ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/576408
- วันที่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 13:19 น.

“ยูนิเซฟ”เผยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กในหลายระดับ รวมถึงลูกน้อยในครรภ์ แถมยังเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพในระยะยาว
หลายครั้งที่ผ่านมากรุงเทพมหานครกำลังเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศที่หนักหน่วยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ถึงจะมีคำแนะนำต่อการปฎิบัติตัวของประชาชนในกลุ่มเสี่ยงที่มีปัญหาด้านสุขภาพให้ใส่หน้ากากป้องกัน รวมถึงงด-หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจได้ง่ายโดยเฉพาะเด็ก และผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ดีผลกระทบของค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้ไม่ได้มีผลในระยะสั้นต่อผู้ที่มีอาการแพ้ หรือมีปัญด้านระบบทางเดินหายใจเท่านั้น “องค์การยูนิเซฟ” ได้อธิบายถึงผลร้ายของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อเด็กเล็ก รวมถึงทารกในครรภ์ด้วย
ยูนิเซฟอธิบายว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 นั้นมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ถึง 25 เท่า และเมื่อเด็กๆสูดฝุ่นละอองเหล่านี้เข้าสู่ปอด มันจะฝังตัวเข้าสู่ระบบเลือดที่ไหลเวียนไปยังอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย
แน่นอนว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อปอดเท่านั้น มันยังกระจายตัวไปยังหัวใจ ระบบประสาท รวมถึงสมองด้วย โดยเฉพาะพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก
ซึ่งค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เข้าสู่ระบบเลือดในร่างกายนี้ จะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็กโดยตรง และนับว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างมาก เนื่องพัฒนาการทางสมองในวัยเด็กนั้นจะส่งผลต่อความจำ การเรียนรู้การควบคุมอารมณ์ สภาพจิตใจ และการเข้าสังคม ซึ่งยังมีผลต่ออระดับสติปัญญาของเด็กด้วย
ไม่เพียงแค่นั้น อันตรายจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในเด็กยังส่งผลให้เป็นบ่อเกิดของปัญหาสุขภาพไปตลอดชีวิตเมื่อโตขึ้นด้วย เช่น สโตรก ปอดบวม ภาวะหัวใจขาดเลือด โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง มะเร็งปอด เป็นต้น
เช่นเดียวกับทารกในครรภ์มารดาที่แม่สัมผัสกับอนุภาค PM2.5 ก็จะทำให้เด็กเมื่อโตขึ้นมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ดังกล่าว และยังมีผลต่อระดับสติปัญญาของเด็กอีกตลอดชีวิต
