เพิ่มมูลค่าสินค้าOTOP ด้วยดีไซต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/315210

เพิ่มมูลค่าสินค้าOTOP ด้วยดีไซต์

สินค้าโอท็ป

ม.ศิลปากร ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน ยกระดับสินค้าโอท็อป เพิ่มมูลค่าผ่านงานดีไซน์ หวังสร้างรายได้แก่คนในชุมชน

           “สินค้า OTOP” สินค้าท้องถิ่นของไทย ไม่ว่าจะเป็น ผ้าไทย อาหารแปรรูป ของใช้ ของประดับ ล้วนเป็นที่ถูกตาต้องใจของทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทว่ายังมีสินค้าท้องถิ่นอีกมากมายเช่นกันที่ต่อให้ทรงคุณค่ามากขนาดไหน กลับไม่เป็นที่รู้จัก กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้จัด“โครงการสร้างอัตลักษณ์ และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์OTOP เชื่อมโยงเส้นทางหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว” วันที่ 28 ก.พ.-2 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา

โดยโครงการฯ มีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายจากหมู่บ้าน OTOP การท่องเที่ยวจำนวน 111 หมู่บ้านและหมู่บ้านตามโครงการหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชน 135  หมู่บ้าน และหมู่บ้านที่เป็นเส้นทางเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ในกลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนาให้เป็นสินค้าที่ระลึกของหมู่บ้าน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งได้รับเกียรติจากนายสมหวัง พ่วงบางโพ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และมีดร.ศราวุฒิ ปิ่นทอง และดร.เรืองลดา ปุณยลิขิต อาจารย์จากคณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร ในฐานะประธานโครงการดังกล่าว

เพิ่มมูลค่าสินค้าOTOP ด้วยดีไซต์

        ทราย น.ส.ศิริรัตน์ ใจตั้ง นักศึกษาปริญญาโท คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร ในฐานะดีไซน์เนอร์ของโครงการฯ เล่าว่าว่าอ.ขวัญได้ดูผลงาน และชักชวนมาเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งทำให้ได้รับประสบการณ์มากมาย เพราะหน้าที่ของเราต้องสอบถาม ศึกษาข้อมูลจากผู้ประกอบการทั้งหมด และกลุ่มดีไซน์เนอร์ต้องมาประชุมร่วมกันเพื่อช่วยออกแบบสินค้า และดำเนินการต่างๆ นอกจากนั้นไม่ได้ดูเฉพาะเรื่องผ้าที่เราถนัด แต่ต้องดูสินค้าอื่นๆ เช่น อาหาร งานไม้ เป็นต้น ลักษณะสินค้ามีอัตลักษณ์แตกต่างกัน ทำอย่างไรให้ภูมิปัญญาและสามารถเกิดการขายได้จริง

“ผลิตภัณฑ์ OTOP มีคุณภาพเทียบเท่ากับแบรนด์ใหญ่ แต่การนำเสนอเรื่องราวของสินค้ากลับไม่ได้เป็นกระบอกเสียง มีพลังมากพอที่จะทำให้คนรู้จัก และสินค้าOTOP ผู้ประกอบการไม่มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ อยากขายทุกกลุ่มทั้งทีสินค้าแต่ละประเภท ผู้ซื้อมีความต้องการต่างกัน บางคนซื้อเพราะชอบ บางคนซื้อของจากความจำเป็น และบางคนมีสินค้าที่ดีอยู่แต่อยากลองสิ่งใหม่ สินค้า OTOP เกิดจากความรัก ความชอบ ภูมิปัญญาดั่งเดิมของชุมชน เป็นเรื่องราวที่สามารถนำเสนอได้ เป็นจุดขาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องปรับเปลี่ยนสินค้าให้เหมาะสมกับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไป แต่ยังคงความเป็นรากเหง้ายังคงอยู่ เปลี่ยนให้เหมาะสมกับโลกปัจจุบัน เหมาะกับคนยุคใหม่ วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่” ทรายกล่าว

ด้าน ดร.เรืองลดา หรืออ.ขวัญ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่าเป็นการดำเนินการเพื่อให้ผู้ประกอบการผ่านการมาตรฐาน 6 ด้าน คือ 1.ผู้ประกอบการได้พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น  ด้วยการใช้การออกแบบ การดีไซน์ต่างๆ  เช่น ทำอย่างไรให้ผ้าไทยที่มีกระบวนการผ่านงานฝีมือขายได้ราคาสูง เป็นการสร้างแบรนด์ ตราสินค้า 2.สามารถทำซ้ำได้ ผลิตซ้ำได้แต่ต้องได้มาตรฐาน  3.มีความโดดเด่นในเรื่องราว แต่ละสินค้าต้องมีที่มาที่ไป เรื่องราวของหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว นำมาใช้เสนอสินค้า 4. มีช่องทางการขายที่ถาวร เช่น ผ่านการขายช่องทางออนไลน์ โซเซียลมีเดีย 5.มีแบรนด์ ทุกคนต้องมีตราสินค้าตนเอง ไม่ได้เพียงเอาสร้างตราสินค้าแต่ต้องผ่านบรรจงคิด บรรจงทำ ข้อมูลทุกคำต้องนำมาพัฒนา เราต้องรู้ข้อมูลเชิงลึกของผู้ประกอบการ สินค้า และ6.สรุปผล และจัดทำข้อตกลงด้วยกัน มีการลงพื้นที่ไปในชุมชน สร้างความร่วมมือร่วมกันระหว่างดีไซน์เนอร์ และผู้ประกอบการที่ทุกอย่างต้องดำเนินการไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ปรับตัวสู่การพัฒนาได้

 

เพิ่มมูลค่าสินค้าOTOP ด้วยดีไซต์

“สำหรับแนวทางในการผลิตผลิตภัณฑ์ สิ่งที่อาจารย์และดร.ศราวุฒิ ดำเนินการนั้นจะเป็นการวางกรอบการทำงานทั้งหมดของโครงการ ตั้งแต่การอบรม เพื่อทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ เรื่องแบรนด์ ตราสินค้า เรื่องการตลาด หัวใจของสินค้าและการบริการ รวมถึงการจัดทำสบู่ เพื่อให้เห็นภาพการออกแบบ การดีไซน์ต่างๆ โดยเมื่อเขาได้เห็น ได้เรียนรู้จะทำให้เกิดความสนใจ และเห็นคุณค่าของที่อาจจะไม่มีมูลค่า เห็นคุณค่า รู้จักการดีไซน์ การทำบรรจุภัณฑ์ หีบห่อต่างๆ นอกจากนั้น ให้ได้เรียนรู้การขับเคลื่อนสินค้าด้วยการออกแบบจากประสบการณ์  รูปแบบการผลิตสร้างคุณค่าใหม่ และใช้ศาสตร์แห่งการเล่าเรื่อง ผ่านหลักสูตรโครงการสร้างอัตลักษณ์และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงเส้นทางหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบการต้องรู้ 4 เรื่อง ได้แก่ รู้ตัวตน รู้สินค้า รู้ลูกค้า และรู้วิธี เมื่อดีไซน์สินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้วจะต้องได้คุณค่า นวัตกรรมใหม่ๆ การตลาด และเกิดการยั่งยืนได้”ดร.เรืองลดา กล่าว

เชื่อว่าการวิจัยออกแบบและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล อบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริง พัฒนาศักยภาพการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการขาย การสร้างแบรนด์สินค้า การตลาดออนไลน์ การสร้างเรื่องราวนำสู่อัตลักษณ์ที่เฉพาะในแต่ละผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นการจัดประชุม OTOP ที่ดำเนินการทุกขึ้นตอนอย่างละเอียดเพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้การออกแบบผลิตภัณฑ์ นำไปสู่การยกระดับสินค้า ปั้นจากดินไปสู่ดาว

เพิ่มมูลค่าสินค้าOTOP ด้วยดีไซต์

“หน้าที่ของมหาวิทยาลัย ต้องให้บริการวิชาการ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการผ่านสำนักงานบริการวิชาการของม.ศิลปากร และในฐานะหัวหน้าโครงการ จึงได้มีการจัดตั้งทีมซึ่งประกอบไปด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ตนเองเคยทำงานร่วมด้วย โดยนอกจากเป็นงานวิจัยแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติงานจริง ได้มาศึกษาผู้ประกอบการ เรียนรู้การสร้างแบรนด์ เห็นของจริง และยกระดับพัฒนาสินค้าให้มีคุณค่าขึ้นจริง และช่วยผู้ประกอบการสร้างอัตลักษณ์ขึ้นมา ได้รู้จักชาวบ้าน ได้รู้หน้าที่ของเราทำให้เกิดการเรียนรู้ การขนส่ง ทำให้สินค้านำคนสู่ชุมชน”ดร.เรืองลดา กล่าว

ดีไซน์เนอร์ในการดำเนินการมีทั้งหมด 10 กว่าคน โดยดีไซน์เนอร์ 1 คน ต้องดูผู้ประกอบการ 10 คน และมีผู้เชี่ยวชาญ คณาจารย์จากม.ศิลปากรมาให้คำแนะนำ ปรึกษา การเรียนรู้ เนื้อหาในโครงการดังกล่าว จะทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจโลก เข้าใจคน ตีโจทย์งานออกแบบแบรนด์เพื่อธุรกิจแห่งอนาคต รู้เทรน 2018: ออกแบบยังไงให้ไกลกว่าเดิมด้วยดีไซน์ Design as a Strategy  for Marketing 4.0 workshop ที่จะทำให้ผู้ประกอบการสัมผัสประสบการณ์ปั้นดินให้เป็นดาว ด้วยการออกแบบ ตั้งแต่การคิด ทำ ปั้น แต่ง จนถึงการขาย The Making of Thai Souvenir

นอกจากนั้น มีการเพิ่มกลยุทธ์และเทคนิคการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ลงลึกไปถึงเรื่องพฤติกรรมการบริโภค มีการเรียนรู้เอกลักษณ์ท้องถิ่นสู่งานออกแบบสินค้าระดับโลก Local Essence ตอน : เล่นกับขนม ร้านค้าแห่งอนาคต Just shop and Walk Out  และปรับถูกจุดเพิ่มกลยุทธ์การตลาด Co-Suming สร้างตลาดบริโภคร่วม ตอน:บทสรุปเพิ่มกลยุทธ์ด้วยการออกแบบอย่างใกล้ชิด

      ตบท้ายด้วย นายกิตติรัตน์ สารแดง วิทยากรเวิกช็อปทำสบู่ในโครงการฯ เล่าว่าการทำสบู่ดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการเรียนรู้จากการทดลองทำ และจุดประกายให้ผู้ประกอบการซึ่งมีสินค้าอยู่แล้ว ได้สนุกกับงานใหม่ ได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยได้ทำ ไม่เคยได้รู้มาก่อน ต่อยอดในการพัฒนาของตนเอง ภูมิปัญญาเดิมดีอยู่แล้ว แต่ต้องหาแรงบันดาลใจในการทำสิ่งใหม่ๆ  ซึ่งหน้าที่ของดีไซน์เนอร์ให้คำแนะนำ การทำบรรจุภัณฑ์ และเรื่องของแพ็กเกจที่มีความสากล ทันสมัยมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์โอท็อปได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เพราะจากการคุยกับผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงทำอะไรแบบเดิมๆ ทั้งที่กว่าจะได้ผ้าไทย หรือสินค้าต่างๆ ล้วนผ่านการคิดค้นทดลองของคนอดีตทั้งสิ้น ผู้ประกอบการควรมีแรงบันดาลใจ เรียนรู้อย่างสนุกและมีความสุขมากกว่ามุ่งผลกำไรอย่างเดียว

Leave a comment