ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/agricultural/357664
กรมชลฯ เร่งระดมเครื่องจักรกลพร้อมบรรเทาภัยจากพายุปาบึก
กรมชลฯ เร่งระดมเครื่องจักรกลพร้อมบรรเทาภัยจากพายุปาบึก
อธิบดีกรมชลประทานสั่งระดมเครื่องจักร-เครื่องมือเตรียมพร้อมบรรเทาสาธารณภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึก พร้อมเร่งพร่องน้ำจากอ่างเก็บน้ำตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ให้มีพื้นที่รองรับฝนที่จะตกหนักถึงหนักมาก บางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนถึง 300 มิลลิเมตรต่อวัน
วันที่ 3 ม.ค.นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ทั้งส่วนกลางและสำนักชลประทานที่ 14 15 16 และ17 ติดตามสถานการณ์น้ำ ทิศทางและความรุนแรงของพายุ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ 16จังหวัดภาคใต้และรายงานตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับสิ่งที่ให้ปฏิบัติอย่างเร่งด่วนคือ การนำเครื่องจักร-เครื่องมือไปติดตั้งในทุกพื้นที่ทั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถขุด รถ รถแทรกเตอร์ รถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อลดผลกระทบสถานการณ์น้ำจากอิทธิพลของพายุปลาบึกให้เหลือน้อยที่สุด กรมชลประทานมีจุดพักหลักเครื่องจักรกลที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส อีกทั้งมีจุดพักรองเครื่องจักรกลอีก 13 แห่งครอบคลุมทั้งภาคใต้ พร้อมเคลื่อนย้ายไปสนับสนุนเพิ่มเติมจากที่ได้ติดตั้งประจำในพื้นที่เกษตร เขตเศรษฐกิจ และเขตเมืองทุกจังหวัดแล้ว รวมทั้งพร้อมจะระดมจากทั่วประเทศมาได้ทันที หากมีความจำเป็น
นายทองเปลวกล่าวว่า ได้เร่งพร่องน้ำทั้งในอ่างเก็บน้ำและลำน้ำต่างๆ ไว้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ โดยให้พิจารณาจากสถิติน้ำไหลลงอ่างในช่วงเกิดพายุและการคาดการณ์ปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา แล้วนำมาเปรียบเทียบเพื่อกำหนดช่องว่างของอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม ตามปริมาณน้ำที่คาดว่า จะไหลลงอ่าง หากอ่างใดมีแนวโน้มจะล้น ให้เร่งพร่องน้ำออก นอกจากนี้ได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งดูแลอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ให้พร่องน้ำด้านท้ายของลำน้ำเพื่อให้สามารถระบายน้ำจากฝนที่ตกลงมาได้สะดวก
จากการจัดทำแผนเผชิญเหตุล่วงหน้าพบว่า ใน 16 จังหวัดภาคใต้มีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและดินโคลนถล่ม 1,031 แห่ง ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังในเขตชลประทานมี 75 จุดซึ่งก่อนหน้านี้มีอุปสรรคในการระบายน้ำได้แก่ มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เส้นทางระบายน้ำแคบ ซึ่งได้กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำแล้ว ขุดลอกลำน้ำ รวมทั้งขุดเจาะทำคลองลัดเพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำครบทุกจุด นอกจากนี้ยัง พื้นที่เตือนภัยน้ำหลากและดินถล่มซึ่งส่วนกรมทรัพยากรน้ำรับผิดชอบ 279 แห่ง ในส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 576 แห่ง สำหรับสิ่งกีดขวางทางน้ำซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการ 45 แห่ง เป็นของกรมทางหลวง 10 แห่ง การรถไฟแห่งประเทศไทย 1 แห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 34 แห่ง และมีสิ่งกีดขวางทางน้ำเพิ่มเติมจากการสำรวจพื้นที่ 56 แห่ง ซึ่งกรมชลประทานได้แก้ปัญหาโดยนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่และเครื่องผลักดันน้ำไปเสริมเพื่อเร่งการระบายน้ำ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด
นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับทางจังหวัด ปภ. จังหวัด และหน่วยทหารตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการติดตามสถานการณ์น้ำ การแจ้งเตือน การประชาสัมพันธ์ และการช่วยเหลือประชาชนซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักด้วยอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึกในระยะ 3 วันนี้


