ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/286812
เหตุไฉน..เด็กต้องได้รับการดูแลพิเศษ
คุณภาพชีวิต > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข : 10 ก.ค. 2560
ในประเทศไทยมีเด็กจำนวนกว่า 9.8 ล้านคน ที่มีสติปัญญาและความสามารถที่หลากหลายและแตกต่างกัน ทั้งเด็กปกติ เด็กเรียนเก่ง เด็กพัฒนาทางสมองช้า เด็กพิการ เด็กออติสติก
13 มิ.ย. ที่ผ่านมาสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) จัดประชุมสภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum) ครั้งที่ 19 เรื่อง การพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษสู่ศักยภาพการแข่งขันของประเทศ เพื่อพัฒนาเด็กอัจฉริยะให้ตรงจุด เหมาะสมแก่ตัวเด็กและประเทศชาติที่สามารถเป็นแรงในการแข่งขันโลก
ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ผู้อำนวยการโรงเรียนกำเนิดวิทย์ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม2545 กำหนดให้การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น ดังนั้นผู้ที่มีความสามารถพิเศษจำเป็นต้องได้รับการดูแลและพัฒนาเป็นพิเศษ ซึ่งถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นทรัพย์สินที่มีค่ายิ่งของประเทศชาติ โดยจัดกิจกรรมให้เด็กรู้ความสามารถของตนเองในด้านต่างๆ อาทิ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ หรือดนตรี เพื่อส่งเสริมให้เป็นผู้นำและทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ การพัฒนาเด็กกลุ่มนี้มี 4 รูปแบบ คือ1.เพิ่มพูนประสบการณ์ โดยเสริมหลักสูตรพิเศษ อย่างประเทศสิงคโปร์เเละเกาหลี 2.ขยายหลักสูตร เพิ่มเวลาเรียนเฉพาะด้านมากขึ้น 3.การลดเวลาเรียน เพิ่มกิจกรรมที่เด็กถนัด เเละ4.มีโค้ชชิ่งหรือผู้เเนะนำตลอดการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามสถานศึกษาสามารถเลือกนำรูปแบบที่เหมาะสมไปใช้ในการปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ผู้อำนวยการโรงเรียนกำเนิดวิทย์
รศ. ดร.ดารณี ศักดิ์ศิริผล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า นอกจากเด็กที่มีความสามารถในการเรียนรู้เป็นพิเศษแล้ว ทางกระทรวงศึกษาศึกษาธิการก็ยังมีนโยบายต่างๆ ที่จะเกื้อหนุนเยาวชนไทย พัฒนาและก้าวไปในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นตัวของตัวเอง ในฐานะของผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่กับการศึกษาพิเศษนั้น ทางสถาบันมีส่วนช่วยสนับสนุนนโยบายรัฐ อย่างเช่นนโยบายการอ่านออกเขียนได้ ซึ่งสถิติจากกระทรวงศึกษาธิการ ปี พ.ศ.2558 พบว่ามีจำนวนเด็กที่ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้กว่า 410,000 คนทั่วประเทศ ที่เป็นปัญหาระดับชาติ เพราะการอ่านออกเขียนได้เป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ เมื่ออ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ก็จะไม่สามารถหาความรู้รอบตัวได้เช่นกัน และเด็กส่วนใหญ่ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คือ เด็กที่เรียนอ่อน เด็กที่มีปัญหาจากสภาพแวดล้อม เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD : Learning Disabilities) ร่วมไปถึงเด็กพิการ
รศ. ดร.ดารณี ศักดิ์ศิริผล
