี้กรมชลประทาน กรมทางหลวง และไจก้ากำลังทำการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้เบื้องต้น ก่อนจะทำการศึกษา EIAควบคู่กับการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบที่ 3
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังมีแผนที่จะบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มดำเนินการในฤดูฝนปี 2560 โดยใช้แผนการใช้พื้นที่ลุ่มต่ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และชัยนาท ให้เป็นพื้นที่แก้มลิงรับน้ำในช่วงฤดูฝน ซึ่ง จะสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 1,500 ล้านลบ.ม. อย่างไรก็ตามโครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างหากสามารถดำเนินงานได้ทั้ง 9 แผนงานดังกล่าว ซึ่งสามารถแยกดำเนินงานแต่แผนงานได้ ทั้งหมดสามารถดำเนินการได้ทั้งโครงการภายใน 1-2 ปีนี้เลย เช่น คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร คลองระบายน้ำควบคู่กับคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก เป็นต้น บางแผนงานอาจจะแยกมาดำเนินในส่วนที่ไม่มีปัญหาก่อน เช่น การปรับปรุงโครงสร้างระบบชลประทานเดิมที่มีอยู่ ในส่วนของการขุดลอกสามารถดำเนินการได้ทันที เป็นต้น ส่วนแผนงานแผนการก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหม่ คลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบ 3 แม้จะสามารถก่อสร้างทั้งโครงการได้แต่ก็ต้องรอผลการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)ก่อน
