ชะลอ!!แก้หนี้วิกฤติเหตุขัดระเบียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/310280

ชะลอ!!แก้หนี้วิกฤติเหตุขัดระเบียบ

หนี้ครูวิกฤติ, ชะลอโครงการ

ชง”ธีระเกียรติ” พิจารณาชะลอโครงการแก้หนี้ครูวิกฤติ หลังพบอนุมัติปล่อยกู้ขัดระเบียบ เช่น ระยะเวลาผ่อนชำระ หลักทรัพย์มีปัญหากรรมสิทธิ์ ไม่ฟันธงยกเลิกหรือทำต่อ

        โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตครู สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่มีการอนุมัติดำเนินการไปตั้งแต่ปี 2560 ปล่อยกู้ครูและบุคลากที่มีหนี้วิกฤต อัตราดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 3.5 โดยมีวงเงินปล่อยกู้ 1,000 ล้านบาท ทำสัญญาและปล่อยกู้ไปแล้ว 4 ราย จากผู้ได้รับคัดเลือกทั้งหมด 12 ราย และคณะกรรมการฯส่วนกลางยังไม่มีการพิจารณาผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม เนื่องจาก นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.แทน ดร.พิษณุ ตุลสุข อดีตรองปลัด ศธ.และอดีตปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. ขอเวลาศึกษารายละเอียดก่อนนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2561 – นายพินิจศักดิ์  เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เสนอให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาชะลอโครงการจัดสรรสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา ที่เป็นสมาชิก โครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ซึ่งเป็นโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ ให้แก่ครูที่มีหนี้วิกฤติซึ่งเริ่มดำเนินการไปเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว  มีการออกระเบียบเพื่อรองรับการดำเนินการและพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับระเบียบที่สำนักงานสกสค.กำหนด เช่น ระเบียบกำหนดระยะเวลาการชำระเงินกู้ไม่เกิน  400 งวด แต่พบว่า มี 1 รายกำหนดระยะเวลาการชำระเงิน 519 งวด ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วหากรายนี้ผ่อนชำระครบตามอายุสัญญาแล้ว ผู้กู้จะมีอายุถึง 126 ปี อีกราย ทำสัญญาให้ผ่อนชำระ 427 งวด ซึ่งรายนี้ถ้าผ่อนชำระครบตามสัญญาจะมีอายุครบ 97 ปี

นายพินิจศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากกำหนดสัญญาการผ่อนชำระเกินกว่าที่ระเบียบกำหนดแล้ว สำนักงานสกสค.ยังเห็นว่า การปล่อยกู้ควรคำนึงด้วยว่า คู่สัญญาควรจะมีอายุอยู่ครบตามสัญญาที่กำหนดด้วย  ขณะเดียวกัน หลักประกันของผู้กู้ไม่สอดคล้องกับระเบียบที่กำหนดว่า หลักทรัพย์ที่สามารถใช้ค้ำประกันได้ คือ เป็นบ้าน ที่ดิน ประกันชีวิต และเงินสงเคราะห์ช.พ.ค.-ช.พ.ส.

รวมทั้งต้องมีบุคคลค้ำประกันด้วย แต่จากการตรวจสอบพบว่า บางรายมีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ รวมถึงยังไม่มีการจดทะเบียนจำนองตามระเบียบ ขณะที่บางรายทำประกันชีวิตแบบปีต่อปี  ซึ่งไม่ครอบคลุมอายุสัญญากู้อาจจะทำให้หลักประกันขาดความน่าเชื่อถือ หรือขาดความมั่นคงตลอดอายุสัญญา

“ในช่วงแรกทางโครงการได้ขออนุมัติวงเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการ ช.พ.ค. ไปจำนวน 1,000 ล้านบาท  และได้ลงนามข้อตกลงร่วมหรือเอ็มโอยู กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจำนวน 53 จังหวัด คัดเลือกครูที่มีหนี้วิกฤตเข้าร่วมโครงการฯ แล้วจำนวน 12 ราย โอนเงินไปให้สหกรณ์ออมทรัพย์เพื่ออนุมัติการกู้ยืมและทำสัญญาแล้ว 4 ราย วงเงินตั้งแต่ 1-7 ล้านบาท  เมื่อทางสำนักงานตรวจสอบแล้วพบว่า การดำเนินการไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดการกู้บางรายมีวงเงินสูงมาก ส่งผลถึงจำนวนงวดที่ชำระคืนที่ต้องเพิ่มมากขึ้น ทำให้ขัดระเบียบ อาจเป็นภาระกับสำนักงานสกสค.ในเรื่องประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ  จึงต้องเสนอให้นพ.ธีระเกียรติ ชะลอโครงการดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อทบทวนระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้รัดกุม เหมาะสม ซึ่งนพ.ธีระเกียรติก็เห็นชอบตามที่สำนักงานสกสค.เสนอ”นายพินิจศักดิ์ กล่าว

ส่วนจะยกเลิกโครงการนี้หรือไม่นั้น ไม่สามารถบอกได้ แต่หากไม่สามารถดำเนินโครงการต่อได้จริง ทางสำนักงานสกสค. จะหาแนวทางดูแลคุณภาพชีวิตครูรูปแบบอื่น ซึ่งจะต้องพิจารณาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่วน 4 รายที่อนุมัติเงินกู้ไปแล้วนั้น เบื้องต้นไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะมีการโอนเงินกู้เรียบร้อยแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

Leave a comment