ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/agricultural/276410
“มหาดไทย” จับมือ “ปิดทองหลังพระ”สร้างชุมชนตามแนวพระราชดำริ
“มหาดไทย” จับมือ “ปิดทองหลังพระ” ชูแนวพระราชดำริ สร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยพลังชุมชน-ชาวบ้าน
กระทรวงมหาดไทยโดยจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมาจัดงาน “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนเข้มแข็งตามพระราชดำริ” นำเสนอประสบการณ์การพัฒนาชุมชนจากตัวแทน 5 ชุมชนที่สามารถพลิกฟื้นสู่การพัฒนาตนเองด้วยความเข้มแข็ง สร้างโมเดลการการทำงานร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางให้ชุมชนอื่น ในจังหวัด และพื้นที่ใกล้ได้เรียนรู้ ปรับใช้สู่การพัฒนาที่ยังยืน
เวที “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนเข้มแข็งตามพระราชดำริ” ระหว่างวันที่ 8-9 พ.ค.60 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมอนุสรณ์ 70 ปี ม.ราชภัฎนคราชสีมา จ.นครราชสีมา เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ บูรณาการร่วมกันในการประยุกต์ใช้พระราชดำริเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้ มีผู้เข้าร่วมรับฟังจากชุมชนต่าง ๆในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 2,000 คน
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง ตามแนวพระราชดำริ”ว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงพระราชดำรัสเพื่อให้รัฐบาลน้อมนำมาบอกกับประชาชนว่าทรงให้ดำเนินตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงพระราชทานไว้ โดยน้อมนำแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือตัวเองก่อน เป็นที่รับรู้ว่ามีโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆอยู่มากมายที่ได้ทรงทำไว้แล้ว และต้องการให้ชาวบ้านดูแลช่วยเหลือตัวเองก่อน แต่เมื่อทำแล้วไม่สามารถแก้ปัญหาได้ให้พี่น้องไปทบทวนว่ามีตรงไหนที่ยังขาดตกบกพร่อง ยังทำไม่สำเร็จ ยังไม่มีการนำมาใช้ ก็ให้ไปหาแนวทางพระราชทานว่าจะทำอย่างไรให้เข้มแข็งได้
การดำเนินตามแนวทางพระราชดำริตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ผ่านมายังมีความเข้าใจผิด เกิดมาจากหน่วยงานราชการเอง การแก้ปัญหาจึงกลายเป็นเรื่องของการตั้งกลุ่มการเกษตรต่าง ๆ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักการทำเกษตรยังไม่ใช่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง การทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็งจึงต้องเริ่มจากครัวเรือน โดยแต่ละครัวเรือนไปสำรวจตัวเองว่ามีปัญหาอะไร
โดยแนวพระราชทานของรัชกาลที่ 9 เมื่อในครัวเรือนรู้ว่าปัญหาของครัวเรือนคืออะไรก็ให้มีการพูดคุยว่าปัญหาอย่างนี้จะแก้ไขได้อย่างไร หาจุดอ่อนของตัวเอง ปัญหาที่พบให้จดบันทึกไว้โดยเรียงลำดับความสำคัญของปัญหาก่อนหลังและหาแนวทางแก้ไข การพูดคุยทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี จากที่ก่อนหน้านี้ อาจจะไม่มีเคยมีการพูดคุยกันมาก่อน เมื่อคุยกันแล้วเกิดความเข้าใจปัญหาร่วมกัน ร่วมกันหาทางออก จากระดับครัวเรือน ก็นำมาสู่ระดับชุมชน ระดับหมู่บ้าน เกิดความสามัคคีในชุมชน จึงเป็นไปตามแนวทางที่ทรงพระราชทานไว้

