ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/361141
พปชร. หวัง ประยุทธ์ ทำเพื่อบ้านเมืองเป็น นายกฯ อีกครั้ง
เลขาฯ พรรค พปชร. ย้อนเกล็ดพรรคการเมืองอ้างประชาธิปไตย ก็เผด็จการสภา ย้ำ ประชาธิปไตยต้องทำเพื่อทุกคน ไม่ใช่เพื่อใคร
2 ก.พ. 62 ที่ สนามกีฬาฟุตซอล บางกอกอารีน่า เมื่อเวลา 13.30 น. เขตหนองจอก “พรรคพลังประชารัฐ” จัดงานรวมพลังสร้างชาติ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต ซึ่งมีทั้งประชาชนพื้นที่ กทม. และจากต่างจังหวัดหลายพื้นที่ เดินทางมาร่วมงานนับพันคน พร้อมชูป้ายสนับสนุนให้กำลังใจว่าที่ผู้สมัคร
โดยเมื่อเวลา 14.00 น. “นายอุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรค พปชร. “นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค เดินเปิดตัวมาพร้อมกันในช่วงแรกของการเปิดงาน หลังจากนี้มีการแสดงภาพ VTR กิจกรรมพรรค และมิวสิควิดีโอเพลง “เราจะไปด้วยกัน” ของพรรคประกอบการฉายภาพ VTR
จากนั้น “นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรค ได้ขึ้นบนเวทีกล่าวต้อนรับสมาชิก พร้อมปราศรัย ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐก่อตั้งบนความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าบริบทการเมืองต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ ซึ่งหลังได้ตัดสินใจรวมตัวกันใน พปชร. เราคิดว่าต้องมีพรรคที่มีความพร้อมเป็นทางเลือกให้ประเทศและประชาชน โดย พปชร. ก็จัดตั้งพรรค ตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 60 เป็น 1 ใน 51 พรรคใหม่ และเป็น 1ใน 100 พรรคที่จะขออาสามารับใช้ประชาชน โดย พปชร. เชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย ขณะที่สังคมที่ขัดแย้งต้องมีพรรคที่พร้อมประสานความร้าวลึก ให้ก้าวหน้าไปให้ได้ แต่ในบริบทความร้าวลึกของสังคมไทยที่ก็ยังมีบางกลุ่มบางพวกอ้างตัวเป็นฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยชี้นิ้วไปหาอีกพรรคว่าเป็นพรรคสนับสนุนเผด็จการนั้น ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือ ประชาธิปไตยเพื่อพี่น้องประชาชน ประชาธิปไตยที่ยอมรับฟังความคิดที่เห็นต่าง ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อใครบางคน แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยที่จะแก้ปัญหาบ้านเมือง ไม่ใช่ประชาธิปไตยทำอะไรก็ได้เพื่ิอพวกพ้องตน ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่เมื่อพ่ายแพ้แล้วพาพวกลงท้องถนน และไม่ใช่เรื่องเด็กๆ แค่เตะฟุตบอลกันก็ได้
อย่างไรก็ดี วันนี้ เป็นวันที่ พปชร. ประกาศตัวพร้อมเดินเข้าสู่ประชาธิปไตยเราอยากเห็นทุกพรรค ทุกกลุ่มการเมืองเดินไปข้างหน้า ด้วยแนวคิด , นโยบาย , ผลงาน ไม่ใช่ด้วยการสร้างความแตกแยก ไม่ใช่สร้างให้คนอื่นผิดแล้วตัวเองถูก ประเทศชาติต้องเดินหน้าต่อไป บางคนต่อว่า พปชร. แต่ทุกคนลืมความตริงไปโดยสิ้นเชิงว่า พปชร. ก็เกิดจากรัฐธรรมนูญฯ และการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญฯ ปัจจุบันก็เพื่อแก้ความแตกแยกร้าวลึก ซึ่งรัฐธรรมนูญฯ นี้ เดิมมี 2 พรรคใหญ่จะคว่ำ แต่ก็มีการทำประชามติและประชาชน 15,560,000 คน ลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญฯ ดังนั้น อย่าอ้างความคิดเห็นตน อย่าอ้างการผูกขาดความเห็นตน โดยเคยมีการถามกันว่าบนความขัดแย้งแล้วระบบที่มาของ นายกฯ จะเป็นแบบผ่านเลือก โดย ส.ส. – ส.ว. หรือไม่ ซึ่งผลการตัดสินใจของประชาชน 13,960,000 เสียงก็เห็นชอบในหลักการ ดังนั้น เลิกโจมตีได้แล้ว โดย นายกฯ ที่จะมาก็มาด้วยครรลองของประชามติพี่น้องประชาชน ควรเลิกโจมตีในสิ่งที่ตนเองคิดว่าจะทำไม่ได้ เพราะประเทศชาติเพียงพอแล้วกับการใช้วาทกรรม ประเทศชาติล้าหลังมามากแล้ว
ซึ่งพวกเราจำสถานการณ์ปี 2557 ได้หรือไม่ ที่เกิดเหตุการณ์ก่อให้เกิดปัญหาร้าวลึกนักการเมือง พรรคการเมือง จะออกกฎหมายที่เป็นจุดเริ่มการออกมาเผชิญหน้าบนท้องถนนของกลุ่มที่เห็นต่าง จนเหตุการณ์ลามไปถึงขั้นยุบสภา และนำสู่การเลือกตั้งเดือน ก.พ. 57 แต่การจัดเลือกตั้งไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเกิดเหตุจนไม่สามารถเลือกตั้งได้ เกิดความสูญเสียทั้งใน กทม. – ภูมิภาค และเกิดเหตุการณ์ประเทศไทยไม่มี นายกฯ ซึ่งประเทศขณะนั้นกำลังเผชิญ สถานการณ์ที่ไม่รู้จะเดินไปทางไหน จะเลือกตั้งก็ทำไม่ได้ รัฐบาลจะทำอะไรก็ไม่ได้ กลายเป็นรัฐบาลสุญญากาศแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีแนวโน้มจะเกิดการสูญเสีย จึงเกิดเป็นที่มาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ประชา วันที่ นายกฯ ประยุทธ์ เข้ามารักษาความสงบของประเทศ หยุดความสูญเสียของประเทศเพราะวันนั้นไม่มีรัฐบาล ไม่มีสภาผู้แทน และประเทศไปต่อไม่ได้ ซึ่งถ้าไม่ทำเช่นนั้นวันนี้เราคงมานั่งกันวันนี้แบบนี้ไม่ได้ ดังนั้น อย่าใช้วาทกรรมว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลเผด็จการ ทุกคนต้องยอมรับความจริง เคารพความจริง โดยหลายคนที่มาในวันนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งแต่ที่เขามาเป็นส่วนหนึ่งของ พปชร. เพราะตระหนักดีแล้วว่าประเทศต้องสู่ความสงบ ผมขอบคุณจริงๆ ในความกล้าหาญที่จะพากันเดินไปข้างหน้า เราต้องร่วมกันส่งมอบประเทศให้ลูกหลานต่อไป
“และบริบทการเมืองขณะนี้ หากไม่มีผู้นำเหมาะกับสถาการณ์ ไม่มีผู้นำสานต่อภารกิจประเทศต่อไปได้ การฟื้นฟูที่ทำกันก็จะว่างเปล่า ไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ดังนั้นช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาสำคัญที่สุด ผมหวังว่าท่านนายกฯ ประยุทธ์ จะใช้เวลาช่วงนี้ ตัดสินใจเพื่อบ้านเมืองมาเป็นนายกฯ ของเรา”
บ้านเมืองนี้ต้องการคนดี คนจริง คนเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ ต้องเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของคนทั้งประเทศ ไม่ใช้ผู้นำที่คนในพรรคก็ยังไม่ยอมรับ โดยพรรค พปชร. จะเสนอผู้นำเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด ให้นำพาประเทศชาติก้าวต่อ ผมกล้าพูดได้เลยว่า พรรคที่มีความพร้อมที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ พปชร. ที่มีความพร้อมทั้งนโยบายจะพาประเทศสู่ความก้าวหน้า มีรัฐมนตรีที่มืออาชีพมากกว่าพรรคไหน มีผู้สมัครที่พร้อมอาสาทำงานให้ประชาชน เป็นคนคุณภาพถึง 350 เขต 350 คน พปชร. วันนี้พร้อมแล้ว และที่มากันวันนี้ คือ ขุนพลของประชาชนพร้อมเดินเข้าหาประชาชน ขอให้ประชาชนไว้วางใจให้พวกเขาและนำพาทุกคะแนนไปให้ได้บัญชีรายชื่ออีก 150 คนเข้าสู่สภาเป็นตัวแทน ตั้งรัฐบาลก้าวข้ามความขัดแย้ง
ขณะที่ “นายอุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรค พปชร. ได้กล่าวว่า พปชร. เกิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 61 ถือว่าเป็นน้องใหม่อายุยังน้อย 3 เดือน แต่เรามีส่วนผสมที่ลงตัว มีคนรุ่นใหม่ที่มากด้วยความคิดที่มีไฟแรง กล้าเดินออกมา พาประเทศไปข้างหน้า ซึ่งตอนนี้เหลือเวลา 50 วันนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง โดยพรรค พปชร. เลือกข้างแล้วข้างที่จะเป็นประชาธิปไตยให้กับทุกคน พวกที่อ้างว่า เป็นประชาธิปไตยแต่จริงเป็นผด็จการรัฐสภา เราไม่เข้าข้างพวกอ้างประชาธิปไตยเราเลือกข้างแล้ว เราเลือกประชาธิปไตยให้เป็นของทุกคน เราเอาแบบนั้นซึ่งเราต้องร่วมกันทำ
“นายอุตตม” ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องทำ คือให้เศรษฐกิจและสังคมมีความเข้มแข็ง ไม่ใช่ตกรถไฟมา เมื่อ 4 ปีที่แล้วเศรษฐกิจเราก็แค่ 0.9 แต่ล่าสุดสิ้นปีที่แล้วเราโตขึ้น ดังนั้นไม่ว่าใครพูดอย่างไร ตัวเลขก็บอกอยู่แล้ว เราต้องพาความสงบกลับคืนมา ตัวเลขการลงทุนจะชี้ชัด ถ้าคนลงทุนไม่มั่นใจเขาจะเอาเงินเข้าประเทศกันมาหรือไม่ ประเทศสงบวันนี้เข้ามาหลายแสนล้านบาทเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือนักท่องเที่ยว ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนเพิ่มปีละ 3 ล้านคนถ้าเขายังกลัวการเดินบนท้องถนน ก็คงจะไม่มีตัวเลข นักท่องเที่ยวปีละ 3 ล้านคนนี้ ขณะที่ปัญหาที่พูดกันทุกรัฐบาล คือปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยยังไม่มีรัฐบาลไหนที่แก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม จนถึงรัฐบาลปัจจุบันที่ผมเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจ ก็เชื่อว่าเป็นครั้งแรกที่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมจะช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำนำโอกาสสู่คนไทย คือ บัตรพลังประชารัฐ เป็นนโยบายแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้ เหมือนเรื่องหนี้นอกระบบที่รัฐบาลนี้ได้เริ่มควบคุมและจัดการกฎหมายอย่างจริงจัง มีวิธีจัดการเจ้าหนี้หรือคืนเอกสารสำคัญให้คนที่กู้หนี้นอกระบบกลับคืนมา สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นพอสมควร ดังนั้นอย่าให้ใครมาใส่ร้ายว่าต่างประเทศไม่เชื่อถือหรือล้มโอกาส
โดย “นายอุตตม” หัวหน้าพรรค พปชร. ได้กล่าวเปิดนโยบายพรรค โดยเน้น 4 นโยบายหลัก ว่า 4 นโยบายหลักที่นำโอกาสสู่โอกาสคนไทย นั้นเราจะทำให้ คือแบบที่ไม่เหมือนใคร ไม่ขายฝันเพื่อแก้ให้ได้คะแนน ของเราทำได้จริง เราคิดอย่างมีเหตุผลยึดโยงกัน โดยเริ่มจาก 3 เสาหลัก สวัสดิการประชารัฐ , สังคมประชารัฐ และเศรษฐกิจประชารัฐ ซึ่งสังคมประชารัฐจะเข้มแข็ง จะเป็นสังคมแบ่งปันส่วนเศรษฐกิจประชารัฐ คือเศรษฐกิจที่เราจะทำให้เกษตรกรผู้ใช้แรงงาน คนจ่ายตลาดแต่เช้า มั่งคั่งแบบยั่งยืน ด้วยหลัก 777 (หลักสวัสดิการัฐ 7 ข้อ , สังคมประชารัฐ 7 ข้อ , เศรษฐกิจประชารัฐ 7 ข้อ)
ขณะที่นโยบาย 4 เรื่องหลัก ที่จะทำ คือ 1. บัตรประชารัฐ ที่เราจะเพิ่มเติมต่อยอดด้วยการเพิ่มคน เพิ่มสิทธิ์ใช้บัตร ปัจจุบันบัตรประชารัฐมีคนถืออยู่ 14.5 ล้านคนโดยยังมีคนตกหล่น เราจะดูแลให้ทั่วถึงในคอนเซ็ปต์ “บัตรประชารัฐ เพิ่มคน เพิ่มสิทธิ์” ดูแลทุกกลุ่ม ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มผู้ใช้แรงงาน สตรีมีครรภ์ที่จะใช้คำว่ามารดาประชารัฐ และอย่าคิดว่าเราทำเก๊ๆ ซึ่งเด็กเยาวชนไทย คืออนาคตและคุณค่าของประเทศเราจะดูแลสุขภาพให้แข็งแรงให้ดี ดูแลมารดาตั้งแต่มีครรภ์ และจะดูแลลูกๆ ต่อด้วย ดูแลทั่วประเทศไทย ส่วนภาระหนี้นอกระบบที่ตัวเลขประมาณการว่ากู้กันมา 360,000 ล้านบาท พรรค พปชร. จะทำอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งปัญหานั้นโยงกับหนี้กองทุนหมู่บ้านที่มีมาตั้งแต่ปี 2547 มีเกือบ 80,000 กองทุนทั่วประเทศ มีประมาณ 10 ล้านคน โดยปัจจุบันนี้หนี้กองทุนนำไปสู่ปัญหาหนี้นอกระบบ จากการยืมไปโปะหนี้กองทน พรรค พปชร. ก็มีนโยบายจะให้พักหนี้กองทุนหมู่บ้านเลยเป็นเวลา 3 ปี ด้วยคอนเซ็ปต์ “พักหนี้ ฟื้นฟู เติมทุน ให้โอกาสพี่น้อง ประชาชน” เพียง 2 นโยบาย ก็ครอบคลุมแล้วถึง 25 ล้านคน หรือ 25 ล้านเสียง และถ้าได้ 25 ล้านเสียงพวกเราจะได้เป็น ส.ส. กันทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายเกษตรประชารัฐ “3 เพิ่ม 3 ลด” เพิ่มคือ ของใหม่ๆ อย่าง นวัตกรรม และการลดคือ ลดต้นทุน ลดความเสี่ยง ขณะที่ พรรค พปชร. จะแก้ไขเรื่องปัญหาสิทธิ์ทำกินจะอย่างจริงจัง สิทธิ์ทำกินในที่ดินต้องมี และทำได้ด่วย อย่าให้ใครมาพูดว่าทำไมได้ ข้อแรกที่จะเริ่มทันที คือเร่งออกเอกสารสิทธิ์ทำกิน ส.ป.ก.4-01 ข้อ 2 คือการพิสูจน์สิทธิ์ ข้อ 3 คือการแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดิน ซึ่งมีคนรอขึ้นทะเบียนอีก 330,000 รายแต่ยังไม่ได้ตรวจสอบ ยังมีที่ดินจัดสรรไม่ได้ มีเอาไปขายยายทุน วันนี้เราจะทำให้ที่ดิน ส.ป.ก. มีคุณค่า อย่ากีดกันการใช้สิทธิ์ โดยเราเรียกว่า “ส.ป.ก.4.0” จะบริหารจัดการที่ดิน “ใช้ประโยชน์ โอนสิทธิ์ เพิ่มมูลค่า” และไม่ต้องกลัวการรับโอนสิทธิ์จะไปเป็นของนายทุน เพราะเรากำหนดกฎเกณฑ์ได้ แล้วเราจะทำให้เอกสาร ส.ป.ก. มีคุณค่า ใช้กู้ยืมได้ และเรื่องพืชผลราคาเกษตรอย่างการขายข้าวต้องได้ราคา ชาวนาได้เงินเพิ่ม และเรายังจะชดเชยให้เพิ่มจาก 12 ไร่เป็น 20 ไร่ จากไร่ละ 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท โดยข้าวเปลือกข้าวเจ้าต้องได้ราคามากกว่า 10,000 บาท ต่อตัน หลังจากนี้เราจะนำเสนอนโยบายต่อไปทุกๆ อาทิตย์ จนถึงวันเลือกตั้ง และเมื่อได้ชัยชนะแล้วเราจะไปพบกันที่รัฐสภา
ขณะที่เมื่อ “นายอุตตม” หัวหน้าพรรค กล่าวถึงการสนับสนุนที่จะเสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคและประชาชนที่มาร่วมงานวันนี้ ต่างส่งเสียงดังเป็นการสนับสนุนด้วย
















