ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275018
เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด
สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันกระทบกับผู้คนทุกระดับทั้งรายได้น้อย-ปานกลาง เพราะค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหารการกิน ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ
โดยเฉพาะช่วงใกล้เปิดเทอมแบบนี้ ต้องมีการเตรียมพร้อมกันมาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการรัดเข็มขัดประหยัดมากขึ้น งดรายจ่ายฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นออก กันไว้สำหรับจ่าย ค่าเรียนให้ลูก..
การเตรียมพร้อมของพ่อแม่ในช่วงเปิดเทอมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง เพราะต้องมีรายจ่ายมากมายทั้งค่าเทอม เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน ยิ่งถ้าเรียนห้องเรียนที่มีความสามารถพิเศษ หรืออิงลิชโปรแกรมก็จะสูงกว่าหลักสูตรปกติขึ้นไปอีก หากไม่มีการวางแผนล่วงหน้า อาจจะเกิดภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกวัยเรียนหลายคน เพราะค่าเทอมส่วนใหญ่จะเริ่มกันที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียวถ้าเข้าเรียนขั้นพื้นฐานแต่ละช่วงวัย เช่น ป.1 ม.1 หรือ ม.4 ที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งสถานที่โรงเรียนและเครื่องแบบนักเรียนด้วยแล้ว คาดว่าไม่ต่ำว่าคนละ 30,000-50,000บาท ขึ้นอยู่กับหลักสูตรว่าจะมีความพิเศษมากน้อยแค่ไหน
แม่เบนซ์-เบญจมาภรณ์ หล่อสุวรรณสิริและน้องบัตเตอร์ ลูกชาย
“เบญจมาภรณ์ หล่อสุวรรณสิริ” ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เขตบางแค หน่วยบริหารคดี เล่าว่า เมื่อถึงเวลาเปิดเทอม โดยเฉพาะเทอมแรกจะมีค่าใช้จ่ายสูงมากทั้งค่าเทอม ค่าหนังสือเรียน คำนวณแล้วจะต้องเตรียมเงินไว้สำหรับเปิดเทอมประมาณ 50,000 บาท ปีนี้น้องบัตเตอร์เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอัสสัมชัญปีนี้ต้องซื้อชุดนักเรียนและรองเท้านักเรียนให้ใหม่ เพราะตัวโตขึ้นมาก ที่ผ่านมาวางแผนไว้ล่วงหน้าคือ ทุกเดือนจะหักเงินเก็บไว้เพื่อเป็นค่าเทอมให้กับน้องบัตเตอร์ ซึ่งทางโรงเรียนก็จะมีระยะเวลาการจ่ายให้ถึงเดือนมิถุนายน ต้องมีการ เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า
น้องบัตเตอร์ในชุดลูกเสือ
“ในสภาวะแบบนี้คนที่มีรายได้ไม่สูงก็ค่อนข้างได้รับผลกระทบ เห็นได้ชัดว่าช่วงเวลานี้คนเป็นพ่อแม่ กังวลมากแค่ไหน ยิ่งถ้าไม่ได้เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าก็ค่อนเป็นภาระหนัก บางคนต้องกู้เงินเพื่อไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก เพราะฉะนั้น จากประสบการณ์แนะนำว่าผู้ปกครอง ต้องวางแผนการเงินให้ดี ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยออก หักเงินไว้เพื่อเป็นค่าเทอมลูก หากใช้บัตรเครดิตก็ต้องใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ค่าน้ำมันรถ หรือถ้าใช้อย่างอื่นก็ต้องคำนวณว่าเรามีความสามารถในการจ่าย ขณะเดียวกัน ก็ต้องสำรองเงินไว้ยามฉุกเฉินในครอบครัวด้วย”แม่เบนซ์ แนะนำ
“เบญจมาภรณ์” ยอมรับว่า ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ก็ยอมรับว่ามีการปรับเปลี่ยน และประหยัดขึ้น อะไรที่เป็นรายจ่ายฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นก็จะตัดทิ้ง หรือเวลาไปทานข้าวในครอบครัวก็เป็นร้านธรรมดา ไม่จำเป็นต้องทานร้านในห้าง หรือร้านแพงๆทุกมื้อ แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีเลยบางเดือนก็อาจจะมีมื้อพิเศษครั้งหรือสองครั้งตามโอกาส สิ่งเหล่านี้ก็จะทำและสอนน้องบัตเตอร์ไปในตัวให้เขาได้เรียนรู้
เช่นเดียวกับแม่ลูก 1 กรรมกรข่าววัย 47 ปี แม้จะมีลูกชายคนเดียวเรียนอยู่ชั้นม.2 โรงเรียนรัฐบาลค่าใช้จ่ายตอนเปิดเทอมก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก ด้วยความที่เรียนหลักสูตรพิเศษโรงเรียน เฉพาะค่าเทอมประมาณ 10,700 บาท ไม่นับชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน กระเป๋า รองเท้า ที่เด็กวัยรุ่นช่วงนี้โตเร็วเหลือเกิน ต้องเปลี่ยนรองเท้านักเรียนเทอมละคู่
“ต้องเก็บเงินไว้เดือนละ 4-5 พันบาทพอครบเทอมก็จะมีเงินค่าเทอมพอดีและยังต้องกันไว้สำหรับค่าเรียนพิเศษอีก ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอังกฤษ เรียนแต่ 3 วิชา ก็พอๆกับค่าเทอมแล้ว ถ้าต้องเรียนดนตรีกับศิลปะก็ต้องมีเงินเก็บมากกว่านี้ถึงจะพอ ไปโรงเรียนก็วันละ 100-150 บาทถึงจะกินอิ่มเด็กกำลังโตกินจุขึ้นกว่าสมัยประถมมากเลยทีเดียว”
แม่ลูก 1 วัยใกล้เลข 5 ยังกล่าวต่อว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้โรงเรียนใช้เครื่องแบบต่างๆของนักเรียนเท่าที่จำเป็นลดลงจากปัจจุบันที่มีทั้งชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ ชุดพละ ชุดห้องโครงการพิเศษต่างๆอีก สารพัดที่โรงเรียนจะมีนโยบายออกมา มิหนำซ้ำแต่ละชุดก็ใส่รองเท้ากันคนละสี บางอย่างมองว่าเป็นการสิ้นเปลือง รวมๆแล้วเปิดเทอมแต่ละครั้งต้องมีไม่ต่ำกว่า 30,000-40,000 บาทเช่นกัน
พ่อยศ-พ.อ.อ.สมยศ ปัทมโรจน์ และครอบครัว
แล้วถ้าคนที่มีลูก 2 คนคงต้องเตรียมกันร่วม 100,000 บาทเลยทีเดียว พ่อยศ-พ.อ.อ.สมยศ ปัทมโรจน์ ช่างวิทยุสื่อสารโรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ปีนี้ถือว่ารับภาระหนัก เพราะ “น้องนาย” ลูกชายคนโตกำลังเข้าเรียนชั้นม.4 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.นครปฐม ขณะที่ “น้องณะ” ลูกสาวคนเล็ก เพิ่งจะเข้าเรียนชั้นป.1 โรงเรียนเดียวกัน บอกว่า เปิดเทอมปีนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่ลูกทั้ง 2 คนเลื่อนระดับชั้นก็ต้องกันเงินไว้ค่อนข้างมาก
ดังนั้น จึงวางแผนการใช้เงิน ซึ่งปีนี้ลูกสองคนต้องใช้เงินค่าเทอมและค่ามอบตัวเข้าเรียน ประมาณ 46,000 บาท แต่ละเดือนยังมีค่ารถรับส่งนักเรียน อีกเดือนละ 4,800 บาท เพราะบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนถึง 60 กิโลเมตร พ่อแม่ทำงานราชการทั้งคู่ ทำให้ไม่สามารถเดินทางรับ ส่งลูกเองได้
“ถ้าฉุกเฉินราชการมีสหกรณ์ให้กู้ได้ช่วยแบ่งเบาภาระจำเป็นในหลายครอบครัวในช่วงเวลาเปิดเทอม แต่ครอบครัวมีการวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า คำนวณค่าใช้จ่าย ได้เงินพิเศษ เช่น ค่าโอที เงินปันผลสหกรณ์ เก็บออมไว้สำหรับการศึกษาของลูกๆไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอยู่แล้ว อะไรที่ไม่จำเป็น ก็ตัดทิ้ง สอนลูกทั้งสองคนไปในตัว ให้รู้จักใช้เงินอย่างรู้คุณค่า ลูกชายคนโต ก็จะให้เงินใช้เป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้รู้จักบริหารจัดการเงิน เหลือก็เก็บ ขอพิเศษเพิ่มต้องชี้แจงได้ว่า นำเงินไปใช้ทำอะไรเมื่อเขาโตขึ้น จะได้รู้จักวางแผนการเงิน ไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท” พ่อยศ เล่า
อย่างไรก็ตามคนที่เป็นพ่อแม่ ต้องเตรียมพร้อมค่าใช้จ่ายการศึกษาที่สูงขึ้นของลูกๆ เพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด แม้จะมีปัญหาสภาพเศรษฐกิจเข้ามาเป็นปัจจัยเสริม ที่กระทบต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละวันก็ตาม เพราะการศึกษาคือการลงทุนอย่างหนึ่งที่พ่อแม่ต้องควักจ่ายเพื่อสร้างอนาคตให้กับลูกของตัวเอง
0 เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ 0
qualitylife4444@gmail.com





