ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271576
เพิ่มขีดความสามารถนร.ชายแดน
ชู”นักเรียนชายแดน” เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ นำร่อง 4 จังหวัดภาคเหนือ
พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาโรงเรียนพื้นที่ชายแดน (พ.ศ.2560-2564) ที่จ.เชียงใหม่ ว่า กระทรวงศึกษามีนโยบาย สำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาพื้นที่ชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า และราชอาณาจักรกัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่ 27 จังหวัด 105 อำเภอ
ซึ่งถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีบริบทที่มีทั้งความเหมือนและต่างจากพื้นที่เขตการศึกษาอื่นๆของประเทศ อาทิ ด้านความเป็นอยู่ที่เป็นพหุสังคม มีความหลากหลายด้านชาติพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรม และปัญหาภัยคุกคามต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
จึงได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนเปิดเวทีระดมผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอาทิ สำนักงานการศึกษาในพื้นที่ กศน. อาชีวศึกษา และสถาบันอุดมศึกษา และมอบหมายวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ ม.บูรพา นำคณะโดย ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดี ร่วมจัดทำแผนการศึกษาของชายแดนที่มีคุณลักษณะเฉพาะเหมาะสมกับแต่ละบริบทพื้นที่ มุ่งเน้นการนำ “โอกาสและจุดแข็ง” ต่างๆของพื้นที่ชายแดนแต่ละแห่ง มากำหนดเพิ่มเป็นวิสัยทัศน์ และโครงการปฏิบัติต่างๆที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ มีเกณฑ์ชี้วัด เห็นผลชัดเจนในระยะเวลารวดเร็ว และสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติตลอดจนนโยบายรัฐบาล
“โครงการนำนโยบายสู่การปฏิบัติครั้งนี้นอกเหนือจากการผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมแล้ว จะเน้นการผลิต “นักเรียนชายแดน” ที่มีศักยภาพ และขีดความสามารถการแข่งขันเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศ โดยไม่ยึดติดรูปแบบในอดีตที่นำเพียงด้าน “ปัญหา” มาสร้างแผนพัฒนาอีกต่อไป
ทั้งนี้เพราะโรงเรียนที่อยู่ชายแดนมีจุดแข็งต่างๆหลายด้าน เช่นครู-นักเรียน มีความเก่งด้านภูมิศาสตร์ บางกลุ่มพูดภาษาเพื่อนบ้านได้ มีเพื่อนอยู่ต่างประเทศในชายแดนที่ติดกัน มีสินค้าหรือทรัยากรท้องถิ่นที่มีลักษณะเฉพาะ มีจุดผ่านแดนถาวร มีจุดผ่อนปรนชายแดน เป็นต้น
รมช.กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่าเมื่อนำมาเขียนแผนพัฒนา จึงก่อให้เกิดโครงการต่างๆเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในด้านต่างๆ อาทิ ยุทธศาสตร์สร้างความสามารถทางการแข่งขันด้วยโครงการฝึกอบรมร่วมระหว่างนักศึกษาชายแดนกับนักศึกษาเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆและการค้าชายแดน, ยุทธศาตร์สร้างศักยภาพคน
“โครงการนำงานวิจัยที่ค้นพบวิชาทางธุรกิจ 14 วิชา 78 บทเรียน 1,051 ชั่วโมง มาเลือกบรรจุเสริมไว้ในชั้นเรียนตามความเหมาะสม ซึ่งจะทำให้นักเรียนชายแดนเกิดมุมมอง และวิธีคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าในท้องถิ่นได้ เป็นต้น ทั้งนี้ได้เริ่มนำร่อง 4 จังหวัดคือจ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงรายและเชียงใหม่ ก่อนขยายสู่พื้นที่ชายแดนอื่นๆทั่วประเทศต่อไป” พล.อ.สุรเชษฐ์กล่าว
โดยก่อนหน้านี้กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการต่างๆไปแล้วเพื่อส่งเสริมการศึกษาให้ทั่วถึงเท่าเทียมอย่างมีคุณภาพอาทิ การจัดการศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ,การจัดการศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC),การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้ และการจัดการศึกษาในพื้นที่ชายแดนที่จะลงลึกทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ด้านผศ.ดร.บรรพต คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ ม.บูรพา เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐด้านการบริหารจัดการทางธุรกิจที่เปิดสอนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก และอยู่ในพื้นที่เป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ที่จังหวัดชลบุรี ได้รับมอบหมายในการร่วมนำบุคคลากรทุกภาคส่วนดึงจุดแข็งและโอกาส มาสร้างโครงการพัฒนาต่างๆให้เกิดขึ้น
“ทั้งนี้การนำ “จุดแข็งและโอกาส” มาเป็นแนวทางนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นการสร้างมุมมองการพัฒนาในอีกมิติที่สามารถมีส่วนในการผลักดันให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรของแต่ละท้องถิ่นที่มีบริบทแตกต่างกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการรับรู้และกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตั้งแต่ระดับฐานราก และสามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาร่วมกับเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆของประเทศได้เช่น เขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) เป็นต้น ตลอดจนสามารถขยายผลต่อยอดได้ในระดับอื่นๆเพื่อสร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นได้ในหลายมิติ” ผศ.ดร.บรรพต กล่าว




