แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/276880

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

ชพค, สำรวจทรัพย์สิน, ชำระหนี้, เศรษฐกิจพอเพียง, หนี้สินครู, ทางรอด, เป็นหนี้, สร้าง, วินัย, รายจ่าย, ใช้ชีวิต, พอเพียง, ทางรอดครูเป็นหนี้, สร้างวินัย-ลดรายจ่าย-ใช้ชีวิตพอเพียง, ครูผู้สอน, เจ็บป่วย, หนี้, เงื่อนไข, เลิก, ช่วย

ครู 80 % มักจะหนี้ เพราะส่วนหนึ่งเงินเดือนครูน้อย และมีภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวจำนวนมาก แต่ก็มีบางส่วนที่ฟุ้งเฟ้อ อยากได้อยากมีตามคนอื่น

     แต่ก็มีบางส่วนที่ฟุ้งเฟ้อ อยากได้อยากมีตามคนอื่น หากหนี้วิกฤตดูแล้วไม่เคยชำระหนี้ตั้งแต่แรก เข้าข่ายมีเจตนาจะไม่ซื่อสัตย์ มีเจตนาไม่ใช้ก็ไม่ควรได้รับการช่วยเหลือ

     ว่ากันว่า..ชีวิตข้าราชการจะลำบากตอนช่วง 10ปีแรกของการเข้าสู่อาชีพนี้ เพราะเงินเดือนน้อย และเป็นเวลาของการตั้งตัว แต่หลังจากนั้นจะดีขึ้นเรื่อยๆ สบายตอนบั้นปลายชีวิต ยิ่งถ้ายึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการใช้ชีวิตด้วยแล้ว ก็ยากที่จะไม่มีความสุขในชีวิต หนี้สินก็หาได้ยากยิ่ง

ทว่าข้อมูลผู้ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วม “โครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน” ผ่านเว็บไซต์ http://www.smartotep.net เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 พบว่าใน 75 จังหวัดมีผู้ลงทะเบียนแล้ว10,545 คน โดย 10จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด ได้แก่ สกลนคร 1,113 คน บึงกาฬ 821 คน ชัยภูมิ 624คน ศรีษะเกษ 491 คน หนองคาย 449 คน สงขลา 404 คน เชียงใหม่ 403 คน นครพนม 390 คน สุรินทร์ 368คน และขอนแก่น 348 คน

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ยังไม่รวมกับที่ครูไปยื่นเองที่สำนักงาน สกสค.จังหวัด และยังไม่ใช่ตัวจริงที่ผ่านคัดเลือกเข้าโครงการ…แสดงว่าตัวเลขครูที่เป็นหนี้ มีไม่น้อยเลยทีเดียว

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

    อดีตครูจริยธรรม วัยอายุ72 ปีปัจจุบันเป็นหนี้โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.)ย้อนอดีตตอนที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการช.พ.ค.  เพราะต้องการนำเงินมาชำระค่าบ้านจากธนาคาร   เนื่องจากดอกเบี้ยธนาคารสูงกว่าดอกเบี้ยของโครงการ ช.พ.ค.และอยากได้โฉนดเพราะเกษียณอายุราชการ และไม่มีลูก ซึ่งเมื่อดูรายละเอียดของโครงการการชำระหนี้ในแต่ละเดือนนั้นไม่สูงมาก สามารถผ่อนได้ โดยครั้งนั้น กู้ในวงเงิน 600,000 บาท ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท ทุกวันนี้ก็ยังผ่อนอยู่

     อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวในสมัยนั้น มีครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงผู้บริหารโรงเรียนมากู้ค่อนข้างมากเนื่องจากดอกเบี้ยถูก บางคนถึงจะไม่เดือดร้อนแต่เห็นดอกเบี้ยไม่สูงมากก็จะกู้ไว้ก่อน ข้อเท็จจริงคือครู 80 % มักจะหนี้ เพราะส่วนหนึ่งเงินเดือนครูน้อย และมีภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวจำนวนมาก แต่ก็มีบางส่วนที่ฟุ้งเฟ้อ อยากได้อยากมีตามคนอื่น

      เช่น เห็นเพื่อนครูมีรถยนต์ ก็อยากมีบ้าง จึงซื้อตาม ทั้งที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน หรือบางคนไม่รู้จักประมาณตนเอง ไม่มีความพอเพียง  เมื่อมีการปล่อยกู้ในดอกเบี้ยที่ต่ำก็จะกู้ทันที ดังนั้น ในส่วนของโครงการสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน มองว่าสามารถช่วยครูได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

       “กังวลจะยิ่งสร้างหนี้ให้แก่ครูเข้าไปอีก เพราะไม่แน่ชัดว่าครูได้นำเงินไปชำระหนี้จริงๆ หรือ ไปเพิ่มหนี้ หากมีการติดตามครูหลังจากที่กู้ไปแล้วว่ามีการใช้ชีวิตอย่างไร มีการชำระหนี้จริงหรือไม่ จะช่วยให้โครงการดังกล่าวเห็นผลได้ชัดเจน”อดีตครูจริยธรรมกล่าว

        อดีตครูจริยธรรม แนะนำว่า การจะแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินครู นอกจากมีมาตรการ โครงการต่างๆเข้ามาช่วยเหลือ ควรมีการอบรมครูให้มีวินัยทางการเงิน รู้จักการบริหารจัดการเงิน และทำให้รู้ว่าการไม่เป็นหนี้เยอะ จะทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีอย่างไร เพราะเราสามารถมีหนี้ได้แต่ต้องมีความสามารถในการชำระหนี้ โดยที่ชีวิตเราไม่เดือดร้อน

  ถ้า “เพื่อนครู”รู้จักประมาณตน ใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จะไม่เดือนร้อน ไม่เป็นหนี้ 

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

รศ.น.ท.ดร.สุมิตร สุวรรณ

       ก่อหนี้จากความฟุ้งเฟ้อแต่ทำไมต้องช่วย!!  รศ.น.ท.ดร.สุมิตร สุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม บอกว่า จากประสบการณ์ที่ทำงานลงพื้นที่ ทำให้เห็นว่าบ้านเรามีครูบางคนที่ต้องเป็นหนี้ เพราะมีรายจ่ายจำเป็น เช่น ช่วยเหลือเด็กนักเรียน ซื้ออุปกรณ์การศึกษาให้  ซึ่งส่วนใหญ่จะพบได้ในโรงเรียนที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ตรงนี้มีอยู่จริง เพราะฉะนั้น ถ้ามาตรการแก้ไขหนี้ครูที่ดำเนินการจะออกมาเพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้สินให้ครู ได้รอดพ้นจากภาวะความเดือดร้อน ช่วยให้ครูดำรงชีวิตอยู่ส่วนตัวก็เห็นด้วย

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

      อย่างไรก็ตาม มองภาพรวมการจะให้รัฐมาช่วยแก้หนี้เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ สำคัญคือตัวครูเองจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9พระราชทานไว้ เป็นหนทางรอด แค่เพียงครูรู้จักใช้ชีวิตกินอยู่อย่างพอเพียง รู้จักเก็บออม เช่น มีที่ดินก็ปลูกพืชผัก ได้ผลผลิตก็นำมากิน เหลือก็นำไปขายก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้

      “มาตรการแก้หนี้ครูอาจจะช่วยเพียงบรรเทาความเดือดร้อน เข้าสู่ระบบที่บริหารจัดการให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ แต่จะให้รอแต่คนมาช่วยไม่ได้ ครูต้องช่วยเหลือตนเองด้วย ต้องไม่ใช้จ่ายเกินตัว”รศ.น.ท.ดร.สุมิตร ระบุ

      ขณะที่อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวีให้ความเห็นว่า การที่ ศธ.ต้องดูแลแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เพราะครูเป็นประชากรส่วนใหญ่ของ ศธ.ทำหน้าที่ปฏิบัติการสอน เมื่อครูมีปัญหาโดยเฉพาะถ้ามีหนี้วิกฤตมากๆ ก็ต้องช่วยบรรเทาให้เขารอดภาวะลำบาก แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าจะช่วยทุกคน หรือ ครูพึ่งพารัฐฝ่ายเดียว ตัวครูก็ต้องพิจารณาตนเอง และมีวินัยในการใช้เงินมากขึ้น

แก้หนี้ครูผิดเงื่อนไขเลิกช่วย-ให้ออก

รศ.นพ.กำจร ตติยกวี

       รศ.นพ.กำจร กล่าวอีกว่า ปัญหาหนี้สินครู มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหามาเป็น 10- 20 ปีในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งปลัด ศธ.เสนอแนวทางการไขปัญหาหนี้ครู เงินที่จะนำมาปล่อยกู้จะต้องไม่ผ่านมือครู แต่ต้องจ่ายตรงไปยังสถาบันการเงินเพื่อชำระหนี้ ถึงจะเป็นการล้างหนี้อย่างแท้จริงก็จะช่วยได้ ซึ่งการออกมาตรการแก้หนี้โดยให้ดอกเบี้ยต่ำ ก็ย่อมดีกว่าที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง

      แต่สำคัญคือ ต้องสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ครูด้วย เวลานี้ครูจะต้องสำรวจตัวเองแล้วว่า มีหนี้สินเท่าไร ทรัพย์สินเท่าไร ถ้าดูว่ามีทรัพย์พอๆกับหนี้ก็ต้องยอมขายทรัพย์สินเพื่อนำมาเงินมาจากเพื่อลดภาระหนี้ ก็จะช่วยบรรเทาได้ทางหนึ่ง

“ปัญหาหนึ่งคือ ครูไม่ยอมสำรวจตัวเองว่ามีทรัพย์สิน หนี้สินเท่าไหร่ ถ้าสำรวจก็จะรู้และสามารถวางแผนได้ เพราะกลัวคนอื่นจะรู้ ดังนั้น ถ้าจะให้แก้ไขหนี้ก็ต้องกล้าที่จะเปิดเผยข้อมูล”รศ.นพ.กำจร ระบุ

เท่าที่ดูรายละเอียดเบื้องต้น พบว่าโครงการนี้มีการให้ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย ดังนั้นต้องตรวจสอบให้ดีว่าหลักทรัพย์ที่นำมาใช้นั้น ไม่ซ้ำซ้อน รวมถึงต้องตรวจสอบประวัติด้วยผู้ที่เป็นหนี้วิกฤตนั้น วิกฤตเพราะเหตุผลความจำเป็น เช่น เจ็บป่วย ต้องกู้ยืมจนไม่มีเงินผ่อนชำระหนี้แบบนี้ก็เข้าข่ายได้รับการพิจารณาให้ได้รับการช่วยเหลือ หากหนี้วิกฤตดูแล้วไม่เคยชำระหนี้ตั้งแรก เข้าข่ายมีเจตนาจะไม่ซื่อสัตย์ มีเจตนาไม่ใช้ก็ไม่ควรได้รับการช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ถ้าในเงื่อนไขสัญญาว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วางแผนลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ครูก็ต้องรักษาสัญญาให้ได้ ซึ่งถ้าเป็นผมคงเสนอไปเลยว่าถ้าครูทำผิดสัญญาก็ต้องออกจากความเป็นครู เพราะถือเป็นการรับผิดชอบต่อตนเอง

ทีมข่าวคุณภาพชีวิต : qualitylife4444@gmail.com

Leave a comment