หา”เด็ก”ให้”นาย”ฝังรากลึกเอาผิดยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274580

หา”เด็ก”ให้”นาย”ฝังรากลึกเอาผิดยาก

ไทย, สังคม, ฝัง, ผู้ใหญ่, ค้าประเวณีเด็ก, หาเด็กให้ผู้ใหญ่ฝังลึกสังคมไทย, เลี้ยงดูปูเสื่อฝังลึกสังคมไทยเอาผิดยาก, เด็ก, ให้, นาย, ฝังราก, ลึก, เอาผิด, ยาก, ทิชา ณ นคร, จะเด็จ เชาวน์วิไล

เสวนา “เด็ก..กับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ:สังคมไทยรับได้จริงหรือ?” สะท้อนและหาทางออก ของปัญหาการค้าประเวณีเด็ก การค้ามนุษย์ ขยะใต้พรมที่กวาดยังไงก็ไม่หมดไปเสียที

        ปรากฏการณ์กรณีการค้าประเวณีเด็กที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีแม่และเด็กซึ่งเป็นผู้เสียหายได้ออกมาเปิดโปงขบวนการล่อลวงและบังคับให้เด็กและเยาวชนหญิงค้าประเวณี สะท้อนปัญหาการค้ามนุษย์ ค้าประเวณีที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปคลุกวงใน พัวพันเป็นผู้รับบรรณาการ (เด็กผู้หญิง) ตามวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ “ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน”

    “ทิชา ณ นคร”  ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ปรากฏการณ์แม่ฮ่องสอน สะท้อนให้เห็นว่าแม้ทุกคนไม่ได้เข้าไปซื้อบริการแต่ทุกคนต่างรู้แต่ไม่ดำเนินการอะไร ทั้งที่เข้าข่ายมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ” ควรใช้ได้จริง ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะออกจากพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน

หา"เด็ก"ให้"นาย"ฝังรากลึกเอาผิดยาก

     ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า “การเลี้ยงดูปูเสื่อ” เป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในกลุ่มข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลย เนื่องจากสุดท้ายก็ไม่มีคนผิด  คนมีอำนาจก็ลอยนวลต่อไป เห็นได้จากคณะกรรมการสอบสวนมหาดไทย รายงานผลสอบพยาน 18 ปาก  คดีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ข้าราชการระดับสูงและนายตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับในการซื้อบริการเด็กว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว

      ทั้งนี้องค์กรเด็กและสตรี ไม่ยอมรับผลการสอบสวนดังกล่าว และขอเรียกร้องให้ทบทวน สอบสวนใหม่ เพราะไม่แน่ชัดว่าสอบสวนอย่างไร  อีกทั้งการสอบสวนที่ดีควรให้ข้าราชการระดับสูง และเจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากพื้นที่ เพื่อลดโอกาสใช้อำนาจหรืออิทธิพลจากตำแหน่งหน้าที่ เข้าไปแทรกแซง ขัดขวางกระบวนการทางอาญา  และให้หน่วยงานภายนอกเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการสอบสวน และขอให้เร่งรัดคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งผู้จัดหา ผู้ใช้บริการ ผู้ซื้อประเวณี

       โดยต้องไม่ละเว้นหรือทอดเวลาในการดำเนินคดีอาญาต่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ให้กระทรวงยุติธรรม มีขบวนการคุ้มครองพยานทั้งเด็ก ครอบครัว และพยานคนอื่นๆโดยในวันที่ 2 พ.ค.2560  เวลา 11.00 น. องค์กรเด็กและสตรีจะไปยื่นหนังสือแถลงการณ์ต่อปลัดกระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง

       ไม่ว่าจังหวัดในประเทศไทย เรื่องเหล่านี้ยังคงอยู่ ใครๆ อย่าปล่อยให้มีกระบวกการเอารัดเอาเปรียบทางเพศ ปล่อยให้เกิดการซื้อขายประเวณีในพื้นที่   “จะเด็จ เชาวน์วิไล” ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า กรณีแม่ฮ่องสอน  ไม่ใช่กรณีใหม่ ซึ่งมาจากโครงสร้างของสังคมไทยที่มีวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ เมื่อเกิดปัญหา ก็เกิดวัฒนธรรมการไม่ยอมรับผิด ซึ่งเป็นการปลูกฝังร่วมกับระบบเลี้ยงดูปูเสื่อ พวกพ้อง สุดท้ายจะไปโทษคนที่ออกมาร้องเรียน เพราะคนเหล่านี้สถานะทางสังคมด้อยกว่า ขณะที่คนมีอำนาจมีกลุ่มคอยปกป้อง เพื่อบอกว่าเป็นคนดี ไม่ได้เป็นคนเลว

หา"เด็ก"ให้"นาย"ฝังรากลึกเอาผิดยาก

    “เวลาเอาผิดกับข้าราชการระดับสูงไม่ใช่เรื่องง่าย  เพราะมีวัฒนธรรมนี้มานาน ทำให้เกิดการค้าประเวณี ค้ามนุษย์ต่อไป ดังนั้น ถ้าสังคมไทยไม่มีความเท่าเทียม ยังคงให้วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือทุกคนรู้สึกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ลืม  อยากให้สังคมไทยมองกรณีแม่ฮ่องสอน เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่หนักหน่วง ต้องมีองค์กร เรียกร้อง มีการสอนหลักสูตรเรื่องเพศทั้งเด็กและผู้ใหญ่อย่างจริงจัง และควรลดระบบตอกย้ำเรื่องเพศ อย่างละครที่ยังนำเสนอวนเวียนผู้ชายมีแฟนได้หลายคน มีฉากข่มขืน รุนแรง เป็นเรื่องธรรมดา แต่จริงๆ ปัญหาเหล่านี้ต้องเปลี่ยน ฉากข่มขืน รุนแรง ต้องหายไป”

     ขณะที่ น.ส.ชลีรัตน์  แสงสุวรรณ  ผู้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์สตรี กล่าวว่าประเทศไทย มีกฎหมายหลายฉบับในการดูแลเด็ก คุ้มครองเด็ก การค้ามนุษย์ อีกทั้งมีหลายหน่วยงาน กระทรวงที่รู้และเข้าใจปัญหานี้ แต่ทำไมเวลาเกิดเหตุการณ์มักจะช่วยเหลือกัน และทำให้ผู้หญิง กลายเป็นเครื่องบรรณาการ ต่อรองกับอำนาจซึ่งเกิดทั้งในวงการข้าราชการ

หา"เด็ก"ให้"นาย"ฝังรากลึกเอาผิดยาก

       สถานการณ์การค้าประเวณี ค้ามนุษย์ เป็นเสมือนระเบิดเวลาที่กำลังรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การแก้ไขปัญหาต้องมีการตรวจสอบ มีกลไก รัฐเองต้องใจกว้างให้หน่วยงายภายนอกเข้าไปตรวจสอบการทำงาน เพราะไม่เช่นนั้นการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ การตรวจสอบมักจะเป็นคำคลุมเครือ ไม่มีผู้กระทำผิด  เราต้องจัดการขยะ หรืออะไรที่ซ่อนอยู่ใต้พรมให้ได้

      จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในกลุ่มเด็กขายบริการ กว่า4-5ปี พบว่า การค้าประเวณีจะพบในจังหวัดใหญ่ๆ ตามสถานบันเทิง มีรูปแบบที่เปลี่ยนไป มีทั้งคนในวงการข้าราชการ เอกชน คนมีสี เครือข่ายที่ทำงานกันเป็นทีม แฝงไปกับอาชีพอื่น โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย มีทั้งแบบประจำและครั้งคราว

    ส่วนเพศพบว่ามีทั้งชายและหญิง อายุน้อยสุดคือ12ปี และนับวันอายุยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ อีกทั้งมีการนำสารเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ลักษณะที่พบคือการล่อลวง ชักชวน ตีสนิท ให้มาทำงานโดยใช้วัตถุนิยมหลอกล่อ เช่น โทรศัพท์ เสื้อผ้าราคาแพง สิ่งที่เด็กอยากมีอยากได้ กรณีที่เป็นแฟนกัน ตกเย็นผู้หญิงจะไปขายบริการ  ให้ผู้ชายไปส่งและรออยู่หน้าห้อง

หา"เด็ก"ให้"นาย"ฝังรากลึกเอาผิดยาก

    ดร.อภัสรินทร์  ขณะรัตน์”  นักวิชาการอิสระด้านเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า   ในฐานะคนทำงานในพื้นที่ ตอนนี้มีแม่เล้าวัยเยาว์ มากขึ้น เพราะการติดต่อทางเทคโนโลยี แต่ที่น่าตกใจ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเด็กผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องเงินเท่านั้น แต่เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะก็เข้าสู่อาชีพนี้ด้วย โดยส่วนหนึ่งเกิดจากครอบครัวเปราะบาง  ครอบครัวแตกแยก ต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน และเป็นการแสดงความรักให้แก่แฟนตนเอง   แต่หลายๆ ครั้ง พบว่า เด็กเข้าสู่วงจรดังกล่าวโดยที่พ่อแม่ไม่รู้

    “จริงๆ เรื่องพวกนี้ใกล้ตัวมาก แต่เรามองไม่เห็นมัน และมองว่าไม่เป็นไร ทั้งที่ คุณแน่ใจได้ยังไงว่าไม่เกิดขึ้นกับลูกของคุณ และคุณจะรู้ได้ไงว่าลูกคุณปลอดภัย เพราะการค้าประเวณีมีการเชื่อมโยงยาเสพติด เด็กอาจติดยาเสพติดแล้วต้องทำตาม จะปล่อยให้วัฒนธรรมแบบนี้เกิดขึ้นจริงหรือ ปล่อยให้น้อง ให้พี่ ให้คนในครอบครัวคุณเสี่ยงจริงหรือ?”

 ๐ชุลีพร อร่ามเนตร๐

 qualitylife4444@gmail.com

Leave a comment