ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271934
“วารสารศาสตร์” ถึงจุดเปลี่ยน หรือจุดจบ?
การสอนนิเทศศาสตร์ ไม่ใช่สอนเพียงเขียนข่าวได้ แต่ต้องเขียนข่าวอย่างไรให้เชื่อมโยงภาพเคลื่อนไหว เทคโนโลยี ยึดหลักการเดิม สืบค้น-หาข่าว-รักษาจริยธรรมจรรยาบรรณสื่อ
เมื่อไม่มีผู้เรียน หลักสูตร คณะต่างๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงขององค์ความรู้ ตอบโจทย์สถานประกอบการ และความต้องการของผู้เรียน ส่งผลให้หลายมหาวิทยาลัย ลุกขึ้นมาปรับโฉม ตกแต่งตัวเองเสียใหม่ ผ่านพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็น การเรียนผ่านระบบออนไลน์ อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ หรือจะปรับชื่อ เพิ่มเติมเนื้อหารายวิชา ผลิตบัณฑิตยุคดิจิทัล รู้ลึก รู้จริง และรอบรู้ทุกระบวนทัศน์วิชา (รู้เฉพาะสาขาตนเองอาจไม่เพียงพอ) ..ชุลีพร อร่ามเนตรจะพาไปค้นหาคำตอบ..
“นิเทศศาสตร์”หนึ่งคณะยอดนิยมที่มีเด็กสนใจเข้าเรียนจำนวนมาก แต่ใครจะคาดคิด ว่าบาง สาขาวิชากำลังเข้าสู่ยุคมืด “สาขาวารสารศาสตร์” สาขาที่ขึ้นชื่อว่าผลิตบัณฑิตเกี่ยวกับสื่อหนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ อาทิ นักข่าว นับวันบัณฑิตสาขานี้จะน้อยลงเรื่อยๆ (แว่วว่าบางแห่งมีนักศึกษาไม่ถึง 50 คน)
“สื่อหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ทยอยปิดตัวลงรายวัน แล้วเด็กจบออกมาหวั่นว่าไม่มีงานทำคงไม่ใช่เรื่องแปลก”
ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิตผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ หรือนิด้า กล่าวว่าความรู้เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา ขณะที่ผู้บริโภค ตลาดแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน ทำให้การผลิตบัณฑิตด้านนิเทศศาสตร์ หลายมหาวิทยาลัยต้องปรับให้มีทักษะใหม่ๆ เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยมีทั้งการปรับหลักสูตร เปลี่ยนชื่อ เพิ่มเติมองค์ความรู้ใหม่ โดยเฉพาะการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี เพราะตอนนี้การใช้ชีวิตของผู้คนล้วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาในการทำงาน
“ตอนนี้หลายมหาวิทยาลัยปรับหลักสูตรให้มีความทันสมัย แต่องค์ความรู้ด้านสื่อ การทำงานด้านสื่อยังไม่มีมากพอ รวมถึงบุคลากร อาจารย์ด้านนี้ยังยึดติดกับการสอน องค์ความรู้ ทักษะเดิมๆ แต่อาจขาดทักษะใหม่ ๆ อย่างที่องค์กรสื่อต่างประเทศมีตำแหน่งงาน รับบุคลากรด้านสื่อ เช่น ทักษะการนำเสนอข่าวแบบเล่าเรื่อง นักออกแบบประสบการณ์ผู้ชม นักเขียนโฆษณา เป็นต้น ซึ่งหลักสูตรนิเทศศาสตร์ต้องทำให้บัณฑิตมีทักษะที่องค์กรสื่อต้องการ”
“คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์” ไม่ตายไปอย่างแน่นอน ตราบใดที่มีคนต้องการเสพข่าวอยู่ เพียงแต่การสอนนิเทศศาสตร์ ไม่ใช่สอนเพียงเขียนข่าวได้ แต่ต้องเขียนข่าวอย่างไร ให้มีการเชื่อมโยงภาพเคลื่อนไหว เทคโนโลยี โดนต้องยึดตามหลักการเดิม เขียนข่าวพีระมิดหัวกลับ การสืบค้นข้อมูล วิธีการหาข่าว และรักษาไว้ซึ่งจริยธรรม จรรยาบรรณสื่อด้วย
ผศ.ดร.วรัชญ์ กล่าวต่อไปว่า หลักสูตรมีการปรับ แต่ไม่แน่ใจว่าตัวผู้สอนแต่ละมหาวิทยาลัยมีการปรับหรือไม่ เพราะการสอนนิเทศศาสตร์ในภาวะที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมให้คนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น คนทำงานด้านสื่อต้องมีทักษะหลายด้าน และการสอนนิเทศศาสตร์ต้องกลายเป็นพหุวิชา ซึ่งอาจารย์ผู้สอนมีบทบาทสำคัญมาก เนื่องจากสอนคนออกไปผลิตสื่อ ทำงานด้านสื่อ เนื้อหาที่มีผลกระทบต่อความคิด ทัศนคติ การใช้ชีวิตของผู้คน ครูอาจารย์ต้องวิเคราะห์เทรนด์ การเรียนการสอน ปรับให้เชื่อมโยงกับวิถีการทำงานมากขึ้น ต้องออกแบบดิจิตอล การตลาด มีการสอนแบบบูรณาการ วิชาเฉพาะมากขึ้น
ปัจจุบัน นักข่าวลักษณะแบบเดิม ทำงานคล้ายๆ กันมีอยู่มากเกินไป ดังนั้น หากจะผลิตบุคลากรด้านสื่อ ต้องเปิดราย วิชาใหม่ๆ ที่มีทั้งทักษะด้านดิจิทัล มัลติมีเดีย พัฒนาแอพพลิเคชั่น ออกแบบการตลาด โฆษณา โดยยังคงเป็นนักข่าวที่เน้นความถูกต้อง มีกรอบจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพสื่อบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม
“หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องส่งเสริมทักษะสื่อยุคใหม่ การใช้ข้อมูลในการทำข่าว ต้องเป็นวารสารศาสตร์เชิงข้อมูล ไม่ใช่ไหลไปตามกระแสคนอ่านเพียงอย่างเดียว เพราะเข้าใจว่าสื่อต้องการความอยู่รอด แต่จรรยาบรรณวิชาชีพก็ไม่ควรมองข้าม อยากให้กำลังใจคนทำงานด้านนี้ที่ต้องผลิตสื่อ เพื่อความอยู่รอด แต่ก็ต้องคงไว้ซึ่งการเป็นสื่อคุณภาพ ให้คุณค่าแก่สังคม เ รวมถึงรัฐต้องช่วยสนับสนุนสื่อให้ทำสิ่งดีๆ องค์กรสื่อดีต้องอยู่ได้”
นักข่าว นักสื่อมวลชนที่ดี ควรจะมีความรอบรู้ รู้ลึก รู้จริง มีความคล่องตัว ทันต่อเหตุการณ์ สังคมโลก และจับประเด็นในการทำข่าว ผศ.ดร.วรัชญ์ กล่าวอีกว่า ประชาชนแยกแยะออกว่าข่าวไหนดี ไม่ดี สื่อต้องทำคุณภาพให้ยั่งยืน สถาบันการผลิตนักวิชาชีพสื่อมวลชนจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน ต้องออกแบบรายวิชาใหม่ๆ ผลิตนักวารสารศาสตร์รุ่นใหม่ที่สามารถจับประเด็น มีความรู้ รอบด้านสามารถเจาะลึก เชื่อมโยงให้เป็นคุณค่าข่าว นำข้อมูลเดิมมาเล่าเป็นเรื่องราว วิเคราะห์ผู้ชม สร้างเป็นตัวละคร นักเขียน นักข่าวเชิงสถิติ เชิงข้อมูล มีทักษะรอบด้านรองรับตำแหน่งในองค์กรสื่อ
อาชีพนักข่าวเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และสร้างผลกระทบต่อผู้คนอย่างมากทั้งด้านดีและไม่ดี มีส่วนผลักดันพัฒนาประเทศทั้งระดับนโยบาย และด้านอื่นๆ ดังนั้น ความมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี นักข่าวต้องเป็นมากกว่านำเสนอข่าว เพราะสามารถช่วยคนได้มากกว่าครู หรือหมอ
“ผู้ที่อยู่ในวงการสื่อมวลชน หรือผู้ที่อยากเข้าสู่อาชีพนี้ นอกจากต้องมีต้นทุนที่ดีอยากรู้ อยากเห็นแล้วต้อง อยากให้มองว่าเป็นอาชีพที่น่าภาคภูมิใจ สร้างผลกระทบ ต่อให้ทำงานเพราะต้องคำนึงถึงความอยู่รอดในอาชีพ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความเป็นมืออาชีพ ซึ่งสถาบันการศึกษาต้องปรับโฉม เพิ่มรายวิชา เพื่อผลิตนักสื่อมวลชน นักข่าวยุคใหม่ตอบโจทย์สังคมยุคดิจิตอล”ผศ.ดร.วรัชญ์ กล่าวทิ้งท้าย




