กรมชลฯเตรียมแผนจัดการน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รองรับน้ำหลาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/294380

กรมชลฯเตรียมแผนจัดการน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รองรับน้ำหลาก

กรมชลฯเตรียมแผนจัดการน้ำพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รองรับน้ำหลาก

              วันที่ 4 กันยายน 2560 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 28/2560 พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค พร้อม VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทานทั้ง 17 แห่ง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ชั้น 3 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ

รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา เผยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ตั้งแต่วันนี้ คือช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2560 จะมีปริมาณฝนตกหนัก โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และอิทธิพลจากกระแสลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 8-10 กันยายน 2560 ปริมาณฝนจะลดลง

ทั้งนี้กรมชลประทานได้ให้ความสำคัญต่อสถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า ในวันนี้ (4 กันยายน 2560) ปริมาณน้ำที่สถานีวัดน้ำ C.2 สะพานเดชาติวงศ์ จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำสูงสุดอยู่ที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ปัจจุบันอยู่ที่ 1,876 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ซึ่งต้องคำนึงถึงเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในบริเวณที่ลุ่มต่ำที่มีการเพาะปลูกข้าวและยังไม่ได้มีการเก็บเกี่ยว

โดยกำหนดวันที่ 15 กันยายน 2560 ทุกพื้นที่ทุ่งด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะต้องเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ ในขณะที่ทุ่งบางระกำเก็บเกี่ยวไปแล้ว 100% สามารถใช้ประโยชน์จากทุ่งบางระกำในการรองรับปริมาณน้ำหลากได้แล้ว และหลังจากนี้กรมชลประทานจะมีการหารือกับทางจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายความมั่นคง กลุ่มผู้ใช้น้ำและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อจัดความสำคัญของทุ่งท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในการลำดับการรับน้ำก่อน-หลัง และความสามารถในการรับปริมาณน้ำ เนื่องจากแต่ละทุ่งมีระยะเวลาในการปลูกข้าวไม่เท่ากัน รวมทั้งจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและการคมนาคมสัญจรไป-มาของประชาชนในพื้นที่

รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่อื่น ๆ ไม่น่าเป็นห่วง ในส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ที่มีการกัดเซาะด้านข้างปากคลองขม ที่รับน้ำจากคลองม่วง เนื่องจากฝนที่ตกหนักบริเวณอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ โดยกรมชลประทานได้ประสานกับมณฑลทหารบกที่ 31 และอบต.ลาดยาว นำรถแบ็คโฮ เครื่องจักร เครื่องมือ Big Bag กรอกกระสอบทราย พร้อมกำลังคน เข้าทำการซ่อมแซมปิดบริเวณปากคลองขม ซึ่งได้ซ่อมแซมจนแล้วเสร็จไปแล้วเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันที่ 2 กันยายน 2560 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร พื้นที่ชุมชน รวมถึงมีน้ำท่วมถนนแต่อย่างใด

โดยในวันนี้ (4 กันยายน 2560) จะทำการเสริมความแข็งเเรงของบิ๊กแบ็ค (Big Bag) ให้เพิ่มมากขึ้น และแม้ว่าสถานการณ์การกัดเซาะปากคลองขม จะเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ได้สั่งการให้ในพื้นที่เตรียมความพร้อมของเครื่องจักร เครื่องมือ และกระสอบทราย พร้อมทั้งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

Leave a comment