ต้องอ่านใครเป็นใครใน”ม.กรุงเทพธนบุรี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286949

ต้องอ่านใครเป็นใครใน”ม.กรุงเทพธนบุรี”

ดรบังอร เบ็ญจาธิกุล, ชาญชัย  ชัยรุ่งเรือง, นศปโท800ฟ้องแพ่งมกรุงเทพธนบุรีเอาเงิน 14แสนคืน, ผู้บริหารมกรุงเทพธนบุรี, มกรุงเทพธนบุรี, มกธ, สกอ, รหัส 57, ชาญชัย, ปปช, มหาวิทยาลัย, ภริยานอกสมรส, กกต, วปมรุ่นที่ 1, คสช, กกอ

“วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี”ก่อตั้งขึ้น 28 มกราคม 2545เปลี่ยนประเภทเป็น “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) 11 มิถุนายน 2552 สมัยจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรมว.ศธ.

    “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” เป็น 1 ใน 10 สถาบันการศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการรับนักศึกษาเกินกว่าที่ได้รับอนุมัติ อาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องคุณภาพ ขอให้ปรับปรุงการดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน

       ล่าสุดเมื่อวันที่9 ก.ค.60 ได้มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา หลักสูตรปีการศึกษา 1/2557 (รหัส 57) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีกว่า 800 คน รวมตัวกันเพื่อส่งเอกสารและเซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้มหาวิทยาลัย จ่ายค่าเรียนในหลักสูตรดังกล่าวคืน จำนวน 147,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามก็หมาย 7.5% ต่อปี ที่เรียนจบแล้วไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา จากคุรุสภาได้ อีกทั้ง คุรุสภามีมติไม่รับรองหลักสูตร และมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาเกินกว่าจำนวนที่ขออนุญาต

   หลายคนสงสัยสถาบันแห่งนี้จัดการเรียนการสอนอย่างไร และมีใครเป็นผู้บริหาร เมื่อสืบค้นข้อมูลไปที่หน้าเวปไซต์มหาวิทยาลัย พบว่ามีชื่อ“ดร.ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง” เป็นประธานมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ “ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

   ว่ากันว่า “ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นคู่ชีวิต“ชาญชัย  ชัยรุ่งเรือง” อดีตรมต.กระทรวงอุตสาหกรรมหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.)  ตั้งแต่ปี 2549

ต้องอ่านใครเป็นใครใน"ม.กรุงเทพธนบุรี"

ซึ่งก่อนหน้านี้ “ชาญชัย” เคยถูกนักวิชาการอิสระยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นไว้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 เนื่องจากสงสัยว่ามีการซุก “มหาวิทยาลัย” ไว้ในชื่อ “ภริยานอกสมรส” สมัยนั้น“ดร.บังอร” เคยชี้แจงว่าเป็นทั้งผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ และเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ส่วน อดีต รมว. อุตสาหกรรมเป็นเพียงอดีตกุนซือเท่านั้น เพราะสมัยยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส

เดิมสถาบันการศึกษาแห่งนี้ ชื่อว่า “วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2545 แต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษาและผ่านการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สมัยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  ให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเป็น “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) หรือ Bangkokthonburi University (BTU)” ในวันที่ 11 มิถุนายน 2552

ต้องอ่านใครเป็นใครใน"ม.กรุงเทพธนบุรี"

         กล่าวสำหรับ “ชาญชัย” เขาเคยเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดินในช่วงปลายปี พ.ศ. 2551 ซึ่งมีพลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นหัวหน้าพรรค ต่อมาได้มีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประชุมว่าผิดข้อบังคับ โดย กกต. ได้มีมติเห็นว่าการประชุมดังกล่าวผิดข้อบังคับ

    หลังจากนั้นได้มีการลงมติเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ปรากฏว่าเขาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินแทน จนกระทั่งในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 ชาญชัย พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมงานการเมืองกับพรรครวมชาติพัฒนา และเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่เป็น พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

     เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2495 เป็นบุตรของนายสดใส นางทองใบ ชัยรุ่งเรือง ที่อำเภอบรบือจังหวัดมหาสารคาม สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนบรบือและ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสารคามพิทยาคมจังหวัดมหาสารคาม ระดับอาชีวศึกษา จากวิทยาลัยช่างก่อสร้างอุเทนถวายในระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและหลักสูตรการปกครองราชอาณาจักร เอกชนและการเมือง (วปม.รุ่นที่ 1) ในระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     เริ่มเข้าสู่การเมืองโดยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคามในปี พ.ศ. 2526 พ.ศ. 2529 พ.ศ. 2535/1 พ.ศ. 2538 พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2548 เคยดำรงตำแหน่งในการเมืองตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในช่วงปลายปี พ.ศ. 2550 และถูกปรับออกจากตำแหน่งในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 หลังการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2553

      อย่างไรก็ตามหลังจากมีข่าว“มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี”เผยแพร่ออกไปผู้สื่อข่าวรายงานได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหารถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

  ทั้งนี้ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามข้อ 4 ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)รายงานต่อรมว.ศึกษาการ

     เมื่อปรากฏว่าสภาสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอุดมศึกษาแห่งใดมีกรณีต่างๆ นั้น ที่ประชุมกกอ.ได้มีการนำเสนอรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีปัญหา ทั้งหมด 12 แห่ง แบ่งเป็น ม.รัฐ 2 แห่ง มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล และม.เอกชน 10 แห่ง มีปัญหาเรื่องการจัดการศึกษาไม่เป็นไปมาตรฐานการศึกษาอุดมศึกษาหรือมาตรฐานหลักสูตร

Leave a comment