ทส.เร่งจัดหาแหล่งน้ำบรรเทาปัญหาไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/293771

ทส.เร่งจัดหาแหล่งน้ำบรรเทาปัญหาไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง

กรมน้ำบาดาลผนึกกรมอุทยานฯเร่งจัดหาแหล่งน้ำเพื่อเป็นพื้นที่บรรเทาปัญหาไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง ลดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับสัตว์ป่า

สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดปริมาณน้ำฝนมีน้อpกว่าปกติ ทำให้ผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์เสื่อมโทรมลง สัตว์ป่าต้องออกมาหากินนอกพื้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงร่วมกัน
ฟื้นฟูระบบนิเวศ พัฒนาแหล่งน้ำให้กับสัตว์ป่า และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวดิน ทำให้ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น
ในการนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการร่วมมือพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อรักษาระบบนิเวศและสัตว์ป่า  โดยมีพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนารัตน์ รมว.ทรัพยากรฯให้เกียรติเป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานระหว่างนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งขอบเขตความร่วมมือที่ทั้งสองหน่วยงานจะดำเนินการ ประกอบด้วย 1.ให้ความร่วมมือการดำเนินกิจกรรม พัฒนาระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และแหล่งอาหารในพื้นที่
ของโครงการศึกษาการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อรักษาระบบนิเวศและสัตว์ป่า
2.ศึกษาเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันจากประเทศผู้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากแหล่ง
พลังงานความร้อนใต้พิภพ เพื่อประกอบการประเมินศักยภาพ การพัฒนาแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ
3.ร่วมกันหาแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพหรือปรับปรุงแหล่งที่มีอยู่ให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการพัฒนาเบื้องต้น และร่วมกันคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในเขตป่าอนุรักษ์ และอยู่ในความรับผิดชอบของ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อรักษาระบบนิเวศและแก้ปัญหาขัดแย้งคนกับสัตว์ป่า
ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงมอบหมายให้ร่วมกันแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยการพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาเติมให้กับ 4 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขตรักษาพันธุืสัตว์ป่าห้วยขาแข็งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอ่างฤาไน รวมถึงให้ความสำคัญในพื้นที่ที่พบปัญหาไฟป่า
พลเอกสุรศักดิ์เปิดเผยถึงการบูรณาการของทั้งสองหน่วยงานในครั้งนี้ว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะดำเนินการเจาะบ่อน้ำบาดาล เพื่อสูบน้ำและกระจายน้ำ โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และน้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาจะถูกส่งผ่านท่อลงไปยังแอ่งกระทะที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดเตรียมไว้ สำหรับน้ำบาดาลส่วนเกินจะล้นและไหลไปเพิ่มความชุ่มชื้นให้ระบบนิเวศโดยรอบ ซึ่งวิธีดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำและแหล่งอาหารของสัตว์ป่า ทำให้สัตว์ป่าที่เคยออกไปหากินนอกพื้นที่ได้กลับเข้าไปอาศัย และดำเนินชีวิตอยู่ในพื้นที่ป่าเช่นเคย ชาวบ้านบริเวณโดยรอบก็จะไม่มีปัญหาขัดแย้งกับสัตว์ป่าอีกต่อไป

ส่วนเรื่องการพัฒนานำน้ำพุร้อนขึ้นมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนให้แก่โรงผลิตไฟฟ้า โรงอบแห้ง ตลอดจนโรงสปาน้ำแร่ธรรมชาติ จะเริ่มดำเนินการใน 3 พื้นที่ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน และอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ก็เป็นการสร้างพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตร
กับสิ่งแวดล้อม และเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

Leave a comment