ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270028
นิทานหุ่นมือ เสริมทักษะอ่าน-เขียน-คิด
การเสริมสร้างทักษะในเด็ก ผ่านนิทานหุ่นมือ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่เด็กสามารถนำไปประยุกต์ใช้ผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง นำไปสู่การใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ
เมื่อเร็วๆนี้มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ สานต่อโครงการพัฒนาทักษะการอ่านและทักษะชีวิตเยาวชน จัดค่ายทักษะภาษาไทยครั้งที่ 4 “อรุณเบิกฟ้า ภาษาพาเพลิน ก้าวสู่ศตวรรษที่ 21” เยาวชนโรงเรียนบ้านปิใหญ่และโรงเรียนบ้านตูแตหรำ จ.สตูล ร่วมเข้าค่าย เพื่อเพิ่มทักษะด้านการอ่าน การเขียน การคิด และการสื่อสารภาษาไทย ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์
“ที่มาค่ายเพราะอยากได้ความรู้ อยากได้ภาษาไทย เพราะอ่านไม่ค่อยชัดเจนและเขียนไม่ชัดเจน” ธนวัฒน์ พูลขาว หรือ คาบิตอายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านตูแตหรำ ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล บอกถึงจุดประสงค์ของการมาค่ายฯในครั้งนี้
ทั้งยังมีความคิดว่าหากอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ เขียนผิดก็อายเพื่อน ทำให้ต้องผลักดันตนเองให้ตั้งใจเรียนและขยันมากขึ้น
ธนวัฒน์ พูลขาว
คาบิต ยังบอกว่าการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของค่ายฯ ทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น เรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่ม และได้ใช้ความคิดในการทำกิจกรรม เช่น กิจกรรมนิทานหุ่นมือ ที่ต้องนำเสนอในหัวข้อ บ้านฉันมีดี ที่ได้นำเสนอเรื่องของบ้านตนเอง พ่อมีอาชีพทำประมง และได้อาศัยทักษะการชอบแต่งนิทาน ที่สำคัญคือได้ออกไปแสดงนิทานหุ่นมือให้เพื่อนและครูได้ชม
เช่นเดียวกับสราญวุฒิ นาคสง่า หรือซีน อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปิใหญ่ ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล ที่บอกว่า “ชอบค่ายนี้เพราะเขาเสริมความรู้ให้ผมและเพื่อนทุกคน มีกิจกรรมการทำฐาน ให้ความรู้ในเรื่องการแก้ปัญหาและการคิดวิเคราะห์ เอามาใช้ในชีวิตประจำวันในการคิดเลขและการเขียน”
เพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่คนไทยใช้เป็นประจำทำให้ ซีน ได้ความรู้ในเรื่องการใช้ภาษาไทย เช่นการเปรียบเทียบการใช้หลักภาษาหรือรูปประโยคทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เสริมทักษะในการคิดอย่างรอบคอบ สิ่งเหล่านี้ได้นำไปใช่ในชีวิตจริงทั้งการเรียนและในอนาคต
สราญวุฒิ นาคสง่า
นิทานหุ่นมือเป็นมากกว่าการเล่าเรื่องให้เด็กฟัง ศิริจิตร จิตรถาวรกุล หรือ แม่แก้ม อายุ 39 ปี ครอบครัวนิทานหุ่นมือ Mommy Puppet กล่าวว่า จากพื้นฐานครอบครัวใช้นิทานในการเลี้ยง จึงนำมาสู่กิจกรรมนิทานหุ่นมือ เพราะสามารถสร้างพัฒนาการให้เด็กได้ครบทั้ง 4 ด้าน
คือ 1.ด้านภาษาและการสื่อความหมาย เพราะในการเล่านิทานจะมีคำศัพท์ ภาษา เด็กเกิดการจดจำเพิ่มคลังศัพท์ การใช้ประโยคในสถานการณ์ต่างๆ และการสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง 2.ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็ก
นอกจากนี้ นิทานหุ่นมือ จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างแข็งแรง 3 .ด้านอารมณ์และสังคม เพราะในนิทานจะมีการดำเนินเรื่องของตัวละคร บทพูด เป็นส่วนให้เด็กได้ค้นหาตัวเอง และเรียนรู้ทางด้านอารมณ์ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ในสังคม
4. ด้านสติปัญญา คุณธรรม และจริยธรรม ที่จะทรอดแทรกความดีในเนื้อเรื่องของนิทาน ทำให้เด็กได้ซึมซับ และพัฒนาโดยไม่รู้ตัว
แม่แก้ม กล่าวต่อว่า ในการทำกิจกรรมนิทานหุ่นมือในหัวข้อ บ้านฉันมีดี เยาวชนที่เข้าร่วมค่ายฯ จได้เรียนรู้ทั้งการเขียนบท อ่านบท และการนำเสนอ ในการแสดงถ่ายทอดออกมาในลักษณะการใช้ตัวละที่เตรียมไว้สวมใส่มือ และเล่าเรื่องนิทานผ่านตัวละครเหล่านั้น ซึ่งจะเชื่อมโยงการพัฒนาแบบก้าวกระโดดอีกด้วย
ด้าน ดร.กิตติมา ศรีวัฒนกุล ผู้จัดการอาวุโส มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย กล่าว่า การออกแบบกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเสริมทักษะทางด้านภาษาไทย โดยมีกิจกรรมฐานต่างๆ
อาทิ ฐานสายย่อล้อความรู้ ฐานนักล่าหาความรู้ ฐานแข่งขันเล่านิทานแบบกำหนดอุปกรณ์
ทั้งนี้ มีการวางเป้าหมายดำเนินโครงการการพัฒนาทักษะการอ่านและทักษะชีวิตที่จำเป็นของเด็ก ในส่วนช่วยให้เยาวชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนาทักษะนั้นจะเติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ และนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการเรียน
เพราะการเรียนรู้ของเด็กหรือเยาวชน ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนในห้องเรียน หรือข้อมูลที่มาจากหนังสือเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือการได้ลงมือทำ ได้ใช้ความคิด และได้เจอประสบการณ์ใหม่ ถือได้การเรียนนอกห้องเรียนก็มีส่วนสำคัญอีกขั้นสำหรับพัฒนาการ





