ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274573
ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”
คนรุ่นใหม่ได้นำไปผสานใช้กับวิถีปัจจุบัน ทำให้ “นางเลิ้ง” ยังคงเป็น “นางเลิ้ง” ได้ถึงทุกวันนี้ แบบไม่ตกยุคสมัย
“นางเลิ้ง” หรือ “อีเลิ้ง” ถ้าเป็นคนก็คงเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็น “ยุครุ่งเรืองสูงสุด” หรือ “ยุคที่แย่จนยากจะผ่านมาได้” เมื่อเวลาผ่านไปความเจริญได้พัดพาให้แสงไฟเริ่มริบหรี่
หากแต่ยังพอมีถ่านครุกรุ่นของทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่หวงแหนวิถีชีวิตและมรดกทางวัฒนธรรม พวกเขาจึงสืบทอดสิ่งเหล่านั้นจากผู้เฒ่า ให้คนรุ่นใหม่ได้นำไปผสานใช้กับวิถีปัจจุบัน ทำให้ “นางเลิ้ง” ยังคงเป็น “นางเลิ้ง” ได้ถึงทุกวันนี้ แบบไม่ตกยุคสมัย
ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน “ชุมชนนางเลิ้ง” คือ ศูนย์รวมความเจริญขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองสยามมีทั้งสนามม้า โรงหนัง สถานที่สังสรรค์ หน่วยงานราชการ และอารามใหญ่อย่างวัดสุนทรธรรมทาน(วัดแค นางเลิ้ง)ตลาดน้ำคึกคัก และยังเป็นที่ตั้งของตลาดบกแห่งแรกของไทย ศูนย์รวมอาหารไทยตำรับชาววัง และยังเป็นที่อยู่อาศัยของคณะละครชาตรีที่โด่งดังอย่างมากในอดีต
แต่การสานต่อลมหายใจของคนรุ่นใหม่ที่เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ ก็คงหมดสิ้นลงในสักวันหากขาดการสนับสนุนจากคนภายนอก และนางเลิ้งก็อาจเป็นเพียงภาพในความทรงจำของคนกรุง
“SOOK Travel”โดยศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัด “เยี่ยม เยือน ยล วิถีผู้คนชุมชนวัดสุนทรธรรมทาน”โหมโรงด้วยการชมละครชาตรี เดินชม ชิม ชอป แล้วมาทำขนมไทยดั้งเดิม
“สุวรรณ แววพลอยงาม”หรือ “พี่แดง” ผู้นำชุมชนนางเลิ้งเล่าว่า“..แต่ก่อนย่านนี้เจริญมาก เพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุด“คลองผดุงกรุงเกษม”เพื่อขยายอาณาเขตของราชธานีในปี พ.ศ. 2394ที่นี่จึงเป็นแหล่งค้าขายทางน้ำที่คึกคัก นำพานานาความรุ่งเรือง บันเทิง และมนต์เสน่ห์ต่าง ๆ ทั้งด้านบวกเช่นอาหารเลิศรส ตลาดน้ำ ตลาดบก และด้านลบที่เริ่มซาไปบ้างแล้วอย่างแหล่งการพนัน และสถานเริงรมย์ยามค่ำคืน หลั่งไหลเข้ามา…
อย่างไรก็ตามคนที่นี่มี“วัดสุนทรธรรมทาน”และ“พระราชธรรมวิจารณ์(หลวงปู่ธูป)”เป็นศูนย์กลางของจิตใจให้กระทำการสิ่งที่ดี และมี“มิตร ชัยบัญชา”เป็นพระเอกตลอดกาลยอดดวงใจ ที่เกิดที่นี่ โตที่นี่ และเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาชุมชนแห่งนี้ให้ไปในทางที่ดีอีกด้วย..”
“ละครชาตรี”การแสดงที่อยู่คู่กับชุมชนมานับร้อยปี โดยผู้สืบสานลมหายใจรุ่นสุดท้าย“กัญญา ทิพโยสถ”หรือ“อาจารย์แมว”อาจารย์เล่าว่า“ละครชาตรีเป็นละครที่นักแสดงโนราของภาคใต้ซึ่งติดตามทัพหลวงเข้ามาอยู่กรุง ค่อย ๆ ปรับรูปแบบการแสดงของตนให้เข้ากับรสนิยมของคนเมืองมากขึ้น
จนได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในวังและในหมู่ราษฎรทั่วไป แต่ยุคหลังการแสดงละครชาตรีแทบไม่มีเหลือแล้ว จนก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีชุมชนได้รื้อฟื้นให้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง เพราะอยากเผยแพร่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ และช่วยกันสืบสานต่อไป”
โรงหนังศาลาเฉลิมธานี ฉายภาพยนตร์สร้างปรากฏการณ์ให้ชาวตลาดร้านรวงหันมาเสพมหรสพตามแบบนอกกันอย่างคึกคัก ตึกรามบ้านช่องรูปแบบโบราณช่วงเริ่มรับเอารูปแบบสถาปัตยกรรมจากตะวันตก และ“ตลาดนางเลิ้ง”ที่ตั้งของร้านอาหารคาวหวานต้นตำรับสูตรชาววังมากมาย ซึ่งยังเปิดค้าขายอย่างรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบัน
เรือนทำ“ขนมเรไร”เพราะขนมชนิดนี้หารับประทานได้ยากเต็มทีในยุคนี้ กดแป้ง นึ่งในลังถึง โรยงาปะหน้า กันให้เต็มที่ ณ“บ้านนางเลิ้ง”หรือ“บ้านศิลปะ”ซึ่งพี่แดงสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและศิลปะให้กับเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาและสภาพแวดล้อมที่ดี มีปัญหาครอบครัว ความรุนแรง และยาเสพติดในชุมชน อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสวิถีนางเลิ้งอีกด้วย
“กิจกรรมการเยี่ยม เยือน ยล ครั้งนี้ทั้งสนุก ได้ออกกำลังกาย ได้ความรู้ และยังได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขยิ่งขึ้นไปอีกด้วย” ติดตามกิจกรรมของชุมชนนางเลิ้งได้ที่Facebook: BaanNanglerngและติดตามกิจกรรมของSOOK Travelได้ที่Facebook: Sookcenter







